ยกนิ้วให้!น้ำใจลุงรปภ.อุทิศทั้งชีวิตเพื่อ ‘หมาแมว’ ถูกทิ้งนับร้อยตัว

โฮ่งๆแง้วๆ!!…แว่วเสียงสัตว์ร้องเรียกดังแจ้วริมถนนย่านศาลาธรรมสพน์ เมื่อพบชายชราคนหนึ่งเดินผ่าน เสมือนการส่งสารให้รับรู้ว่า “เหล่าสี่ขา” เฝ้ารอการกลับมาของชายผู้นี้อยู่เสมอ ทั้งที่พบเจอกันทุกวัน แต่ใจมันสุดคิดถึง และอาจคะนึงว่า “วันนี้หนา พวกเรามีอะไรให้กัดกิน”

หลายสิบปีกับเรื่องราวถูกโจษจันสนั่นย่านนี้เป็นสถานที่ทอดทิ้งสัตว์ ด้วยน้ำมือมนุษย์ใจดำนำ “หมา แมว” มาทยอยปล่อยไว้ จากหนึ่งได้เพิ่มจำนวนหลักร้อย แววตาน้อยๆหลายคู่ต่างเฝ้าคอยหวังวันหนึ่งเจ้านายจะเปลี่ยนใจมารับกลับ สลับกับความหิวโหยของปากท้อง ที่พร้อมส่งเสียงเรียกร้องหวัง “ใคร” มาช่วยเหลือ

MThai News ขอพาสัมผัสชืวิต “คุณพิสิษฐ์ คำคม” หรือ “ลุงหยี” วัย 67 ปี อดีตนายทหารผันตัวรับจ้างรักษาความปลอดภัยร้านอาหารย่านพุทธมณฑลสาย1 ผู้มากด้วยน้ำใจยอมทุ่มเท หัวใจ ร่างกาย เวลา และเงินทอง เพื่อบรรเทาทุกข์-คืนความสุขให้เหล่าหมาแมวกว่า 200 ชีวิต และ หมู 1 ตัว ซ้ำยังต้องแบกรับเลี้ยงคนชราถูกทอดทิ้งอีก 1 ราย

เขาสามารถทำได้อย่างไร ด้วยรายได้รปภ.เพียงวันละ350บาท กับค่าใช้จ่ายของน้องหมาแมว ราว2,000บาทต่อวัน และเรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร ถึงได้ยอมอุทิศบั้นปลายชีวิตที่เหลือเพื่อสิ่งเหล่านี้?

img_0069

ย้อนไป20ปีก่อน บริเวณซอยศาลาธรรมสพน์ 34 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ยังไร้ซึ่งความเจริญ กลุ่มคนงานก่อสร้างต่างตั้งแคมป์อยู่จำนวนมาก และวันที่จากไปกลับทอดทิ้งหมาแมวไว้หลายสิบตัวด้วยความสงสารคุณลุงจึงตามเก็บมาชุบเลี้ยง นานวันเรื่องราวความใจดีเข้าหูคนใจดำ ได้นำหมาแมวมาปล่อยทิ้ง ภาระยิ่งเพิ่มทวี คุณลุงจึงเจียดรายได้เงินเดือนข้าราชการขณะนั้น มาเป็นค่าอาหาร-ค่ารักษาและค่าเช่าบ้านริมถนนให้เหล่าเจ้าตูบ-น้องเหมียวอยู่อาศัย

ด้วยความเสียงดังของสัตว์ประกอบกับปัญหาเรื่องกลิ่น จึงเกิดเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านละแวกดังกล่าว ต่างอ้อนวอนยื้อยุดฉุดเวลาไว้ได้ไม่นาน สุดท้ายก็จำต้องหาเงินมาขนย้ายสัตว์ออกไปมาอยู่ในสถานที่ของตนเอง เวลาผ่านไปช่างไวตามจำนวนสัตว์ที่เพิ่มขึ้น จากหลักสิบสู่หลักร้อยถูกปล่อยทิ้งไว้ให้คุณลุงรับผิดชอบ เวลาส่วนตัวทั้งหมดก็หดหายมลายไปกับเงินทองที่ร่อยหรอ แล้วใครหนอจะช่วยลุงได้

img_0049

“ผมเลี้ยงพวกเขามานานมาก เปรียบเหมือนลูก เลี้ยงเขาอย่างดี อาจมีตีบ้างหากเขาดื้อ แต่ก็ตีด้วยความรัก ทุกๆวันคอยดูแลอย่างอนามัย อาบน้ำ พาฉีดวัคซีน-ยารักษา ทยอยทำหมัน หาข้าวให้กินทุกมื้อ วันไหนไม่มีเงิน ผมยอมได้ แต่พวกอดไม่ได้ ถ้าวันนั้นผมไม่ช่วยพวกเขา พวกเขาคงตายไปแล้ว ที่เพิ่มจำนวนมากทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะการแพร่ลูกหลาน แต่เพราะฝีมือคนไร้ความรับผิดชอบ ผมยอมสละเวลาได้ทุกนาที ไม่เคยเที่ยวหรือกินเหล้า เอาเวลาทั้งหมดมาดูแลพวกเขา ยอมอด หลับอดนอน ตื่นเช้าก็ต้องไปทำงาน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พวกเขาได้สบาย”

เมื่อถึงคราวเกษียณงาน เงินบำนาญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เหลือไว้ให้เหล่าสัตว์ได้อิ่มท้อง แต่วิมานหลังใหม่จำต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สมบัติสุดท้ายคือที่ดิน จำต้องเร่ขายกิน เพื่อจัดสรรให้พวกเขาได้มีที่อยู่หลบแดดฝน

ทางเดินเล็กๆระยะกิโลกว่าจากปากทางริมถนนนำสู่ริมทางรถไฟ นี่คือสวรรค์ชั้นใหม่ที่คุณลุงยอมเช่าที่ให้เนรมิตจ้างคนสร้างกรงขนาดใหญ่ไว้หลายกรงให้เหล่าน้องเหมียวราว 60 ตัว ได้พักพิง

page

ส่วนเจ้าตูบอีก 180 ตัว ถูกแบ่งวิมาน 2 หลังแยกอยู่ในที่ดินของลุงเอง ซึ่งต้องข้ามทางรถไฟและริมคลองเข้ามา แลดูแล้วช่างแออัดไปด้วยบ้านพักของญาติและชาวบ้านละแวกดังกล่าว แต่น่าประหลาดใจในวิมานกรงเหล็กนั้น กลับมามี “หมู” อาศัยรวมอยู่กับเจ้าตัวด้วยเช่นกัน

“เจ้าหมูนี้มันหนีมาตอนปี54 หนีจากโดนทำร้ายแล้ววิ่งเข้ามาบ้านผมเฉย เหมือนรู้ว่าผมรักสัตว์ เนื้อตัวใบหน้าเต็มไปด้วยบาดเเผล ร้องโหยหวนขอให้ช่วย ผมก็ช่วยไว้ ตอนนั้นตัวเล็ก ตอนนี้อ้วนใหญ่และอยู่อย่างมีความสุขกับพวกหมา แถมยังชอบแกล้งหมาอีกด้วย”

img_0058

ถึงกระนั้น ข้อร้องเรียนก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อวิมานเจ้าตูบที่อยู่ท้ายซอยส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน งานด่าทอจึงหลุดเข้าหูลุงไม่หยุดหย่อน พร้อมกับหน่วยงานพื้นที่ได้ขอให้ลุงเร่งจัดการแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าคุณลุงนิ่งนอนใจ แต่พยายามคิดหาทางออกอยู่เสมอ นั่นคือ การหาเงินและเก็บเงินให้ได้มากที่สุด

“ภาระมากมาย ไหนจะค่าใช้จ่ายในบ้าน ไหนจะจ้างคนช่วยดูแล ไหนจะสารพัดค่ากินอยู่ของหมาแมว ผมจึงออกไปเป็นรปภ.ได้ไม่กี่ร้อยก็พยายามเก็บออม ไม่พอก็เอาของในบ้านทยอยขาย ที่ดินหมด ขายเกือบหมดแล้ว ยังเหลือที่อีกหน่อยเดียว กะจะเร่งหาเงินเก็บเงินมาซื้อที่เพิ่ม เพื่อนำหมาแมว ทั้งหมดมาไว้ในสวน ใกล้ริมทางรถไฟแล้วสร้างกำเเพงล้อมรอบไว้อย่างดี ให้อยู่ในที่ของเรา คราวนี้ ก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องเสียงดัง แล้วยังช่วยให้ดูแลพวกเขาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเทียวไปแต่ละจุด ทั้ง เหนื่อยและเป็นห่วงว่าใครจะมาทำร้าย แต่ทั้งหมดนี้คงใช้เวลาอีกแสนนานและมันคงเป็นได้แค่ความฝัน”

img_0051

หากถามถึงอีกหนึ่งภาระต้องดูแล คุณลุงเล่าว่า หลายเดือนก่อนมีหญิงชราพลัดหลงมาพึ่งใบบุญ เพราะถูกทอดทิ้งไร้ที่พักพิง ด้วยความใจดีคุณลุงจึงเปิดบ้านให้อยู่อาศัย พร้อมจัดหาข้าวน้ำให้ทานแต่ละวัน พลันเป็นอีกบ่วงที่ต้องคอยจัดสรรเวลามาดูแล

นอกจากนี้ ยังมีอีกหญิงชราอีก1ราย มาอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน แต่รายนี้ขออยู่ช่วยดูแลน้องหมาให้ช่วงกลางวัน เพราะได้นำมาฝากให้คุณลุงเลี้ยงไว้ราว 10 ตัว ส่วนกลางคืนก็กลับไปนอนหอพักที่เช่าไว้

สิ้นเสียงบอกเล่าถึงปัญหา คุณลุงก้มหน้ากุมขมับยอมรับภาระทั้งหมดนี้ ก็เพราะความขี้สงสารของตนเอง กระทำให้ตนเองอยู่บนความทุกข์ปนความสุข ครอบครัวลูกเมียต่างหนีหายก็เพราะ “รักสัตว์” มากเกินไป ขอแบกรับปัญหาไร้สำนึกรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์ของผู้อื่นไว้เพียงผู้เดียว ไม่เคยเหลียวหลังร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใด

img_0102

แต่วันนี้ชะตาหมาแมวไม่รู้จะเป็นอย่างไร เพราะปัญหาถาโถมมากเกินจะรับไหว อาจต้องจำขายที่ดินที่เหลือเพื่อประทังปากท้องผองสัตว์ไปก่อน แล้วพับเก็บแผนหาเงินซื้อที่เพิ่มสร้างบ้านหมาแมวในฝัน ยอมกัดฟันทนเสียงคนด่าทอ พร้อมกับขอวอนไปยังผู้รักสัตว์ หากอยากร่วมด้วยช่วยกันขจัดปัญหา ชายชรานี้หนาพร้อมยิ้มรับการบริจาคเพื่อหมาแมว

“ผมขอบคุณมาก หากใครคิดช่วยบริจาค เพราะขณะนี้ลำบาก รายได้แค่รปภ.ไม่พอ ของที่มีขาย หมดแล้ว ยอมจบเรื่องสร้างที่อยู่รวมให้พวกเขาไปก่อน ตอนนี้ขอให้เขามีกินไม่อดกันก็ดีใจแล้ว รับรู้เสมอปัญหาทั้งหมดนี้ ทำตัวเองเอง แต่ก็พร้อมแบกรับ ก็เพื่อให้พวกเขามีชีวิต แม้ชีวิตตัวเองใกล้ริบหรี่เต็มที และขอสัญญาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมไม่มีวันทอดทิ้งพวกเขาเช่นที่เขาเคยถูกทิ้งมา ขอดูแลจนลมหายใจของพวกเขาและตัวผมเอง หากวันไหนผมไม่อยู่แล้ว ก็ห่วงนะ แต่หวังป้าที่มาอยู่จะรับช่วงต่อ ทำดีได้เท่าเราไหม ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นบุญกรรมเหล่าสัตว์ไป สิ้นสุดที่บุญเราได้ช่วยเขา รักเขา ดูแลเขา เท่านี้ผมถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว”

img_0076-0-0

อย่างไรก็ตาม ในเสียงสะท้อนของชาวบ้านต่างเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการยอมแบกรับภาระของคุณลุง ซึ่งเสียงที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่มองถึงปัญหาวงกว้างทั้งเรื่องเสียงและกลิ่นรวมถึงความถูกสุขลักษณะ จนนำมาซึ่งข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งส่วนนี้คุณลุงน้อมรับและเร่งหาทางแก้ไข ขณะเสียงผู้ที่เห็นด้วย ต่างยกย่องและชื่นชมในความมีน้ำใจของคุณลุง ที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อต่อลมหายใจให้เพื่อนร่วมโลกได้มีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขต่อไป

MThai News ขอเป็นกำลังใจและสื่อกลางส่งต่อความช่วยเหลือ หากผู้ใจบุญใดต้องการช่วยเหลือ “คุณลุงหยี” และ หมาแมวกว่า 200 ตัว สามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ทหารไทย ( สาขา สะพานควาย ) ชื่อบัญชี นาย พิสิษฐ์ คำคม เลขที่บัญชี 193-2-13602-9 หรือ ท่านใดต้องการเดินทางบริจาคสิ่งของช่วยเหลือได้ที่ บ้านเลขที่ 16/11 ม.6 ซอยศาลาธรรมสพน์ 34 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

ปล.สามารถเดินทางมาพบคุณได้เฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น ในเวลา 07.00 – 09.30น.หลังจากนั้นคุณลุงต้องออกไปทำงานเป็น รปภ.ทุกวันไม่มีวันหยุด หรือ ติดต่อสอบถาม 0949916804 (ลุงหย๊) หรือ 080-775-3230 (ปรเมศร์ มีสมภพ)

เรื่อง/ภาพ ….  ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ 

แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

img_0105

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง