ชาวบ้านร้องสื่อหลานชายนายตำรวจ ปาหินใส่หลังคาบ้าน ตำรวจไม่รับแจ้งความ

ชาวบ้านร้องเรียนสื่อ หลังหลานชายนายตำรวจ ปาหินใส่หลังคาบ้าน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ

วันนี้ 8 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสมปอง ศรีใหม่ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/1 ม.7 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีเด็กวัยคนหนึ่งรุ่นปาหินใส่หลังคาบ้านจนได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ แต่อย่างใด

unnamed

นายสมปอง ศรีใหม่ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับทำกรอบพระและเกษตรกร คืนวันเกิดเหตุ ตนพร้อมภรรยา ลูกสะใภ้ และหลานอีก 1คน ได้เข้าบ้านเพื่อพักผ่อนตามปกติทุกวัน โดยขณะที่ทุกคนนอนพักผ่อนอยู่นั้นและเวลาประมาณ 21.00 น.มีวัยรุ่นที่ก่อเหตุทราบชื่อว่า เดียว หรือ ที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “ไข่เนียง” ได้มาเคาะประตูบ้านด้วยอาการมึนเมา โดยตะโกนบอกกับตนว่าจะนำพระมาให้ใส่กรอบ แต่ตนได้บอกไปว่าให้เข้ามาใหม่ในตอนเช้าพรุ่งนี้ เพราะกุญแจตู้พระและอุปกรณ์ทำกรอบพระอยู่ที่ลูกชายตน และลูกชายตนไม่อยู่บ้านออกไปทำธุระ

unnamed (2)

เมื่อตนอ้างทำให้นาย เดียว ไม่พอใจและได้เขย่าประตูบ้านอยู่เป็นเวลานาน พร้อมกับตะโกนออกมาว่า “ เดี๋ยวกูทุบตู้เอง” ซึ่งตนและครอบครัวอยู่ในห้องนอน และตนได้บอกกับทุกคนในบ้านว่าอย่าออกไปเปิดประตูโดยเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย ต่อมาตนได้ยินเสียงดังบนหลังคาบ้าน และเสียงรถจักรยานยนต์ขับออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนก็ไปสำรวจและพบว่าหลังคาบ้านตรงบริเวณห้องโถงแตกเป็นรู ขนาดใหญ่ และที่พื้นบ้านมีเศษกระเบื้องกระจัดกระจายอยู่ ใกล้กันพบก้อนหินขนาดเท่ากับขวดน้ำตกอยู่ ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อม ห่างจากบ้านไม่กี่ร้อยเมตร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้บอกกับตนว่าไม่พบคนร้ายแต่อย่างใด

นายสมปอง กล่าวอีกว่า ต่อมาช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) บุตรชายตนได้เดินทางไปที่ป้อมตำรวจฉลอง ซึ่งห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 3 กม.แต่ไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้เดินทางไปที่ สภ.สิชล เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ แต่ขณะที่บุตรชายตนกำลังจะเข้าไปยังภายใน สภ.สิชล กลับพบกับ นายตำรวจนายหนึ่ง ได้เข้ามาพูดคุยพร้อมกับกันไม่ให้บุตรชายตนเข้าพบร้อยเวร และให้แจ้งกับตนก็ได้ เดี๋ยวจะจัดการหาตัวผู้ลงมือให้ ซึ่งหลังจากนั้นเรื่องก็ได้เงียบหายไป

unnamed (1)

นายสมปอง ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกว่า นายเดียว เป็นเด็กเกเร ขาใหญ่ในพื้นที่ และยังติดยาเสพติด ชาวบ้านในพื้นที่ไม่กล้าที่จะเอาเรื่องเอาราว เพราะนายเดียว เป็นญาติของนายตำรวจนายหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโชคดีที่เป็นเพียงก้อนหิน หากเป็นระเบิด หรืออาวุธปืน ตนและคนในครอบครัวคงได้รับอันตราย ซึ่งตนเห็นว่าหากปล่อยไว้ก็จะมีแต่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านต่อไปเรื่อย ๆ จึงได้ร้องเรียนผ่านมายังสื่อมวลชนให้เป็นสื่อกลางในการเอาผิดแก่ผู้กระทำผิดดังกล่าว

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง