อัด กทม. แก้ปัญหาไม่ถูกจุด จับ เหี้ย พ้นสวนลุม

คนไม่เห็นด้วย กทม.ไล่จับตัวเงินตัวทอง (เหี้ย) พ้นสวนลุม หวังปรับภูมิทัศน์ ชี้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด-ไม่เกิดประโยชน์แถมเป็นการนำปัญหาจากที่หนึ่งไปไว้อีกที่หนึ่ง

จากกรณีที่วันนี้ (20 ก.ย. 59) สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวเงินตัวทองที่สวนลุมพินีกว่า 400 ตัว ตามมาตรการปรับภูมิทัศน์ภายในสวนลุมพินี เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการเกิดความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้นนั้น

ตัวเงินตัวทอง, เหี้ย, สวนลุมพินี

ล่าสุดผู้คนจำนวนมากได้ออกมาแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าวของ กทม. เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจัดการที่ปลายเหตุ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง โดยเฉพาะนางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักสัตว์ป่า ที่ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องข้างต้นว่า

การจับตัวเงินตัวทองออกจากสวนลุมฯ คงทำไม่ได้ทั้งหมดเพราะเป็นเรื่องยากที่คนจะเข้าถึงตัวมัน ดังนั้นการแก้ปัญหาวิธีหนึ่งคือการเดินเท้าค้นหาไข่ของตัวเงินตัวทองมาทำลายน่าจะเป็นการแก้ปัญหาการลดจำนวนประชาชนกรตัวเงินตัวทองลงได้อีกทางหนึ่ง

ขณะที่แหล่งข่าวรายหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า การดำเนินการย้ายตัวเงินตัวทองของ กทม. ครั้งนี้ นอกจากแนวความคิดในการจัดการพื้นที่ให้ดูสวยงาม หรือเพื่อการควบคุมจำนวนตัวเงินตัวทองแล้ว ส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ที่เป็นผลผลจากทัศนคติเดิมๆ ของคนไทยที่มักมองเห็นตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ไร้ค่า-น่ารังเกียจ จนเป็นสาเหตุให้เรานำคำว่า “เหี้ย” มาใช้ในการด่ากัน

หากแต่ในความเป็นจริงแล้วหากตัดอคติในคำว่า “เหี้ย” หรือ “ตัวเงินตัวทอง” ออกไป  ก็จะพบว่า แท้จริงแล้ว ตัวเงินตัวทองก็เปรียบเหมือนสัตว์ทั่วไปประเภทหนึ่ง ไม่ต่างจากสัตว์ชนิดอื่น ที่อาศัยอยู่ร่วมกับคนเมืองมาช้านานแล้ว ไม่ต่างจากสัตว์เร่ร่อนอื่นๆ ที่พบเห็นได้ ตามข้างถนนทั่วไป ที่ยังสร้างความน่ารำคาญหรือปัญหาให้กับเมืองใหญ่ได้ไม่ต่างกันมากนัก

อีกทั้ง “ตัวเงินตัวทอง” ที่เราเห็นกันอยู่นั้น มีความสามารถในการเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่มีมูลค่าสูง แต่ถูกมองข้าม ไปจนมีการเรียกร้องให้ปรับจากการเป็น “สัตว์ป่าคุ้มครอง” มาเป็น “สัตว์ป่าคุ้มครองที่สามารถเพาะเลี้ยงได้” เพื่อนำไปสู่การพัฒนา-สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน การที่ กทม. อ้างเหตุผลต่างๆ ว่า การจัดดังกล่าวเป็นเพราะเพื่อความปลอดภัย หรือความเรียบร้อยภายในสวนลุมฯ  เพื่อป้องกันความเสียหายของพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น แปลงปลูกต้นไม้ ตลิ่งพัง จากตัวเงินตัวทองนั้น อาจจะมิใช่เหตุผลหลัก แต่การสร้างความรำคาญทางสายตาต่างหากที่นำไปสู่มาตรการดังกล่าว

ซึ่งในการเคลื่อนย้ายไปยังที่ใหม่นั้น จะเป็นการแก้ปัญหาวิธีนี้ถูกจุด และไม่เป็นการย้ายปัญหาจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเท่านั้น

ปัญหาในสวนลุม หลังมีการลดประชากรตัวเงินตัวทองนั้นอาจจะต่างไปจากที่ กทม. คิด เพราะตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ที่ช่วยกำจัด “ขยะ” จำนวนไม่น้อยแทน “คน-เจ้าหน้าที่” ได้อย่างดี เช่น ซากปลาที่ตายแล้ว เศษอาหาร-ขยะบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้ตามซอกหลืบต่างๆ ที่มองไม่เห็น

ดังนั้น การเลือก “จับตัวเงินตัวทอง” ของ กทม. นั้น จึงต้องช่างใจ-ช่างน้ำหนักให้ดีว่า

เพราะผลกระทบ-ปัญหาที่เกิดขึ้น กับผลเสียที่ย้อนกลับมา นั้น คุ้มค่ากันมากน้อยแค่ไหน ควรต้องสลัดความคิด-อคติของคำว่า “เหี้ย” ออกไป แล้วมองว่า “สัตว์ตัวนี้” สร้างปัญหาอะไรให้กับ “คนกทม.” บ้าง

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง