นายกฯ ย้ำรัฐไม่ได้ชี้นำประชามติ วอนอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน

นายกรัฐมนตรี ยันตั้งศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยประชามติ ไม่ชี้นำรัฐธรรมนูญ ขออย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน แจงใช้คำสั่ง คสช. จัดระเบียบสังคม เพื่อความรวดเร็วมากขึ้น ชี้ปรับผังช่อง 11 ก็เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น

วันนี้ (8 ก.ค. 59) ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลบาลได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตทุกหมู่บ้าน จากแหล่งข้อมูลทางวิชาการทั่วโลก เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้มากขึ้น ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งการสร้างความรู้ดังกล่าวประชาชนต้องพยายามหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้ระเบิดจากข้างใน ไม่ต้องให้ใครมาป้อนความรู้แบบเด็กๆ เหมือนที่ผ่านมา

รายการคืนความสุข, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชามติ

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึง การตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ว่า เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย มีความปลอดภัย ไม่ใช่การลงไปชี้นำในการลงคะแนนเสียงประชามติ  โดยมีการทำงานเป็นลักษณะบูรณาการจาก 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล หรือกระทรวงมหาดไทย คสช. และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปในเชิงป้องกันหน่วยงานต่างๆ บังคับใช้กฎหมายได้ และปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดและสุจริต
ทั้งนี้ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน และขอให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ

ส่วนการบังคับใช้กฎหมายในการจัดระเบียบสังคมและบ้านเมืองโดยใช้คำสั่ง คสช. นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็เพื่อให้เกิดความรวดเร็วขึ้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่รัฐอธิบาย ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องเข้าไปจัดระเบียบสังคมเพื่อประโยชน์ในระยะยาวด้วย  และอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ ปลูกฝังคนไทยให้พูดจาด้วยเหตุด้วยผล และช่วยกันดูแลเฝ้าระวังให้เกิดการทุจริต หากพบอีกจะถูกลงโทษสถานหนัก

“ผมไม่อยากให้เกิดภาพความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้นอีกเหมือนอย่างการเลือกตั้งในอดีต จนการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย สิ้นเปลื้องงบประมาณ เจ้าหน้าที่ถูกลงโทษ แล้วใครจะรับผิดชอบบ้าง วันนี้ผมก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง เราละเว้นอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการเดินหน้าและปฏิรูปประเทศตามโรดแมป ถ้ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

อย่าไปหลงเชื่อคำบิดเบือน ผมไม่บังคับใครอยู่แล้ว เพียงแต่เราขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ป้องกัน ระงับ ยับยั้งเหตุที่จะนำไปสู่การไม่สงบเรียบร้อย รวมทั้งปัญหาที่อาจจะเกิดจากการชุมนุมสาธารณะ ที่บานปลายไร้การควบคุม เคยเกิดขึ้นมาในอดีตมากมายเรื่องเหล่านี้อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ผมก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนในการบังคับใช้กฎหมาย ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการปรับผังของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ว่า ก็เพื่อให้ผู้ผลิตทำรายการดีๆ มานำเสนอพี่น้องประชาชน แต่ใครจะดูหรือไม่ก็ไม่ได้บังคับ แต่ช่วงไหนที่สำคัญก็ให้กลับมาดู และในวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะเป็นวัน ครบรอบ 28 ปี เอ็นบีที มีหลายรายการใหม่ ที่น่าสนใจ เช่น

รายการขันเป็นข่าวของโฆษกรัฐบาล ซึ่งจะเปิดตัววันแรกในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 21.00 น.จะเป็นรายการที่ให้โฆษกรัฐบาลลงไปพบปะพี่น้องประชาชนตามถนนหนทาง ร้านค้าตรอกซอกซอย มีคำถามอะไรฝากถามรัฐบาล มีอะไรอยากรู้ก็ถามโฆษก ซึ่งจะตอบทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เรื่องไม่เป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ต้องตอบ

แต่ถ้าเราปรับรายการไปแล้วไม่มีคนดูมันก็เหมือนเดิม ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ตามท่านก็ไม่รู้ไม่ทราบ แล้วก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไร ไม่มีช่องทางเข้าหา กองทุนอะไรต่างๆ มันมีหมดอยู่แล้ว ใครเข้ามาเขาก็ได้ ใครปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เขาก็ได้ เว้นแต่ว่าคนไม่สนใจเอง ซึ่งตนไม่โทษท่าน ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้มาตลอด วันนี้ตน ค่อยๆ พูดค่อยๆ แก้ไปแล้วกัน แต่อยากให้มันแก้เร็วขึ้น ประชาชนต้องสนใจ จะได้เป็นประโยชน์กับตนเอง ครอบครัว มีอาชีพมีรายได้เพิ่มเติมมากขึ้น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนช่วงหนึ่งหลังถูกถามว่าในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯ และหัวหน้าคสช. คิดว่า กกต.จะรับมือกับวิชามารในการขวางประชามติได้หรือไม่ โดยนายกฯ กล่าวว่า ตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่มาร เพราะว่าวิชามาร มารเป็นคนทำต้องไปถามมาร และตนต้องคิดหวังกับเจ้าหน้าที่ว่าการลงคะแนนประชามติต้องทำสำเร็จ ถ้าไม่หวังกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วจะหวังกับใครได้ และตนก็มีหน้าที่ให้กำลังใจทำหน้าที่ตามกฎหมาย

“เดี๋ยวติดคุกกันเยอะอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก แทบไม่ต้องสั่งเลย เปิดโอกาสให้เขามาสอบสวนทุกเรื่องมันก็จบหลายคดี แล้ววันหน้าก็หาว่าผมรังแกอีก” นายกฯ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง