บิ๊กต๊อกสั่งเชิญญาติธวัชชัยฟังสอบ หลัง3จนท.ดอดเงียบเข้าเครื่องจับเท็จ!?

3จนท.DSIเข้าเครื่องจับเท็จแล้ว ปม “ธวัชชัย อนุกูล” ดับปริศนา “รมว.ยุติธรรม” หวั่นครหา สั่งเชิญญาติร่วมฟังสอบ เพื่อความโปร่งใส 

 
ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาคดีออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบหลายแปลงใน จังหวัดภูเก็ตและพังงา ผูกคอเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวในห้องขังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบเรื่องนี้ โดยให้ตัวแทนจากหน่วยงานกลางมาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเน้นความโปร่งใส

16-6

ซึ่งเมื่อวานได้นำเจ้าหน้าที่ 3 นาย ของดีเอสไอที่เกี่ยวข้อง เข้าเครื่องตรวจจับเท็จ แต่ไม่ได้มีญาติของผู้เสียชีวิตร่วมสังเกตการณ์ด้วย จึงเตือนไปยังดีเอสไอว่า จากนี้ทุกขั้นตอนต้องให้ญาติผู้เสียชีวิต มีส่วนรับรู้ด้วยเพื่อความโปร่งใส

ส่วนการพิจารณาความผิดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เกี่ยวข้อง ต้องรอผลการสอบสวนก่อน ขณะนี้ไม่สามารถระบุว่ามีเจ้าหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ และหากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอผิดจริงก็ต้องรับผิดชอบ ขณะนี้ศพของนายธวัชชัย ได้ถูกส่งไปยัง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม >>> js100.

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


แจงแล้ว!ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะลั่นปั้มหัวใจ ไม่ใช่สาเหตุ ‘ธวัชชัย’ ดับตับแตก?

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ชี้แจง เหตุ “ธวัชชัย อนุกูล” เสียชีวิตในห้องขัง หลังถูกพาดพิงการปฐมพยาบาลมีส่วนทำให้ผู้ต้องหาดับตับแตก!

วันที่ 1 ก.ย.59 พลตรี นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงว่าผลการชันสูตรพลิกศพนายธวัชชัย อาจเกิดจากการช่วยชีวิตเหลือเบื้องต้นภายหลังจากเกิดเหตุ โดยมีการประสานเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ มาทำการปฐมพยาบาลด้วยการปั๊มหัวใจ จึงอาจเป็นไปได้ที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับการกระทบกระเทือน จนกระทั่งมีเลือดออกในช่องท้องนั้น

15-4

โดยข้อความระบุว่า

ผมขอเรียนชี้แจงนักข่าวจำนวนมากที่สอบถามถึงกรณีการเสียชีวิตของ นาย ธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหากรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นลายลักษณ์อักษรดังความต่อไปนี้

เวลา 01.10 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2559 โดยประมาณ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วน

เวลา 01.15 น. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษและพบว่า นาย ธวัชชัย อนุกูล อยู่ในภาวะวิกฤตแล้วโดยต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ ( CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) ในทันทีจากนั้นได้รีบนำตัวไปรักษาที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ

เวลา 01.33 น. ชุดแพทย์ฉุกเฉินนำตัว นาย ธวัชชัย อนุกูล มาถึงห้องฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ แล้ว พยายามช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “ปั๊มหัวใจ” โดยต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ณ ห้องฉุกเฉิน คลื่นไฟฟ้าหัวใจของ นาย ธวัชชัย อนุกูล หยุดหลายครั้ง แต่ก็ยังพอกระตุ้นให้หัวใจกลับฟื้นคืนได้ชั่วคราวแต่อาการของนาย ธวัชชัย อนุกูล ก็ไม่ได้ฟื้นกลับคืนสภาพที่พ้นภาวะวิกฤต

เวลา 02.40 น. ได้ย้าย นาย ธวัชชัย อนุกูล จากห้องฉุกเฉินไปยังหน่วยอภิบาลผู้วิกฤต (CRITICAL CARE UNIT) ซึ่งอาการของ นาย ธวัชชัย อนุกูล ยังคงเลวร้ายหรือวิกฤตลงอย่างต่อเนื่องจำต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) ตลอดเวลาแต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้จนเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.45 น.

เวลา 08.15 น.เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปอเต๊กตึ๊งได้มาเคลื่อนย้ายศพออกไปจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ซึ่งต่อมาผมได้ทราบจากนักข่าวว่าถูกนำไปชัณสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชศาสตร์

เวลา 17.45 น.ของวันที่ 31 สิงหาคม จนถึง ปัจจุบัน ณ วันที่ 1 กันยายน 2559 ผมถูกนักข่าวโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมากล้วนแล้วแต่มีประเด็นว่า “การปั๊มหัวใจ” นาย ธวัชชัย อนุกูล เป็นเหตุให้ นาย ธวัชชัย อนุกูล ขาดอ๊อกซิเจน และตับแตก ตกเลือดในช่องท้องจนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้หรือไม่

ผมขอตอบนักข่าวและสาธารณชนว่า

1. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วนโดยชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ได้รับทราบข้อมูลว่า มีการผูกคอตาย

2. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ ( CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR) ที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพซึ่งมีการให้อ๊อกซิเจน และช่วยการหายใจ การปั๊มหัวใจ ฯลฯ เพื่อการฟื้นคืนชีพ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่การช่วยฟื้นคืนชีพ ( CARDIOPULMONARY RESUSCITATION , CPR)จะทำให้ นาย ธวัชชัย อนุกูล ขาดอ๊อกซิเจน มีแต่ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดอ๊อกซิเจนเสียด้วยซ้ำ

3. การปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR) นั้นมีเทคนิคและวิธีการปฏิบัติบริเวณตำแหน่งของช่องทรวงอกเพื่อมีผลต่อหัวใจและปอด ส่วนตับเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องคนละช่อง คนละตำแหน่งกันกับการการปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ ทั้งนี้ช่องทรวงอกและช่องท้องนั้นถูกแบ่งกั้นจากกันด้วยกะบังลม

ดังนั้น.การปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ จึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ตับแตกและตกเลือดในช่องท้องได้ … ผมขอเน้นย้ำว่าการช่วยฟื้นคืนชีพเป็นการปฏิบัติที่หัวใจและปอด ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตับครับ…นาย ธวัชชัย อนุกูล ตับแตกจากสาเหตุใด รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ทราบ นักข่าวต้องสอบถามจากนิติเวชแพทย์ผู้ชัณสูตรโดยตรงครับ

อ่านเพิ่มเติม >>> FB.เหรียญทอง แน่นหนา

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


ลุ้น!ผลแถลงผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ไขก๊อกเหตุ ‘ธวัชชัย’ ดับในห้องขัง?

รมว.ยุติธรรม ชี้  คดี “ธวัชชัย อนุกูล” หลักฐานมัดชัด เชื่อ ไร้เหตุผลจนท.ทำร้าย  ขณะDSIแถลงผลชันสูตรเสียชีวิตเพราะตับแตก พาดพิงจนท.รพ.มีส่วน ด้าน ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ จ่อแถลงวันนี้

ความคืบหน้าผลสอบการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาคดีทุจริตออกเอกสารสิทธิมิชอบ ที่ผูกคอฆ่าตัวตายในห้องขังของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พร้อมกับผลการชันสูตรศพของนายธวัชชัยระบุว่า มีอาการเลือดออกในช่องท้อง ตับแตก จากการกระแทกของแข็งไม่มีคม ซึ่งญาตินายธวัชชัย  ยังติดใจในผลชันสูตรดังกล่าว

15-2

โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากอธิบดีดีเอสไอแล้ว โดยดีเอสไอ ระบุว่า แพทย์อธิบายว่ามีความเป็นไปได้ที่ระหว่างการช่วยชีวิตแบบไม่ถูกวิธีสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ จึงได้แนะนำว่าสังคมอาจไม่เชื่อถือ เพราะในที่เกิดเหตุมีเพียงดีเอสไอกับผู้เสียชีวิต

ดังนั้น การอธิบายสาเหตุการเสียชีวิตควรให้แพทย์เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนตัวเห็นว่าคดีดังกล่าวไม่มีเหตุที่ดีเอสไอต้องไปทำร้ายผู้ต้องหา เพราะคดีจนด้วยหลักฐาน แต่หากมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องจริงก็ปิดไม่มิด ผลชันสูตรญาติสามารถร้องขอให้หน่วยงานอื่นตรวจสอบซ้ำได้ ดังนั้นจึงต้องมีการไต่สวนเหตุเสียชีวิต

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอในฐานะโฆษกดีเอสไอ แถลงในประเด็นผลชันสูตรที่ระบุว่าตับแตกว่า การปั๊มหัวใจจะปั๊มเหนือหน้าอก มีความห่างกันแต่เพราะเหตุใดจึงเกิดเรื่องดังกล่าวได้ ข้อเท็จจริงที่พบคือไม่มีบาดแผลภายนอก มีเพียงรอยรัดบริเวณลำคอเป็นแนวยาว ซึ่งปรากฏทั้งการชันสูตรพลิกศพและคำให้การของรพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่มีบาดแผลภายนอกซึ่งอาจเป็นเหตุให้ตับแตก อาจมีประเด็นอื่นแทรกซ้อน ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริง

ซึ่งหลังการจับกุมแทบไม่ได้แตะต้องตัวผู้ต้องหา ช่วงเย็นได้เอาตัวไปสอบปากคำ มีญาตินั่งอยู่ด้วย หากจะซ้อมทรมานจริงก็น่าจะบอกญาติ หลังสอบปากคำก็นำตัวกลับไปส่งที่ห้องควบคุม มีเจ้าหน้าที่ 3 คน ดูแลอำนวยความสะดวก หลังเกิดเหตุโทรฯตามญาติทันทีและญาติก็ตามไปที่ รพ. ดังนั้นประเด็นที่อาจจะสงสัยว่าถูกทำร้ายให้เสียชีวิตหรือฆ่าตัดตอนหรือไม่เราคงต้องตรวจสอบต่อไป แต่ขณะนี้ยืนยันว่าข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (1ก.ย.59) มีรายงานว่า พลตรี นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ จะแถลงกรณีการเสียชีวิตของนายธวัชชัยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงว่าผลการชันสูตรพลิกศพนายธวัชชัย อาจเกิดจากการช่วยชีวิตเบื้องต้นที่หลังจากเกิดเหตุ มีการประสานเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ มาทำการปฐมพยาบาลด้วยการปั๊มหัวใจ จึงอาจเป็นไปได้ที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับการกระทบกระเทือน จนกระทั่งมีเลือดออกในช่องท้อง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


DSI สั่งตั้งกก.สอบ หลังผลชันสูตรผตห.ผูกคอในห้องขัง ตับแตกตาย

สถาบันนิติเวชฯ เผยผลชันสูตรศพ อดีตข้าราชการที่ดิน จ.ภูเก็ต ผูกคอดับคาห้องควบคุมตัวดีเอสไอ พบตับแตก เลือดออกในช่องท้อง-ขาดอากาศหายใจ อธิบดีดีเอสไอยัน ไม่มีการทำร้ายผู้ต้องหา อาจเกิดจากการช่วยเหลือของ จนท.

ความคืบหน้ากรณีนายธวัชชัย อนุกูล อดีตข้าราชการสำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันออกโฉนดที่ดิน จ.ภูเก็ต-พังงา-สุราษฏร์ธานี โดยมิชอบ รวมวงเงินกว่า 10,500 ล้านบาท ผูกคอตายที่ห้องควบคุมตัวชั้น 6 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้นล่าสุดทาง สถาบันนิติเวช ได้ชันสูตรศพนายธวัชชัยเสร็จสิ้นแล้ว ผลปรากฏว่า มีเลือดออกในช่องท้อง ตับแตก จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ

ดีเอสไอ, ธวัชชัย อนุกูล

ซึ่งหลังจากสถาบันนิติเวช ได้เผยแพร่ผลการชันสูตรศพ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ก็ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวทันที เพราะเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของดีเอสไอ ต้องมีการตรวจสอบตามขั้นตอน ขณะเดียวกันก็ได้เผยต่อว่า กรณีที่ตับแตกนั้น ดีเอสไอได้สอบถามแพทย์ที่ให้การรักษาแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการกดทับหลายครั้งเพื่อปั๊มหัวใจในช่วงที่พบว่าผู้ต้องหากำลังพยายามฆ่าตัวตาย และเจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพระมงกุฏ

ทั้งนี้ภายในห้องขังดีเอสไอมีกล้องวงจรปิด และจะเชิญญาติเข้ามาดูภาพในช่วงเวลาที่เกิดเหตุด้วย นอกจากนี้ในการควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวน ญาติก็เฝ้าอยู่ด้วย ถ้ามีการซ้อมหรือถูกทำร้ายจริง ญาติต้องรู้ ดังนั้นยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายผู้ต้องหา

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News


 อธิบดีดีเอสไอ ยอมรับ “ธวัชชัย อนุกูล” อดีตข้าราชการที่ดินภูเก็ต ผู้ต้องหาคดีทุจริตออกโฉนดที่ดินหมื่นล้าน ผูกคอตายในห้องขังดีเอสไอ ขณะ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าชันสูตรพลิกศพ
วันที่ 30 ส.ค.59 พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ยอมรับว่า นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่ที่ดิน ซึ่งถูกจับกุมในคดีทุจริตออกโฉนดที่ดินในจังภูเก็ต-พังงา มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และถูกนำมาควบคุมที่ห้องขังในอาคารดีเอสไอระหว่างรอนำตัวส่งฝากขังต่อศาลในเช้าวันนี้ แต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ที่ดูแลความเรียบร้อยภายในห้องควบคุมพบว่า นายธวัชชัย ได้ใช้เสื้อผูกคอตัวเอง และขาดอากาศหายใจ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

15-2

พันตำรวจเอก ไพสิฐ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพ และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากผู้ต้องหามีความเครียด ที่ถูกดำเนินคดีหลายคดี และเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกมาก่อนหน้านี้ซึ่งจากนี้ทางดีเอสไอ จะต้องสอบถามญาติผู้เสียชีวิตก่อนพิจารณาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว

พฐ.ตรวจศพผตห.ทุจริตออกโฉนดที่ดินผูกคอดับ

ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่ศูนย์ชันสูตรพลิกศพ สำนักงานคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันขึ้นไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ กรณีที่ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จังหวัดพังงา ผูกคอเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวบนอาคารที่ทำการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายธวัชชัย ถูกควบคุมอยู่ในห้องสอบสวน ที่ไม่ใช่เป็นห้องขังผู้ต้องหาบนชั้น 6 และเวลาประมาณเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าผู้ต้องหาอยู่ห้องใกล้เคียง เข้าไปพบ นายธวัชชัย ใช้เสื้อเชิ้ตผูกคอกับลูกบิดประตูห้อง อยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนหันหลังให้กับประตู และมีการขาดอากาศหายใจ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แต่เสียชีวิตในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

สำหรับ นายธวัชชัย ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจับตามหมายจับในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้ ในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา จากกรณีทุจริตการออกโฉนดที่ดินบริเวณหาดลายัน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และแปลงที่ดินบริเวณเขาหน้ายักษ์ ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาจำปี จำนวน 500 ไร่ มูลรวมกว่า 10,500 ล้านบาท

โดยเมื่อปี 2553 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลวินัยร้ายแรงและอาญา นายธวัชชัย ไปแล้ว เมื่อครั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต กับพวก ฐานทุจริตต่อหน้าที่โดยการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำนวนกว่า 362 ไร่
ดีเอสไอนำสื่อดูห้องขังอดีตจนท.ที่ดินผูกคอดับ

นายชยพล หวานชะเอม หัวหน้าผู้ควบคุมผู้ต้องขัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบบริเวณชั้น 6 ของอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา หลังกรณีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จังหวัดพังงา โดยบริเวณด้านหน้าทางเข้านั้น จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดูแลพื้นที่อย่างแน่นหนาและห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปโดยเด็ดขาด ขณะที่ภายในลักษณะของห้องขังจะใช้ประตูนิรภัยและมีกระจกใสสามารถเห็นผู้ต้องหาที่อยู่ด้านในได้ชัดเจน และมีกล้องวงจรปิด

ซึ่ง นายชยพล ระบุว่า ห้องเกิดเหตุเลขที่ 6008 เป็นห้องที่อยู่ติดกับห้องของตัวเองและก่อนเกิดเหตุ นายธวัชชัย ก็ได้พูดคุยตามปกติ ก่อนที่ในเวลาประมาณ 02.00 น. จะพบ นายธวัชชัย นั่งหันหลังให้ประตูนานผิดปกติ จึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า นายธวัชชัย ใช้ถุงเท้าที่สวมติดตัวมาผูกคอกับบานพับของประตูจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง และดำเนินการตามขั้นตอนเคร่งครัด และจากนี้จะเตรียมเสนอผู้บังคับบัญชาปรับปรุงรูปแบบของประตูห้องขังและอื่น ๆ เพื่อป้องกันเหตุลักษณะเดียวกันที่อาจจะเกิดขึ้น

สนับสนุนเนื้อหา INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง