แพร่คำสั่งปฏิรูปการศึกษา2ฉบับ-เคลียร์2ม.ดังเซ่นไร้ธรรมมาภิบาล

“นายกฯ”งัด ม.44 เซ็น ปฏิรูปการศึกษา 2 ฉบับ ตั้ง “อนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด” พร้อม จัดระเบียบธรรมาภิบาลสถาบันอุดมศึกษา สั่งล้อมคอก 2 ม.ดัง ล็อตแรก

 

วันที่ 13 ก.ค.59 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 2 ฉบับ ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปการศึกษา

โดยฉบับแรก คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 38/2559 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2559 และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 ดังนี้

87

“ตามที่มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2559 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21มีนาคม พุทธศักราช 2559 และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่011/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 นั้น ปรากฏว่ายังมีข้อขัดข้องในการดําเนินการจึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งดังกล่าวเพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช 25570หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> 

ส่วนฉบับที่ 2 คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

92-1

“ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งเปิดการสอนและจัดการศึกษาทั้งในและนอกสถานที่ตั้งโดยใช้หลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ผลิตบัณฑิตที่มีปัญหาด้านคุณภาพและไม่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งสภาสถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สภาสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งอาศัยอํานาจและช่องว่างทางกฎหมายดําเนินการในลักษณะที่ส่อเจตนาแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือเพื่อให้คงอยู่ในตําแหน่งต่อไป มีการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม

จนกระทั่งเกิดปัญหาร้องเรียนและฟ้องร้องทางคดีเป็นจํานวนมากทําให้เป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการตามอํานาจหน้าที่และการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาแม้สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้พยายามใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวแก้ไข ทบทวน หรือดําเนินการใหม่ในเรื่องต่างๆ แล้วแต่ไม่อาจทําให้ปัญหาคลี่คลายได้โดยเร็ว

การดําเนินการของสถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้จึงไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยตรง ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลและธํารงไว้ซึ่งความเป็นสถาบันทางวิชาการชั้นสูงของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง

จึงจําเป็นต้องแก้ไขสถานการณ์ความไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมของการดําเนินการของสถาบันอุดมศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมโดยรวมต่อไป

คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>> 

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง