‘สนธิ’ นอนคุกคืนแรกไม่เครียด-จนท.เฝ้าเข้ม 24 ชม.

ผบ.เรือนจำคลองเปรม เผย “สนธิ” นอนคุกคืนแรกปกติ ขังในแดนแรกรับ ไม่ได้ร้องขออะไร สั่งเฝ้าดูตลอด 24 ชม.

วันนี้ 7 ก.ย. นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม เปิดเผยว่า วานนี้ ได้รับตัว นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และอดีตแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ไว้แล้ว หลังศาลฎีกาตัดสินจำคุก 20 ปี ในคดีร่วมกันลงข้อความในเอกสารเท็จของ บ.มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ขัด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ในการค้ำประกันกู้เงินธนาคารกรุงไทย กว่าพันล้านบาท

727160-02

โดยทางนายสนธิ ถูกแยกตัวคุมขังอยู่ในแดนแรกรับ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้นักโทษใหม่ปรับตัวกับสภาพความเป็นอยู่แล้ว และต้องปฏิบัติตัวตามระเบียบของเรือนจำเหมือนนักโทษคนอื่น ๆ โดยสั่งการให้ผู้คุมเฝ้าดูตลอด 24 ชม. ซึ่งเบื้องต้น นายสนธิ ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ในการถูกควบคุมตัวในคืนแรก นายสนธิ ยังคงปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ที่มา… INN


ศาลฎีกา พิพากษายืนให้จำคุก ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ 20 ปี คดีทำเอกสารรายงานการประชุมเท็จ ค้ำประกันกู้เงินธนาคารกรุงไทยกว่าพันล้าน

ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้ง หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ / นางสาวเสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ อดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ นางสาวยุพิน จันทนา อดีตกรรมการ บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยในฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

14

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2539 – 31 มี.ค. 2540 จำเลยได้ร่วมกันทำรายงานการประชุมเท็จค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กว่า 1 พันล้านบาท และไม่รายงานผลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก นายสนธิ / นางสาวเสาวลักษณ์ และ นางสาวยุพิน คนละ 20 ปี จำเลยจึงยื่นฏีกาต่อสู้คดี ส่วน นายสุรเดช มุขยางกูร อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 2 ศาลพิพากษา จำคุก 2 ปี 6 เดือน และคดีถือว่าสิ้นสุดแล้ว เนื่องจากจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาต่อสู้คดี

ทั้งนี้ ศาลฎีกา ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำกรรมเดียวนั้น เห็นว่าการทำรายงานการประชุมเพียงหนึ่งครั้งแต่นำไปค้ำประกันการกู้ยืมเงิน 6 ครั้ง ในวันเวลาที่แตกต่างกัน เป็นเวลา 1 ปี และมีจำนวนเงินแต่ละครั้งไม่เท่ากัน ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษ ศาลเห็นว่า บริษัทของจำเลยเข้าตลาดหลักทรัพย์ ต้องมีหลักธรรมมาภิบาล หากกรรมการบริษัทกระทำผิดเสียเอง ย่อมสร้างผลกระทบต่อบริษัท และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อบุคคลจำนวนมาก ที่จำเลยอ้างถึงคุณงามความดี ยังไม่เพียงพอที่จะให้รอการลงโทษได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษมานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ภายหลังคำฟังคำพิพากษา นายสนธิ ได้โอบกอดให้กำลังใจจำเลยร่วม ก่อนที่ นายสนธิ จะออกมาโทรศัพท์ แจ้งข่าวรายงาน จากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัวทั้ง 3 มายังห้องควบคุมตัวใต้ถุนศาล และคุมตัวขึ้นรถ เพื่อไปควบคุมยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง ต่อไป

 

ที่มา : INN

MThai News


ศาลอาญา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดี ‘สนธิ’ กับพวกรวม 4 คน ทำเอกสารกู้แบงก์พันล้านเท็จ วันนี้ เวลา 09.30 น.

วันนี้ 6 ก.ย. ศาลอาญา รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ นายสุรเดช มุขยางกูร อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) น.ส.เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรยงค์ อดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ น.ส.ยุพิน จันทนา อดีตกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

483723-01

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2539 – 31 มี.ค. 2540 จำเลยทั้ง 4 ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมทำสำเนารายงานการประชุมกรรมการบริษัทที่เป็นเท็จ ว่า มีมติให้บริษัทเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัท เดอะ เอ็ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้น กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวม 6 ครั้ง จำนวน 1,078 ล้านบาท

โดยจำเลยที่ 1 และ 3 ไม่ได้ขออนุมัติจากมติที่ประชุมกรรมการบริษัท และเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2539 – 18 พ.ย. 2541 จำเลยทั้งยังร่วมกันยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงตัดทอนทำบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริง และจำเลยทั้ง 4 ยังไม่ได้นำภาระการค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าวซึ่งถือเป็นรายการที่ทำให้รายได้ของ บมจ.แมเนเจอร์ฯ เปลี่ยนแปลงผิดปกติ ซึ่งต้องแสดงรายการไว้ในงบการเงินประจำปี 2539-2541 และต้องนำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อลวงให้ผู้ถือหุ้นบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้รับ รวมทั้งเป็นการลวงให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้รับรู้ถึงการค้ำประกันหนี้ดังกล่าว

ซึ่งในคดีนี้เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2555 ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1, 3 และ 4 คนละ 20 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี ต่อมา จำเลยที่ 1, 3 และ 4 ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลว่าไม่มีเจตนากระทำผิด ไม่ได้รับผลประโยชน์ในทรัพย์สินแต่อย่างใด ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ แต่อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนจำเลยจึงยื่นฎีกาต่อสู้คดี และในวันนี้ ศาลอาญารัชดา ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลศาลฎีกา

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง