โฆษกย้ำจุดยืนรัฐบาล-คสช. มารักษาความสงบ ไม่เคยซ้อมผู้เห็นต่าง

พล.ต.สรรเสริญ ยัน คสช. – รบ. มุ่งดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่เคยซ้อม ทรมานผู้เห็นต่าง -รัฐบาล ด้านนายกรัฐมนตรี ไม่กังวลกลุ่มต่าง ๆ เคลื่อนไหว ไม่ตอบปม 8แอดมิน ชื่อมโยง “โอ๊ค พานทองแท้” โยนฝ่ายมั่นคงดู

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ยื่นเรื่องต่อ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ตรวจสอบและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาล,
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

เป้าหมายของ รัฐบาล และ คสช. คือ การรักษาความสงบเรียบร้อย ในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ โดยยืนยันว่า นับตั้งแต่เข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่เคยมีเหตุการณ์จับกุม ซ้อม ทรมานประชาชน หรือกลุ่มผู้ที่เห็นต่าง ตามที่เครือข่ายอาจารย์ นำมากล่าวอ้าง

พร้อมกันนี้ พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า ผู้กระทำผิดกฎหมายทุกคน จะถูกควบคุมตัวและปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย โดยแม้แต่คนที่กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่เคยถูกกระทำรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น จึงอยากให้เครือข่ายอาจารย์ พิสูจน์ให้เห็นด้วยหลักฐาน ไม่ควรเชื่อข้อมูลจากการฟังตามกันมา หรืออ่านเพียงข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวว่า การเรียกร้องให้ UN เข้ามาก้าวก่ายกิจการภายในประเทศไทย ของเครือข่ายอาจารย์นั้น เปรียบเหมือนการชักศึกเข้าบ้าน โดยนำประเด็นต่างกรรมต่างวาระมาผสมกัน เช่น การนำคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 มาเขียนรวมกับ พ.ร.บ.การลงประชามติ ว่า

เป็นการใช้กฎหมายควบคุมผู้เห็นต่าง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน โดยคำสั่ง 13/2559 เป็นกฎหมายเพื่อกวาดล้างมาเฟีย เพื่อปกป้องสุจริตชน ขณะที่ พ.ร.บ.ประชามติ มีขึ้นเพื่อป้องกันการชี้นำ การบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจบนพื้นฐานข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า รัฐบาล และ คสช. ไม่กังวลในการทำความเข้าใจกับองค์กรระหว่างประเทศ เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศ ได้อธิบายความก้าวหน้าของแนวทางการปฏิรูปประเทศมาโดยตลอด

และหากองค์กรใดต้องการข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย สามารถติดต่อได้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีความเหมาะสมมากกว่า การรับฟังข้อมูลจากกลุ่มคนหรือหน่วยงานอื่น ที่อาจมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือบิดเบือน

ขณะที่ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่มีกลุ่มต่างๆ  พยายามดึงองค์กรต่างประเทศเข้ามาตรวจสอบและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ว่า

นายกรัฐมนตรี ไม่มีความวิตกกังวล แต่ไม่เข้าใจถึงเป้าหมายของการเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ รวมถึงการพยายามดึงองค์กรต่างประเทศเข้ามาวุ่นวาย เพราะสร้างความวุ่นวาย ทำลายภาพลักษณ์ ซึ่งรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการดูแลความสงบเรียบร้อย และสร้างบรรยากาศไปสู่การทำประชามติ เพื่อให้เดินหน้าไปตามโรดแมป และมั่นใจว่า จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ตลอดจนเตือนกลุ่มต่างๆ ที่เคลื่อนไหว ให้ยึดตามกรอบของกฏหมาย ส่วนกรณี 8 แอดมิน ที่มีการเชื่อมโยง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ขอตอบปล่อยให้ฝ่ายความั่นคงดำเนินการไปตามขั้นตอน

ทั้งนี้ พล.ต.วีรชน กล่าวถึงกรณีการยื่นหนังสือต่อข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ของกลุ่มนักวิชาการ ว่า ต้องรอดูว่าองค์กรต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไร แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี ที่รัฐบาล จะได้มีโอกาส ในการชี้แจงทำความเข้าใจ ให้องค์กรต่างๆ เข้าใจมากขึ้น

เพราะอาจได้รับได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียว ไม่ครบถ้วน ซึ่งจะทำให้เข้าใจผิดได้ ยืนยัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คสช. และรัฐบาล ไม่มีการใช้อำนาจที่เกินเลย หรือทรมาน ผู้ถูกกล่าวหา กระทำผิด ให้ได้รับความเดือดร้อนทางร่างกายและจิตใจแต่อย่างใด

ข่าวจาก INN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง