อ่วม! ศาลสั่ง ‘นิพัทธ พุกกะณะสุต’ ชดใช้ออมสิน 534 ล.

ศาลแพ่ง รัชดา พิพากษาศาลฎีกา คดี “นิพัทธ พุกกะณะสุต” อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ มีหุ้นบีบีซี ให้ชดใช้แก่ ธนาคารออมสิน 534 ล้านบาท   

ศาลแพ่ง รัชดา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ธนาคารออมสินเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ และอดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นจำเลย จากกรณีที่เมื่อครั้งจำเลยดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการของโจทก์ช่วงเดือนมิถุนายนปี 2538 ได้เร่งรัด อนุมัติเงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี จำนวน 375 ล้านบาท โดยไม่ผ่านมติคณะกรรมการของโจทก์ ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคำสั่งระงับไม่ให้บีบีซีประกอบธุรกิจต่อไป ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินกว่า 534 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 กำหนดให้โจทก์ประกอบธุรกิจได้ในขอบเขตจำกัดการลงทุนนอกเหนือจากที่กำหนดต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในช่วงเกิดเหตุจำเลย ย่อมทราบข่าวจากสื่อต่าง ๆ รายงานสถานการณ์ของบีบีซีว่า อยู่ในขั้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องให้ความช่วยเหลือมียอดหนี้สงสัยจะสูญถึง 12,000 ล้านบาท การที่จำเลยอนุมัติเงินถึง 375 ล้านบาท ซื้อหุ้นของบีบีซี เงินส่วนหนึ่งย่อมมาจากเงินฝากของประชาชนจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

การกระทำของจำเลยเป็นการละเลยและเร่งรีบอนุมัติ โดยไม่ผ่านคณะกรรมการ ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายจึงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต่อโจทก์ แม้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดมีความเห็นว่าจำเลยเพียงประมาทเลินเล่อ มิใช่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวไม่ผูกพันการวินิจฉัยของศาล การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ ต้องสูญเสียเงิน 375 ล้านบาท จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงิน ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลล่างพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์กว่า 534 ล้านบาท

ข้อมูล INN

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

 


สั่งริบทรัพย์! ‘นิพัทธ พุกกะณะสุต’ อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์

 

ศาลแพ่ง พิพากษาริบทรัพย์ 49ล้าน “นิพัทธ พุกกะณะสุต” อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ตกเป็นของแผ่นดิน หลัง ป.ป.ช.พบพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติชี้มูลปี49

วันที่ 14 ต.ค. 58 ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก มีรายงานว่า ศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษาคดีริบทรัพย์ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินของนายนิพัทธ พุกกะณะสุต อายุ 72 ปี อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ จำนวน 49 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา

นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์
นิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์

โดยศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานที่ได้มีการไต่สวนแล้ว เห็นว่า ทรัพย์สิน ตามคำร้อง จำนวน 49 ล้านบาท ที่นายนิพัทธ ได้มา ขณะรับตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์นั้น นายนิพัทธ อ้างว่า ได้มาจากการจำหน่ายวัตถุมงคล และได้มาจากการขายที่ดินของภริยา แต่นายนิพัทธ ไม่นำพยานบุคคลผู้ซื้อวัตถุมงคลมาสืบ รวมถึงที่มาของเงินที่ซื้อด้วย และไม่มีหลักฐานว่าภริยา ได้รับเงินค่าขายที่ดินมาอย่างไร พยานบุคคลที่นายนิพัทธ นำมาสืบไม่น่าเชื่อถือ

เมื่อนายนิพัทธ มีภาระการพิสูจน์ที่ต้องทำให้ศาลเห็นว่า ทรัพย์สินจำนวน 49 ล้านบาท ไม่ได้เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติตามที่ถูกกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 81 แต่พยานหลักฐานที่นายนิพัทธ นำสืบมาไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานของอัยการ ผู้ร้องได้ ดังนั้นจึงฟังได้ว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน ในชื่อนางอุบล พุกกะณะสุต และบุตรสาว จำนวน 49 ล้านบาท มาจากทรัพย์สินที่นายนิพัทธ ถูกกล่าวหามีมากผิดปกติหรือเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ และเป็นการร่ำรวยผิดปกติ

ศาลแพ่ง จึงมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 49 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 80(2)

ทั้งนี้ ศาลแพ่ง ถือเป็นศาลชั้นต้น ที่มีคำสั่งให้ริบทรัพย์ ซึ่งตามกฎหมาย นายนิพัทธ ผู้ถูกกล่าวหา ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาที่ให้ริบทรัพย์ดังกล่าว ภายใน 30 วันนับแต่ที่ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ก.ย.58

สำหรับกรณีดังกล่าว เดือน ต.ค.49 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดนายนิพัทธ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลังและทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับตำแหน่งที่ปรึกษากระทรวงการคลัง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ พบหลักฐานว่า นายนิพัทธ ผู้ถูกกล่าวหา และภริยา มีเงินฝากและดอกผลในสถาบันการเงิน 49 ล้านบาท ไม่อาจชี้แจงได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยชอบอย่างใด

ป.ป.ช.จึงได้รวบรวมหลักฐานแล้ว กล่าวหานายนิพัทธ ได้ทรัพย์มาโดยไม่สมควรกรณีได้รับเงินสินบน 30 ล้านบาท จากบริษัทเอกชนเพื่อเป็นค่าตอบแทน การให้ชนะการประมูลโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ในสมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และกรณีภริยาได้รับเงิน 14 ล้านบาทที่อ้างว่า ได้มาจากการทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน แต่กลับไม่มีการซื้อขายที่ดินตามที่กล่าวอ้าง

จึงส่งสำนวนการไต่สวน ให้นายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุดขณะนั้น เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน 49 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากนายนิพัทธ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

ที่มา matichon

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง