ปวีณา’ เยี่ยม ‘น้องทราย’ แพทย์ ไม่ฟันธงสาเหตุ

‘ปวีณา หงสกุล’ เยี่ยม ‘น้องทราย’ หลังเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลยันฮี ด้าน แพทย์ เน้นรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด หากใน 1 ปี อาการไม่ดีขึ้นจึงจะผ่าตัด ไม่ฟันธงสาเหตุ

จากกรณี น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี และคุณแม่ นางปราณีย์ จอดสันเทียะ อายุ 48 ปี ได้ออกมาร้องสื่อและมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังถูกคุณครูวิชาพละ ปาแก้วกาแฟใส่ จนทำให้กล้ามเนื้อบวมไปทับเส้นประสาทส่วนที่ 7 เป็นเหตุให้ตาซ้ายหลับไม่สนิท และปากเบี้ยว จนเสียโฉม ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลยันฮี ได้เข้าช่วยเหลือให้รับการรักษาฟรี เนื่องจากอาการของน้องไม่สามารถรอได้ ยิ่งทิ้งไว้นานอาการจะยิ่งแย่ลง

ล่าสุด (20 ก.ย. 59) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางเข้าเยี่ยม น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนที่ถูกคุณครูพละปาแก้วใส่ จนทำให้ตาซ้ายปิดไม่สนิท ปากเบี้ยว หน้าเสียโฉม หลังเข้ารับการรักษาฟรี ที่ โรงพยาบาลยันฮี ซึ่งเบื้องต้นได้ทำ MRI จนทราบสาเหตุของอาการ และเตรียมหาวิธีรักษา

ทั้งนี้ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วยคณะแพทย์ เผยทางทีมเเพทย์ลงความเห็นร่วมกันให้สมควรตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพราะจากการตรวจร่างกาย ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ข้างซ้าย เกิดจากสาเหตุใด

ซึ่งจากผลตรวจเลนส์ตา และจอประสาทตาซ้ายปกติ มีภาวะตาแห้งข้างซ้าย และมีความผิดปกติของเส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้าด้านซ้าย ตั้งแต่บริเวณปมเส้นประสาท ด้านในกระโหลกศีรษะยาวจนถึงส่วนที่อยู่กระดูกหลังหู ซึ่งความผิดปกตินี้อาจเกิดจรากการติดเชื้อ หรือการอักเสบของเส้นประสาท นอกจากนี้ ยังพบว่าเส้นประสาทของใบหน้าด้านซ้าย แขนงที่เลี้ยงหนังตา โหนกแก้ม ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า มีความเสียหายปานกลางถึงรุนแรง ส่วนแขนงที่เลี้ยงแก้ม พบความผิดปกติเช่นกัน แต่ความเสียหายของเส้นประสาทน้อยกว่า

ด้านการรักษาอาการเส้นประสาทอักเสบของน้องทราย ขณะนี้เน้นไปในทางการรักษาด้วยยา และกายภาพบำบัด ให้การรักษาภาวะตาแห้งด้วยการหยอดน้ำตาเทียม และปิดตาในเวลากลางคืน ซึ่งทำร่วมกับการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกวิธีฝังเข็ม และออกซิเจนแรงดันสูง โดยจะประเมินผลการรักษาทุกเดือนต่อเนื่อง 6 เดือน หากอาการไม่ดีขึ้น อาจรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะพิจารณาทำหลังเกิดอาการอย่างน้อย 1 ปี

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้น้องทราย มีอาการปากเบี้ยว หน้าผิดรูป เกิดจากอะไรนั้น นพ.สุพจน์ เผยว่า เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากรับน้องเข้ามารักษาหลังจากเกิดเรื่องมาแล้ว 1 เดือน ทำให้ไม่เห็นบาดแผล และวินิจฉัยจากแฟ้มประวัติของน้องที่ทางโรงพยาบาลมหาราชส่งมา จึงทำให้ระบุไม่ได้

 

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง