กทม. ขออย่าตระหนก หลังพบผู้ป่วยไวรัสซิกา 21 ราย!

กทม.แถลงอย่าตระหนก หลังพบผู้ป่วยไวรัสซิกาในพื้นที่ ย้ำเอาอยู่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันนี้ (12 ก.ย. 59) เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. นำโดย นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้อำนวยการ ได้ออกแถลงข่าวถึงความคืบหน้ากรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่ กทม. ว่า   ขอประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกกับการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าว เพราะขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติม ขณะเดียวกันกรมควบคุมโรค ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มข้นในการป้องกันแหล่งเพาะเชื้อ โดยเฉพาะการกำจัดยุงลายได้มีการเข้าไปจัดการกำจัดการแพร่เชื้อแล้ว

ไวรัสซิกา

ทั้งนี้ ยืนยันโรคซิกาไม่ทำให้เสียชีวิต โดยผู้มีอาการจะมีไข้ ปวดข้อ มีผื่น และตาแดง หากใครสงสัยให้ไปหาแพทย์ทันที ส่วนผู้ป่วยไวรัสซิกาทั่วประเทศจากข้อมูลตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 31 ส.ค. มีจำนวน 97 ราย จาก 16 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสถานการณ์สามารถควบคุมได้ ทำให้ปัจจุบันมี 12 อำเภอ 6 จังหวัด โดยในจังหวัดใดหากพบผู้ป่วยใหม่ จะดำเนินการอย่างเข้มข้นในการควบคุมอย่างเต็มที่ และไม่ประมาท



รองปลัด กทม. รับมีผู้ป่วย “ไวรัสซิกา” แล้ว 21 ราย มีหญิงครรภ์ 1 ราย อยู่ในการดูแลของแพทย์แล้ว – วอน ปชช. อย่าตื่นตระหนก ให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย

วันที่ 10 ก.ย.59 พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผย กล่าวยอมรับว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา ในเขตสาทร รวมจำนวน 21 คน ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรถ์ อายุครรถ์ 28 สัปดาห์ 1 ราย เนื่องจากได้รับเชื่อจากสามีที่เดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศที่มีการแพร่ระบาด โดยขณะนี้หญิงคนดังกล่าวอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดแล้ว

728122-01

ส่วนผู้ป่วยบางรายได้เดินทางไปต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดนครราชสีมา และปทุมธานี และบางคนไปอยู่ในเขตอื่นใน กทม. ซึ่งได้ประสานสาธาณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยข้องเฝ้าติดตามอาการ และให้คำแนะนำโดยขอให้อยู่กับบ้านพักผ่อนในช่วงที่ป่วยแล้ว

พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเพราะไวรัสซิก้า ไม่ได้น่ากลัวและเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ยอมรับว่า เป็นห่วงการติดเชื้อในหญิงวัยเจริญพันธุ์ มีผลต่อเด็กทารกทำให้กะโหลกเด็กเล็กลง เพราะฉะนั้นขอความร่วมมทอประชาชนให้ระมัดระวังและกำจัดแหล่งเพราะพันธ์ยุงลายงลาย เพื่อป้องกันทั้งโรคไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

ที่มา INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง