สรุปสาระสำคัญ ‘ร่างรธน.-คำถามพ่วง’ ช่วงโค้งสุดท้ายประชามติ

เหลือเพียง 5 วัน คนไทยทั้งประเทศจะได้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี คือ วันที่ 7 ส.ค.59 วัน แห่งการ “ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559” ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
โดยมี 2 ใจความสำคัญของการออกเสียง คือ

Untitled-1

– เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. ฉบับที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย
ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ยกร่างขึ้นมาหรือไม่?

– เห็นชอบกับคำถามพ่วงที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้เสนอ ให้ ส.ว. มีอำนาจในการเลือกนายก
รัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 5 ปี หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม จากห้วงประกาศรัฐธรรมนูญจนถึงการรณรงค์ประชามตินำสู่หลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายการเมือง นักวิชาการ
และภาคประชาชน ต่างออกมาทั้งสนับสนุนและคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่ามกลางประชาชนอีกส่วน โดยเฉพาะต่าง
จังหวัดที่ยังสับสนกับเนื้อหาสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ

MThai News ขอสรุปสาระสำคัญใน “ร่างรัฐธรรมนูญ” และทำความเข้าใจกับ “คำถามพ่วง” ว่ามีประเด็นสำคัญอะไรบ้างที่คนไทยต้องรู้ก่อนไปออกเสียงประชามติ?

1. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนไม่น้อยกว่าเดิม ทั้งยังขยายให้มีเพิ่ม
มากขึ้น แม้จะยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกมาบังคับใช้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐ
ธรรมนูญได้ โดยรัฐมีหน้าที่จัดให้มีการดำเนินการเพื่อให้สิทธิเสรีภาพนั้นเป็นจริงในทาง ปฏิบัติโดยที่ประชาชนไม่
ต้องร้องขอ ถ้ารัฐไม่ดำเนินการ ประชาชนและชุมชนสิทธิที่จะติดตาม และเร่งรัดการทำงานของรัฐบาลและสามารถ
ฟ้องร้องได้หากรัฐไม่ทำหน้าที่

1

2. รัฐมีหน้าที่ทำให้สิทธิเป็นจริง

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ก็มีหน้าที่ต้องจัดให้ประชาชนได้รับสิทธิที่จำเป็น โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปร้องขอ
เพื่อบริการประชาชนและเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ และรัฐธรรมนูญคุ้มครองทั้งชีวิตตั้งแต่ท้องแม่จนแก่เฒ่า

2

3. หน้าที่ของประชาชน

ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาประเทศ

3

4. การเลือกตั้ง

ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ปล่อยให้คะแนนเสียงสูญเปล่า โดยจะใช้การเลือกตั้ง
แบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแล้วนำคะแนนไปคำนวณหา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ วิธีนี้จะทำให้
ทุกคะแนนเสียงถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนจากประชาชนอย่างแท้จริง

4

5. ประชาชนทั่วไปเป็น ส.ว. ได้

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาร่วมเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ โดยไม่ต้องเป็นนักการเมือง เพื่อ
ให้กฎหมายนั้นมาจากมุมมองของประชาชนหลากหลายกลุ่ม ส.ว. มี 200 คน แบ่งเป็น 20 กลุ่ม ตามสภาพความรู้
ความสามารถและอาชีพ

0

6. ปราบโกงอย่างจริงจัง

ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่อาจพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าได้ เพราะงบประมาณแผ่นดินถูกโกงไปเป็นผล
ประโยชน์ส่วนตัว ถ้าไม่สามารถขจัดปัญหาทุจริต ประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีเป้าหมาย
ในการขจัดทุจริต ทั้งทุจริตการเลือกตั้งและทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่

7. ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเข้มแข็งฉับไวขึ้น

โดยองค์กรอิสระทั้งหมดต้องร่วมมือและช่วยเหลือหันทำงานและกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่ง
ประชาชน และ ส.ว. สามารถยื่นต่อ ป.ป.ช. ได้ หากพบว่า องค์กรอิสระประพฤติมิชอบ

6-7

8. รู้ล่วงหน้าใครมีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะให้ นายกฯ เป็นคนที่พรรคการเมืองเลือกเฟ้นมา แล้วทางพรรคจะประกาศรายชื่อ
ให้ประชาชนทราบก่อนเลือกตั้ง และ ส.ส. เป็นผู้เลือกนายกฯ จากรายชื่อพรรคที่ประกาศ

9. ท้องถิ่นเป็นของประชาชน

การบริหารการปกครองท้องถิ่นจะมีความอิสระในการบริหารงานต่าง ๆ เป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการประชาชน

8-9

10. ปฏิรูปไทยสู่อนาคต

โดยรัฐธรรมนูญได้ระบุให้มีการปฏิรูปประเทศในหลายด้าน อาทิ ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม
ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการ ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น

10

 

***บทเฉพาะกาล

7 ส.ค.นี้ ใน “บัตรออกเสียงประชามติ” นอกจากจะต้องเจอคำถามว่า “ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. ทั้งฉบับ” จะได้เจอกับ “คำถามพ่วง” ที่ระบุว่า

“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”

บัตรออกเสียงประชามติ-388x620

ขยายความคำถามพ่วง 

  • คำถามพ่วง คือ คำถามปูทางชงนายกรัฐมนตรีคนนอก

ตามร่างรัฐธรรมนูญฯ ผู้มีสิทธิเลือกนายกฯ มีเพียง ส.ส. ทั้ง 500 คน เท่านั้น แต่คำถามพ่วงจะให้ ส.ว. 250 คน มาร่วมเลือกนายกฯ ด้วย (ผ่านการใช้คำว่า “ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ”)

ในบทเฉพาะกาล ร่างรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 269 กำหนดให้ คสช. เป็นผู้เลือก ส.ว. ชุดแรกทั้ง 250 คน ขณะที่ระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ก็ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ ส.ส. มากเกินไป จึงเป็นการยากที่จะมีพรรคการเมืองใดได้ ส.ส. มากกว่า 250 ที่นั่ง หรือเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมด (ดังนั้น คะแนนเสียงของ ส.ว. ซึ่ง คสช. แต่งตั้งจะมีความสำคัญมากในการเลือกนายกฯ)

ในคำถามพ่วง “ในระหว่าง 5 ปีแรก” ให้ ส.ว. ไปร่วมกับ ส.ส. เลือกนายกฯ ได้ โดยไม่จำกัดจำนวนนายกฯ ที่ ส.ว. ไปร่วมเลือกได้ แต่ตามร่างรัฐธรรมนูญฯ ส.ส. มีวาระเพียง 4 ปีเท่านั้น ดังนั้น หากประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้และคำถามพ่วง ก็จะแปลว่า ส.ว. ซึ่ง คสช. แต่งตั้งจะร่วมเลือกนายกฯ ได้อย่างน้อย 2 คน

สำหรับ “แผนยุทธศาสตร์ชาติ” ที่อ้างถึงในคำถามพ่วง ปัจจุบันยังไม่ได้จัดทำขึ้น แต่ร่างรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 275 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน เป็นผู้จัดทำ นอกจากนี้ มาตรา 162 ยังกำหนดด้วยว่า ครม. ชุดใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งหลังการเลือกตั้งจะต้องแถลงนโยบายซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว

คำถามจึงเกิดต่อมาว่า เมื่อเข้าใจในสาระสำคัญของร่างฯนี้แล้ว จะเกิดผลใดต่อไปของการประชามติ “โหวตรับ – ไม่รับร่างฯ” ภายใต้ “คำถามพ่วง” ที่ตามมาด้วย หากเกิดขึ้นใน 3 กรณีนี้ คือ

01-2

ร่างรัฐธรรมนูญ + คำถามพ่วง ผ่านประชามติ ก็จะประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญ และ กำหนดให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.เลือกตั้ง, พ.ร.บ.พรรคการเมือง 7-8 เดือนเป็นอย่างต่ำ

ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ แต่ คำถามพ่วงไม่ผ่าน ก็จะประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญ และ กำหนดให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเวลารวดเร็วกว่าร่างรัฐธรรมนูญ + คำถามพ่วงผ่านประชามติ 

ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 นั้น ไม่ได้บัญญัติว่า จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนต่อกรณีนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพียงแง้มบอกว่า “ต้องร่างฯกันใหม่” คงต้องลุ้นกันในวันที่ 7 ส.ค.นี้ เพราะหากคว่ำขึ้นมา คงถึงเวลาที่นายกฯตู่ จำเป็นต้องเผยท่าทีให้กับประชาชนได้รับทราบ แม้จะมีเสียงสนับสนุนบางฝ่ายว่าให้ “นายกฯเขียนร่างฯขึ้นใหม่ด้วยตนเอง”

ข้อมูลประกอบ >>> สำนักประชาสัมพันธ์ กกต. และ iLaw

อ่านรายละเอียดทั้งหมดของร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ >>>  

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง