‘วัฒนา’ ชู ‘ไผ่ ดาวดิน’ นักสู้ปชต. ซัดคนเห็นต่างตกเป็นทาสยุคคสช.

“วัฒนา” ชู “ไผ่ ดาวดิน”  เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แนะ เลิกอดข้าวเก็บเเรงไว้สู้กับเผด็จการ ซัด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำคสช.เหลิงอำนาจ-คนเห็นต่างต้องตกเป็นทาส 

 

วันที่ 18 ส.ค.59 นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการล้มป่วยของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่อดข้าวประท้วงเรือนจำเหตุถูกจับปมแจกเอกสารแย้งร่างรัฐธรรมนูญว่า

111-3
“กูใช่ทาสหากคือไท”

ผมขอยกย่องการต่อสู้ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมเองก็เคยถูกทหารจับเอาตัวไปขังเพราะแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน เคยอดอาหารประท้วงระหว่างถูกควบคุมตัวที่ พล ร. 9 แล้วถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ศาลทหาร แต่จิตใจของผมไม่อาจเทียบกับไผ่ได้ เพราะผมเป็นฝ่ายขอประกันตัวออกมาแต่ไผ่ไม่ขอประกันตัว

ไผ่เป็นอนาคตสำคัญของชาติ กิจกรรมที่ทำให้ไผ่ถูกจับกุมคือการแสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนอกจากพวกเผด็จการ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนที่ทำผิดกฎหมายเช่นกลุ่ม กปปส ที่ติดป้ายโฆษณาชักชวนให้ประชาชนเห็นชอบที่จังหวัดราชบุรีกลับไม่ถูกดำเนินคดี

ไผ่อดอาหารประท้วงและไม่ขอประกันตัว เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดเนื่องจากเป็นเสรีภาพทางความคิด แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อำนาจหัวหน้า คสช. สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ที่ออกเสียงเห็นชอบคงไม่ทราบว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้วทุกคนที่อยู่ตรงข้ามกับผู้มีอำนาจจะกลายเป็นทาสทันที เพราะมีแต่สังคมทาสเท่านั้นที่นายทาสสามารถทำอะไรกับทาสได้ทุกอย่างแม้จะละเมิดสิทธิมนุษยชนก็ตาม

เหตุที่เกิดกับไผ่และที่เกิดที่เชียงใหม่คือเครื่องยืนยัน ยิ่งไปกว่านั้นการประท้วงของไผ่ไม่อาจใช้ได้กับสถานการณ์ในวันนี้เพราะสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นชาวพุทธจึงเย็นชาทนเห็นผู้มีอำนาจใช้อำนาจที่พวกเขาลงมติเห็นชอบให้นั้นรังแกเด็กนักเรียนและผู้หญิงที่แสดงความเห็นต่างได้โดยไม่คิดจะทักท้วงหรือปกป้อง

ผมจึงขอเป็นตัวแทนของประชาชนจำนวน 10.59 ล้านคนที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญเรียกร้องให้ไผ่ยุติการอดอาหารประท้วงและขอประกันตัวออกมา เก็บพลังไว้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้กับพี่น้องประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือความยุติธรรมของผู้ชนะที่พวกเราฝ่ายแพ้ต้องยอมทน

สำหรับผมเห็นว่าไผ่ได้ทำหน้าที่อย่างยิ่งใหญ่และได้ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า “กูใช่ทาสหากคือไท” เก็บความเป็นอารยะของไผ่ไว้ใช้กับคนดีกว่า เพราะใครก็ตามที่ไม่เคารพสิทธิของความเป็นคนเขาย่อมไม่ใช่คน ไม่คู่ควรเลยครับ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง