‘สาธารณสุข’ ยัน ! หนุ่มปทุมธานี ไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยัน ผู้เสียชีวิตที่ จ.ปทุมธานี ไม่ได้เป็นโรคพิษสุนัขบ้า สายพันธุ์ใหม่

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายทวีศักดิ์ ทรัพย์ยุทธ์ อายุ 23 ปี ที่ยังเป็นปริศนา เนื่องจากอาการไม่แน่ชัด แต่เสียชีวิตภายใน 1 วัน ที่ จ.ปทุมธานี โดยมีกระแสว่า เป็นโรคพิษสุนัขบ้า สายพันธุ์ใหม่ แต่ทางญาติบอกว่า เป็นไข้สมองอักเสบ นั้น

ล่าสุด (9 ก.ย. 59) นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยว่า จ.ปทุมธานี ได้ส่งตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ มายังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. จากการตรวจสอบด้วยกัน 3 ครั้ง ปรากฎว่า ไม่พบเชื้อพิษสุนัขบ้า และไม่พบเชื้อไข้สมองอักเสบ ประกอบกับทางกรมฯ ยังได้ตรวจหาเชื้อที่มีลักษณะคล้ายกันอีก คือ ไวรัสเดงกี และไวรัสซิกา ก็ไม่พบอีกเช่นกัน โดยไม่พบเชื้ออะไรเลย ซึ่งหากจะตรวจหาเชื้อชนิดอื่น ๆ อย่าง หวัด ว่าเป็นเชื้อหวัดชนิดใดนั้น ยังไม่สามารถตรวจได้ เพราะการตรวจเชื้อหวัด จะต้องตรวจจากสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกหรือคอ แต่ตัวอย่างที่ส่งมาไม่ใช่

51

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า สำหรับรายที่เสียชีวิต จ.ปทุมธานี เบื้องต้นทีมสอบสวนโรคกำลังประสานไปทางญาติ ซึ่งต้องขออนุญาตว่า จะชันสูตรหาสาเหตุหรือไม่ เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ได้เสียชีวิตผิดจากธรรมชาติ การจะชันสูตรจึงต้องขออนุญาตก่อน

ส่วนกรณีพบเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า จนมีผู้เสียชีวิตที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ นั้น เบื้องต้นทราบว่า มีการฉีดวัคซีนสุนัขที่อยู่ในรอบรัศมีที่เกิดเหตุกัดชายที่ถูกกัดบริเวณบางนาแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมปศุสัตว์และพื้นที่เทศบาลดำเนินการ

ทั้งนี้ การติดเชื้อมาจากน้ำลาย ส่วนเห็บ หมัดไม่เป็นพาหะ เพราะเชื้ออยู่ในน้ำลายเป็นส่วนมาก หรือถูกเล็บที่ถูกน้ำลาย สัตว์ป่วยขีดข่วนจนเป็นแผลเลือดออก แต่กรณีอื่น ๆ ไม่นำโรค ส่วนโอกาสที่ โรคพิษสุนัขบ้า มีโอกาสแพร่เชื้อจากคนสู่คนเป็นไปได้น้อยมาก เพราะโดยปกติการติดต่อคนสู่คน แทบไม่มี ยกเว้นในอดีตหลายสิบปีมาแล้วอาจพบได้บ้าง กรณีการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น การเปลี่ยนกระจกตาของผู้เสียชีวิต แต่ปัจจุบันไม่พบแล้ว เนื่องจากมีการตรวจคัดกรองโรคดีขึ้นมาก

 

ที่มา : จส.100

MThai News


แม่โต้ ! ลูกชายไม่ได้เสียชีวิต เพราะถูกสุนัขกัด แต่เป็นไข้สมองอักเสบ พร้อมเรียกร้องให้แพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาชี้แจง

จากกรณีที่วานนี้ (7 ก.ย. 59) มีรายงานว่า นายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนิติเวชเชี่ยวชาญ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตจากการถูกสุนัขกัด ส่งมาจากโรงพยาบาลปทุมธานี ทราบชื่อคือ นายทวีศักดิ์ ทรัพย์ยุทธ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/68 ซ.งามวงศ์วาน 47 แยก 2-4 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ มาชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ

10

โดยศพที่ส่งมาทางแพทย์ยังไม่ได้รับการผ่าพิสูจน์ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีอาการติดเชื้อมา และทางนิติเวชไม่มีห้องปลอดเชื้อ ต้องให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาร่วมตรวจสอบและชันสูตรผู้เสียชีวิตรายนี้ เบื้องต้นนั้น ศพผู้เสียชีวิตรายนี้ต้องเก็บไว้ก่อนด้วยการจัดเก็บอย่างดี ส่วนเรื่องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตนั้น ต้องรอให้ญาติผู้เสียชีวิตมาติดต่อรับศพจึงจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสุนัขว่า กัดที่บริเวณใด จึงนำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลปทุมธานีดังกล่าว

ล่าสุด (8 ก.ย. 59) รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า คุณแม่ ของผู้เสียชีวิต เผยว่า ลูกชายไม่ได้ถูกสุนัขกัด หรือสัตว์ใด ๆ กัด ตามที่เป็นข่าว โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ จึงพาไป รพ.ธัญบุรี เจาะเลือดตรวจสรุปเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้ยาแก้ปวก ยาฆ่าเชื้อ มาทาน พอเข้า วันที่ 4 ก.ย. อาการไม่ดีขึ้นเลยตัดสินใจไปรพ.อีกครั้งแต่เป็นที่ใหม่ พอวินิจฉัยแล้ว ปรากฏว่า เป็นเส้นเลือดในสมองตีบ จึงขอร้องให้คุณหมอช่วยรักษา แต่คุณหมอบอกว่า เตียงเต็มไม่สามารถรักษาได้ จึงส่งตัวกลับไปที่ รพ.ธัญบุรี อีกครั้ง แต่ทาง รพ.ธัญบุรี ได้ส่งตัวไปที่ รพ.ปทุมธานี จนท้ายที่สุด วันที่ 5 ก.ย. แพทย์ได้เรียกตนเข้าไปบอกว่า ลูกชายอาหารหนักมาก และเสียชีวิตในที่สุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.

14

ด้าน พี่สาว ของผู้เสียชีวิต ได้เกิดข้อสงสัยว่า เมื่อ รพ.ปทุมธานี ได้ระบุการเสียชีวิตของน้องชายตนแล้วว่า ป่วยเป็นไข้สมองอักเสบ ทำไมถึงต้องส่งศพของน้องชายตนไปชันสูตรที่ นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ อีกครั้ง ในเมื่อเวลามีชีวิตอยู่ ก็ต้องย้ายมาหลาย รพ. ไม่มีแพทย์ที่จะรักษาได้ แต่เวลานี้จะเก็บศพของน้องชายตนไว้ชันสูตรเพื่ออะไร จึงอยากให้แพทย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ตนเองและแม่ได้รับทราบ พร้อมยืนยันว่า น้องชายไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า สายพันธุ์ใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

ที่มา : INN , เรื่องเล่าเช้านี้

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง