คนละหมัด!หมวดเจี๊ยบฝากไก่อูเตือนนาย คิดก่อนพูดลดกระทบเชื่อมั่น

“หมวดเจี๊ยบ” โต้กลับ “สรรเสริญ” เข้าใจผิดประเด็น ฝากเตือน “นายกฯ”  คิดก่อนพูด สร้างความเหมาะสม – ลดกระทบความเชื่อมั่น 

วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาโจมตีผู้ที่วิจารณ์นายกรัฐมนตรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พล.ต.สรรเสริญ ไม่เข้าใจประเด็นว่า เรื่องใดที่ นายกรัฐมนตรี ควรพูดและไม่ควรพูดกับประชาชน และการใช้คำพูดของนายกรัฐมนตรี ในลักษณะคาบลูกคาบดอกนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

93-0

ทั้งนี้ คำพูดของบุคคลระดับนายกรัฐมนตรีนั้น มีความสำคัญ เพราะสะท้อนถึงนโยบายของประเทศ และจะเป็นแนวทางให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติตามซึ่ง นายกรัฐมนตรี จึงต้องใช้ความคิดให้มากและระมัดระวังคำพูด โดยเฉพาะเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่น ส่งผลให้เกิดความคลุมเครือเกี่ยวกับการกำหนดเวลาที่จะคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน เป็นเรื่องไม่สมควรพูด

แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรี ควรให้ความชัดเจน คือ โรดแมปหลังการออกเสียงประชามติ ว่า หากผ่านหรือไม่ผ่านจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งประชาชนควรได้รับทราบข้อมูลอย่างพอเพียง ว่า การโหวตในแบบต่าง ๆ จะส่งผลต่อชีวิต เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องผลประโยชน์ของส่วนรวม

อ่านเพิ่มเติม >>> INN

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News


‘ไก่อู’ ฉะ ‘หมวดเจี๊ยบ’ ระวังปากวิพากษ์นายกฯ

“สรรเสริญ” โต้ “หมวดเจี๊ยบ” ระมัดระวังวิจารณ์ “นายกฯ” ปม “ร่างรธน.” เชื่อ ปชช.ไม่เข้าใจผิด เตือน ฟังไม่ได้ศัพท์อย่าจับไปกระเดียด

 

กรณี ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ออกมาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าพูดจาไม่รับผิดชอบต่อกรณีว่าจะร่างรัฐธรรมนูญเอง หากประชามติไม่ผ่านนั้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่ฟังนายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อมวลชน จะเข้าใจได้ทันทีว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้หมายถึงว่าตัวเองที่จะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องเป็นดำเนินการให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

92-3-0

ซึ่งในการร่างในปัจจุบัน หรือหากจะมีอีกในอนาคต รัฐบาลจะมอบหมายให้ผู้ที่เหมาะสมที่สุด เป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น ร.ท.หญิง สุณิสา ควรใช้ความตั้งใจในการฟังอย่างถี่ถ้วน และไม่ควรนำไปวิจารณ์ให้เกิดความเข้าใจผิด

ส่วนเรื่องสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศ ถือว่าสงบมากขึ้น แต่อาจจะยังไม่สามารถใช้คำว่าเรียบร้อย เพราะมักจะมีคนจ้องปั่นป่วน โดยการตีความและวิจารณ์โดยไม่รู้จริง  จนทำให้สังคมยังเกิดความสับสนและวุ่นวาย

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง