ดร.โสภณ ชี้ มอ’ไซค์วิ่งบนทางเท้า เพราะขาดประชาธิปไตย

ดร.โสภณ วิพากษ์สาเหตุรถจักรยานยนต์ในประเทศวิ่งบนทางเท้า เชื่อมาจากการที่ประเทศไม่มีประชาธิปไตย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่าน ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์สได้เขียนบทวิพากษ์ถึงสาเหตุที่คนขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าผ่านเว็บไซต์ www.area.co.th โดยเชื่อว่า การขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าของคนไทยนั้นเกิดจากประเทศขาดประชาธิปไตย

ดร.โสภณ, ทางเท้า, รถจักรยานยนต์

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) มาวิพากษ์ความคิดเห็นแบบ “ความดีไร้ราก” ในสังคมไทย ซึ่งสิ่งที่พวก “ดรามา” เสนอ ไม่ใช่ทางออก แต่อาจกลายเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มเติม ทั้งนี้วิพากษ์จาก Clip ที่มีผู้นำมาเผยแพร่เกี่ยวกับการขับขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า ซึ่งแลดูคล้ายกับว่าคนไทยเราไร้ระเบียบ เป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์ที่ “เกินเยียวยา” สมควรแล้วที่จะรับบาปเคราะห์ต่าง ๆ จากผลกรรมของตนเอง

การทำผิดกฎหมาย การแสดงความเห็นแก่ตัวเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง และอันที่จริงการแก้ไขปัญหานี้ทำได้ไม่ยาก อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเสมอหน้า แต่เดิมคนไทยเคยกินหมากก็ยังเลิกได้ เมื่อก่อนก็เคร่งครัดการสวมหมวกกันน็อกก็ยังทำได้ ตลาดสะพานเหล็กก็ยังรื้อได้ ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่พึงเข้าใจก็คือ ที่ทำได้ไม่ใช่เพราะต้องมีอำนาจเผด็จการแบบทหาร แม้แต่รัฐบาลพลเรือนก็ทำได้ ในยุครัฐบาลพลเรือนก็ยังรื้อรีสอร์ตเขาใหญ่ เป็นต้น (สมัยอธิบดีดำรงค์ พิเดช)

รากเหง้าสำคัญของปัญหาที่คนไม่พูดถึงก็คือ ผู้บริหารระดับสูงสุดระดับเบอร์ต้นๆ ของประเทศมักได้รับอภิสิทธิ์ผ่อนปรนต่าง ๆ นานา ระดับ “ขุนพลอยพยัก” ตามลำดับชั้นลงมาก็เลยเกิดลัทธิเอาอย่าง และยิ่งประเทศไทยไม่มีระบอบประชาธิปไตย เล่นเส้นเล่นสายกันมากมาย ความไร้ขื่อแปก็ยิ่งเกิดขึ้น เมื่อไม่มีประชาธิปไตย ประชาชนระดับล่างยิ่งถูกขูดรีดไปบำเรอคนที่มาปกครองโดยประชาชนไม่ได้เชื้อเชิญ คนระดับล่างก็ยิ่งยากจน จึงทำให้คนจนหลายคนจึงเกิดอาการ “สิบเบี้ยใกล้มือ” “ด้านได้อายอด” และจึงถูกหยิบยกมาประณามหยามหมิ่นคนจน

ปกติทางออกที่พวก “ความดีไร้ราก” นำเสนอก็คือ การเอาศาสนาเข้าข่ม ซึ่งอันที่จริงไม่ได้ผล แต่สิ่งที่ได้ผลก็คือ คนรณรงค์ได้หน้า ได้ดีต่างหาก โปรดอ่านบทความเรื่อง “อย่าปราบทุจริตด้วยศาสนา อาจเท่ากับช่วยอาชญากร” (http://bit.ly/1MKTzdU) จิตสำนึกของคนเราที่สว่างและประเสริฐจนสามารถบรรลุมรรคผลได้ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่สำหรับปุถุชน อยู่ที่การควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมายต่างหาก

ทางออกที่เป็นแบบกำปั้นทุบดินอีกอันหนึ่งก็คือการ “รณรงค์ทางสังคม” เพื่อให้ผู้คนช่วยกันต่อต้านการทำผิดกฎหมายตามที่เห็นในคลิปนี้ ซึ่งก็เป็นความคิดที่ดี แต่อาจเป็นแค่ “ไฟไหม้ฟาง” แล้วก็เงียบหายไป และที่สำคัญกลายเป็นการ “พาคนไปตาย” เพราะไปทะเลาะเบาะแว้งกับคนทำผิดกฎหมายในฐานะที่เป็นคนรักสมบัติของชาติ แต่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย คนทำผิดกฎหมายก็มักมองพลเมืองดีว่า “เสือก” เพราะไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง

ถ้าบ้านเมืองมีประชาธิปไตย ในแต่ละชุมชน ชมรมอาคาร ย่าน แขวง เขต มีการเลือกตั้ง มีผู้แทนของประชาชน มีอำนาจ มีงบประมาณกระจายมาดูแลถนนและชุมชนต่าง ๆ ของตนเอง (ไม่เอางบฯ ไปละลายทำซุ้มไฟหรืออื่นใด) มีการดูแลที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ทางเท้าจะถูกมอ’ไซค์ (รับจ้าง) ใช้วิ่งเป็นทางลัด ก็จะไม่เกิดขึ้น

ประชาชนจะหวงแหนทรัพยากรในท้องถิ่นของพวกเขา มีงบฯ ในการจ้างเวรยามมาคอยดูแล แต่โดยที่การปกครองในปัจจุบัน ข้าราชการประจำเป็นใหญ่ ไม่ว่างก็ไม่ต้องมาทำอะไร ไม่ได้มีการเลือกผู้แทนประชาชนในทุกระดับชั้นเพราะถูกป้ายสีว่าผู้รับใช้ประชาชนเป็น “นักการเมือง” เลว สภาพย่ำแย่นี้จึงดำรงอยู่

ทำบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้ ประเทศจึงจะเจริญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง