สาวไส้ใครต้านใช้วิชามาร ขวางเส้นทางประชามติคสช.

เข้มข้นขึ้นต่อเนื่องช่วงโค้งสุดท้ายใกล้ “วันประชามติ” – “ร่างรัฐธรรมนูญ” 7 ส.ค.นี้ ที่ว่าเข้มข้นนี้ ไม่ใช่เรื่องหน่วยงานดราหน้าประชาสัมพันธุ์ร่างรัฐธรรมนูญสักเท่าใด เพราะลุยทำไปก็มีเสียงสะท้อนผ่านสำนักโพลต่างๆว่า ส่วนใหญ่ประชาชนยังไม่เข้าใจและตื่นตัวต่อ 2 กรณีนี้ ยิ่งมีคำถามพ่วงมาด้วย ยิ่งสับสนใหญ่ว่า “นายกฯจากเลือกตั้ง” หรือ “นายกฯคนนอก” แบบไหนดีกว่ากัน และที่สำคัญ หากเผด็จการหมดไปประชาธิปไตยจะแทนที่แบบเต็มใบได้หรือไม่?

นั่นคือ…อนาคตประเทศ ช่วงปลายปี 2560 หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านนำสู่การเลือกตั้ง

01

ส่วนความเข้มข้นที่ว่านี้ คือ มือป่วนการเมืองแบบรายวัน เน้นหนักก็เรื่อง “ประชามติ” ที่ก่อนหน้ายังคงตัวละครเด่นไว้เล่นงานป่วน คสช. นั่นคือ “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” จับมือ “พลเมืองโต้กลับ” 2 กลุ่มหน้าเดิมเพิ่มเติม คือ คสช.อืมระอา จับไปกี่ครั้งก็ต้องปล่อยทุกครา อย่างเช่นเหตุ 7 น.ศ. เพราะรู้ทันเกมและไม่อยากงัดข้อปมสิทธิกับนานาประเทศ เมื่อคุมเกมได้ไม่สุด มีหรือฟากตรงข้ามจะหยุดป่วน!

ในขณะที่ภาครัฐเดินหน้าโปรโมต ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ (จริง) กลับพบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ (ปลอม) แพร่ว่อนโซนภาคเหนือ โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ กุนซือร่างฯอย่างนายมีชัยมีหรือจะทน จี้หลายฝ่ายเร่งสอบ สืบไปสืบไปแจ็คพ็อตไปตกที่กลุ่มนักกิจกรรมเดิมๆ ที่ภาครัฐเชื่อว่าเป็นมือป่วนและมีนายทุนหนุนหลัง

ผ่านไปได้ไม่กี่อึดใจ จนท.ก็รวบ 4 นักกิจกรรมหน้าเก่า และ 1 นักข่าวคาที่เกิดเหตุเอี่ยวแพร่เอกสารบิดเบือนร่างฯ ผิด พ.ร.บ.ประชามติชัดเจน ก่อนทั้งหมดได้ประกันตัว ชนวนจับนักข่าว นำสู่การขยายผลของเจ้าหน้าที่ด้วยการขอหมายศาลบุกค้นสำนักงานเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่ง เพื่อหาเอกสารโหวตโน แต่ต้องกลับไปมือเปล่าพร้อมเสียงครหาว่ากระทบสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนหรือไม่

จากเมื่อวานลามถึงวันนี้ ปรากฎพบ “จดหมายป่วน” ใน 2 จังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือ เหตุแรกที่ลำปาง 3,000 ฉบับยังไม่ถึงมือผู้รับ ถูกกักไว้ก่อนโดยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หลังพบว่าจดหมายดูผิดแผก เพราะมีการจ่าหน้าซองถึงบ้านเลขที่ของผู้รับ แต่ไม่ระบุชื่อผู้รับ และไม่ระบุชื่อผู้ส่ง และบางซอง ไม่ได้ปิดผนึก เปิดออกดูถึงกับผงะในข้อความบิดเบือนร่างฯ โดยจั่วหัวว่า “เอกสาร จริงหรือไม่ ที่ร่างรัฐธรรมนูญ 2559” พร้อมยังพบว่าเป้าหมาย คือ พื้นที่สถาบันอาชีวศึกษา โรงพยาบาลลำปาง และบริเวณสวนสาธารณะในเขตเทศบาลเมือง

เช่นเดียวกับพื้นที่เชียงใหม่ ที่พบจดหมายเอกสารนี้ ที่มีข้อความบิดเบือนร่างฯว่า ตัดสิทธิ์ของประชาชนในหลายเรื่อง เช่น การรักษาพยาบาลฟรี การเรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และคำถามพ่วงชงนายกฯคนนอกถึง 2 คน

จดหมายลึกลับ กับ มือมืด ชนวนเหตุสำคัญที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเร่งตามหาต้นตอและผู้ก่อเหตุ หากสกัดต้นทางไม่ได้ ปลายทางมีผลเสียหลายประการ โดยเฉพาะความเข้าใจผิด-คลาดเคลื่อนของภาคประชาชน ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญ และ ทัศนคติต่อคสช.

และยิ่งไปกว่านั้น หากหลักฐานเอกสารต่างๆที่ว่าบิดเบือน หรือ ปลุกระดม “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” ยังปรากฎเป็นที่แน่ชัดต่อสาธาณชน หรือ จับผู้ก่อเหตุ รวมถึง ล้วงลับจับผู้อยู่เบื้องหลังให้ได้ รังแต่จะคลายครหาบางส่วนไม่ได้ ว่า ทั้งหมดนี้ “จัดฉาก” หรือไม่

20 กว่าวันวัดใจใกล้วันสำคัญ ดูเหมือน “มาร” จะผจญไม่จบสิ้น “สารพัดวิชา” ถูกงัดใช้ท้าท้ายอำนาจทหาร ฝ่ายใดเป็นผู้อาจหาญต่อกรเป็นเรื่องราวรอการสาวไส้  และ ตำราใดที่จะใช้รับมือ เป็นเรื่องสำคัญของคสช.ในการคุมบังเหียนไม่ให้เส้นทางประชามติผิดเพี้ยน เพียงเพราะ “วิชามาร” 

 

แกล้วนลิน

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง