นปช.ค้านปิด ‘พีซทีวี’ โวย ยิ่งสั่งปิดยิ่งสร้างแตกแยก!

นปช. เตรียมยื่น กสท. คัดค้านปิด “พีซทีวี” ขณะ “จตุพร-ธิดา” โวย  รัฐลุอำนาจ ใช้อารมณ์แทนกฎหมาย ลั่น ยิ่งสั่งปิดยิ่งสร้างความแตกแยก

 

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การสั่งปิดพีซ ทีวี ในวันที่ 4 ก.ค. เป็นการสร้างความแตกแยกในราชอาณาจักรอย่างแท้จริง เพราะจะทำให้ประชาชนปะทุอารมณ์ไม่พอใจขึ้นมากกว่าการสั่งปิดเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2558 โดยข้อหาที่จะมาใช้ปิดพีซ ทีวี คณะอนุกรรมการด้านเนื้อหารายการและผังรายการอ้างว่า ฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ตามข้อ 3 (5)

83-6

ที่ระบุห้ามนำเสนอเนื้อหาที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร ซึ่งมี 3 รายการที่ถูกอ้างว่าเป็นเหตุในการปิด จึงอยากรู้ว่า ใครเอาเนื้อหาไปสร้างความแตกแยกบ้าง มีการเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้น อ้างข้อหาสร้างความแตกแยกได้อย่างไร

ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.สุชาติ ผองพุฒิ หัวหน้าคณะทำงานสื่อของ คสช. เอาอะไรมาเป็นหลักพิจารณา เพราะกฤษฎีกาแนะนำให้ไปยื่นเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพราะเรื่องคำสั่งทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีการปิดพีซ ทีวี ครั้งก่อน ยังอยู่ในการวินิจฉัยของศาลปกครอง แต่การยื่นยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ก็ไม่เป็นผล จึงมองว่าเป็นการลุแก่อำนาจ อยากทำก็ทำ ตนก็จะสู้จะไปยื่นหนังสือคัดค้านที่ กสท. โดยหนังสือที่ไปยื่นมีครบถ้วนทั้งเหตุผล ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ดังนั้น การปิดพีซ ทีวี คือการสร้างความแตกแยก เป็นการลุแกอำนาจ เป็นพวกปลุกปั่น ยั่วยุด้วยตัวเอง

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวว่า กรณีปิดพีซทีวีโดยเชิญฝ่ายต่างมาให้ข้อเท็จจริง เพราะพยายามทำให้เกิดความชอบธรรม การเชิญฝ่ายกฎหมาย คสช. ฝ่ายกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) และผู้แทนกฤษฎีกา มาขอความเห็น แต่ตัวแทนกฤษฎีกา บอกว่า อาจผิดเงื่อนไขศาลปกครองให้ความคุ้มครองชั่วคราวนั้น ถ้าผิดก็ต้องไปยื่นต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่อาจจะคิดว่า ทำอะไรก็ได้หรือไม่ ส่วนตัวแทน กสม.บอกว่า ถ้าเรื่องถึงศาล กสม.จะล้วงลูกไม่ได้ ดังนั้น จึงอยากให้ ว่ากันตามระบบของศาลปกครอง

อ่านเพิ่มเติม >>> Jatuporn Prompan

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง