ประชามติวุ่น! พบ ‘ฉีกบัตรออกเสียง’ พื้นที่ กทม. 7 ราย

ศรส.ปต. พบฉีกบัตร 7 ราย ในพื้นที่นครบาล มีทั้งไม่เจตนาและจงใจ ตำรวจเร่งสอบสวนพร้อมส่งตัวดำเนินคดี

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ หรือ ศรส.ปต. สรุปเหตุการณ์การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลในช่วงเช้า พบมีการฉีกบัตรออกเสียงประชามติแล้ว 7 ราย แบ่งเป็นการฉีกบัตรแบบไม่เจตนาและเป็นการเข้าใจผิดโดยฉีกบัตรแยกเป็น 2 ส่วน

อาทิ นายพิพัฒน์ แพสุวรรณลักษณ์ อายุ 69 ปี พื้นที่ สน.ทุ่งครุ นางมนฤดี อ่ำสกุล อายุ 54 ปี หน่วยออกเสียงโรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ เขตบางนา, นายโสภณ ชูติมานนท์ อายุ 75 ปี หน่วยลงคะแนนที่ 30 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด, นายสมเกียรติ เกรียงไกร อายุ 78 ปี หน่วยที่ 114 ร.ร.วชิรธรรมสาธิต สน.พระโขนง, นางสุพัตรา เกษจรัล อายุ 59 ปี หน่วยออกเสียงที่ 33 ร.ร.ผดุงศิษย์พิทยา เขตบางซื่อ และ พื้นที่ สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ฉีกบัตรออกจากต้นขั้วแล้วฉีกขาดเป็นบัตรเสีย ส่วนกรณี นายปิยรัฐ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อน สวมเสื้อยืดมีคำว่า No Coup ฉีกบัตรลงคะแนนเสียงลงประชามติ พบกระทำการโดยเจตนา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวน สน.บางนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ส่วนภาพรวมการออกเสียงประชามติทั่วประเทศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นประธานประชุมพร้อมแถลงความคืบหน้าในเวลา 17.00 น.


วุ่น! จนท.คุมสอบ 3 มือ “ฉีกบัตรประชามติ” 3 พื้นที่  ชี้ ส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัย-เกิดความสับสน-ไม่เจตนา 

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 59 มีรายงานความวุ่นวายในการออกเสียงลงประชามติ ที่หน่วยเลือกตั้ง 47 ซอยประชาอุทิศ 72 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. เมื่อ นายพิพัฒน์ แพสุวรรณรักษ์ คุณลุงวัย 69 ปี ได้ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ เพราะเข้าใจผิดว่า รอยประแบ่งครึ่งบนบัตรนั้นต้องฉีกออกเป็นสองส่วน จนท.จึงคุมตัวไปสอบสวน พบว่า นายพิพัฒน์ไม่ได้เจตนา

001

เช่นเดียวกับกรณีที่หน่วยออกเสียงประชามติ ที่ 101 โรงเรียนศรีเอี่ยมอนุสรณ์ แขวงบางนา เขตบางนา กทม. พบ หญิงวัย 54 ปี ได้ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ  เหตุเกิดความสับสน

สำหรับที่ หน่วยที่16 หมู่ 13 บ้านดอกบัว ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ก็ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่พบว่า นายสุรพันธ์ บรรจบ อายุ 48 ทำการฉีกบัตรออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นคำคามเพิ่มเติม ขาดเป็น 2 ส่วน

เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวสอบสวน โดยนายสุรพันธ์ ให้การว่า ตนเองไม่เข้าใจกับการไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติครั้งนี้ เพราะได้รับบัตรใบเดียวและได้ฉีกบัตรออกเป็น 2ส่วน ตามรอยปุของบัตรออกเสียงฯ โดยตนเองคิดว่าบัตรต้องมี 2 ใบ เลยฉีกออกมาเป็น 2 ส่วน เพื่อนำเอาไปหย่อนลงในหีบบัตร แต่พบว่ามีหีบบัตรเพียง 1 กล่องเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกใบ ไม่มีที่หย่อน จึงถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่า จะทำยังไง เมื่อเจ้าเหน้าที่เห็น จึงทำการควบคุมมาที่โรงพัก บอกว่าทำผิดกฎหมายออกเสียงประชามติ

55
เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งจะได้บัตร 2 ใบ กากบาทแล้วเอาไปใส่หีบบัตร 2 หีบ แต่ครั้งนี้ มีบัตรใบเดียว แล้วเห็นมีรอยปุ จึงคิดไปเองว่าต้องฉีกตามรอยนั้น แล้วแยกเป็น 2ใบ ตนเองยืนยันว่าที่ทำไปเพราะเข้าใจผิด และได้ไม่มีเจตนาฉีกบัตรเพื่อทำลายแต่อย่างใด

สำหรับทั้ง 3 กรณี จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ไม่มีเจตนาเป็นความเข้าใจผิด จึงทำการลงบันทึกประจำวันเอาไว้ และได้หารือกับ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยจะส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ กกต.ใหญ่ พิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หาก กกต.ใหญ่ แจ้งว่าไม่ผิด ก็ไม่ดำเนินคดี

 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง