หมวดเจี๊ยบ งง! อภิสิทธิ์ ไร้หลักฐานเกณฑ์ทหาร แต่ได้เป็นอาจารย์ จปร.

จี้รับผิดชอบ หวั่นทำชื่อเสียงกองทัพเสื่อมเสีย เย้ยเหมาะไปเป็นทหารหญิง

Mthai News ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ที่ว่ากระทรวงกลาโหมเตรียมที่จะขอพระราชทานถอดยศ และเรียกคืนเงินเบี้ยหวัด จากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังสืบทราบว่า ใช้หลักฐานไม่ถูกต้องสมัครเข้ารับราชการทหาร ว่า

กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความเป็นธรรมในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการทหาร และความเชื่อมั่นต่อระบบการเกณฑ์ทหารของประเทศไทย ซึ่งไม่ควรพังพินาศลงเพราะกรณีของนายอภิสิทธิ์ เพียงคนเดียว

ที่สำคัญตัวนายอภิสิทธิ์ เองในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ และเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศ ก็ควรชี้แจงให้ชัดเจนว่า ตนเองมีส่วนรู้เห็นแค่ไหนเพียงใด ในกระบวนการบรรจุแต่งตั้งที่ไม่ถูกต้องในครั้งนั้น

เพราะในการตั้งกรรมการสอบของกองทัพบก ก็ได้มีการเอาผิดและลงโทษ เจ้าหน้าที่สัสดี และ ทหารหญิงยศพันเอก ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครนายอภิสิทธิ์ ไปแล้ว

มีเพียงนายอภิสิทธิ์ ที่ดูเหมือนจะลอยตัวเหนือปัญหา ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องของ นายอภิสิทธิ์ โดยตรง ที่น่าสังเกตุ คือ เหตุใดใบสมัครเข้ารับราชการของนายอภิสิทธิ์ จึงมีความพิเศษกว่าของคนอื่น เพราะใช้ทำเรื่อง บรรจุแต่งตั้งได้ ทั้งๆ ที่เอกสารประกอบการสมัครไม่ครบถ้วน โดยขาดเอกสารชิ้นสำคัญ คือ หลักฐานการเกณฑ์ทหาร

นอกจากนี้ยังผิดระเบียบขั้นตอนในการบรรจุแต่งตั้งอย่างชัดเจน เพราะตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 0401/1916 ลงวันที่ 28 พ.ย. 2528 ข้อ 2.1.1.1 ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่าผู้สมัครที่เป็นเพศชาย “ต้องผ่านการตรวจเลือกทหารแล้ว” โดยเหตุที่กองทัพวางหลักเกณฑ์ไว้เช่นนี้ ก็เพื่อป้องกันการสมัครเข้ารับราชการทหารเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารของคนมีเส้นสาย

ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ ต้องการสมัครเข้ารับราชการทหาร โดยที่ยังไม่ได้ไปเกณฑ์ทหารก็ต้องไปสมัครเป็นทหารหญิง หรือต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี เท่านั้น แต่กระบวนการบรรจุ นายอภิสิทธิ์ เกิดขึ้นในขณะที่นายอภิสิทธิ์ อายุเกิน 21ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปตรวจเลือกหรือเกณฑ์ทหารเลย

ทั้งนี้ รร.จปร. ได้เริ่มทำหนังสือขออนุมัติบรรจุ นายอภิสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค 2530 ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 2สัปดาห์ก่อนจะถึงกำหนดวันเกณฑ์ทหารของ นาย อภิสิทธิ์ คือ วันที่ 7เม.ย 2530

ซึ่งน่าสังเกตุว่าเหตุใดต้องรีบกระทำก่อนถึงวันเกณฑ์ทหาร ทั้งๆ ที่มีหลักฐานไม่ครบและเป็นการสมัครรับราชการที่ผิดระเบียบและผิดขั้นตอน ถ้าไม่ใช่ลูกคนใหญ่คนโตจะทำแบบนี้ได้หรือไม่

ดังนั้นเพื่อความสง่างาม นายอภิสิทธิ์ ควรยอมรับแบบลูกผู้ชายว่า เหตุที่ต้องรีบชิงสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย ก่อนที่จะถึงวันที่ครบกำหนดเกณฑ์ทหารนั้น เป็นความจงใจหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ใช่หรือไม่ หรือว่านี่เป็น “โมเดลการหนีทหารของคนมีอภิสิทธิ์” ที่ใช้เทคนิคขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารไปเรื่อยๆ โดยอ้างว่าไปเรียนต่างประเทศ

พอเรียนจบก็ใช้วิธีพิเศษบรรจุเป็นนายร้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร เพราะไม่ต้องการจับใบดำ ใบแดง และเมื่อบรรจุเข้ามาแล้ว ก็ทำงานให้ รร.จปร. เพียงไม่กี่วัน แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ ลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ ไม่เหมือนคนที่ต้องการทำงานให้กองทัพ

จนเป็นที่น่าสงสัยว่า ที่ นายอภิสิทธิ์ สมัครเข้ามาเป็นทหาร ก็แค่เพื่อบังหน้า เป็นการฆ่าเวลา ก่อนออกไปทำงานอย่างอื่น โดยไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ใช่หรือไม่ นอกจากนี้ การมุบๆ มิบๆ ในการใช้คำนำหน้ายศเป็นเพราะการเป็นทหารของนายอภิสิทธิ์ มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่ต้องปกปิดอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ควรตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน


Mthai News

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง