นายกฯถกอาเซียนย้ำไทยร่วมมือสหรัฐแก้ก่อการร้าย-ลุยพัฒนาศก.

นายกฯ ประชุมสุดยอดอาเซียน ย้ำสนับสนุนนโยบายปรับสมดุลของสหรัฐฯ พร้อมสานความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และร่วมแก้ก่อการร้าย 

 
วันที่ 8 ก.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้นำชาติอาเซียน พร้อมด้วยประธานาธิบดีโอมาบา ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาตินครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมประธานาธิบดีโอบามา ที่ได้ริเริ่มนโยบายปรับสมดุล ให้ความสำคัญต่อภูมิภาคนี้ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ณ ซันนีแลนด์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ยกระดับความสัมพันธ์เข้าสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีหวังว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนประเทศสมาชิกอาเซียนพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง STEM (การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์)

0

นอกจากนี้ เพื่อต่อยอดข้อริเริ่มสำคัญอีกประการหนึ่งของประธานาธิบดีโอบามา ที่ซันนีแลนด์ ประเทศไทยยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการเร่งดำเนินการเพื่อจัดตั้งศูนย์ US-ASEAN Connect โดยเฉพาะการขยาย ความร่วมมือด้านพลังงานผ่านหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ นอกเหนือจากประเด็นด้านเศรษฐกิจและสังคม จึงไม่สามารถละเลยสิ่งท้าทายด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ไทยจึงให้ความสำคัญต่อความร่วมมือเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงทางไซเบอร์ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเตือนภัยล่วงหน้า การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการบริหารจัดการน้ำ

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้ประสบความสุข ความสำเร็จภายหลังครบวาระ และขอบคุณที่ได้มุ่งมั่นพัฒนาความร่วมมือกับภูมิภาคนี้และร่วมกันวางแนวทาง ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนความร่วมมือความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม >>>  ทำเนียบรัฐบาล 


นายกฯ ไทยชูแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี แนะอาเซียนร่วมพัฒนาศก.-ไม่ทุจริต

นายกฯไทย พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมชูแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี นำชาติพัฒนายั่งยืน 

วันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 17.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 8 โดยในที่ประชุมมีการรับทราบแผนปฏิบัติการอาเซียน-สหประชาชาติ ปี 2559-2563 (ASEAN-UN Plan of Action 2016-2020)

18-1

โดยพลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปี พ.ศ. 2559 เป็นปีแรกที่อาเซียนก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน และกำลังเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี ค.ศ. 2025 เพื่อสร้างความเข้มแข็งและขับเคลื่อนอาเซียนไปข้างหน้า และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและยึดมั่นในกติกา

ไทยในฐานะประธานกลุ่ม 77 วาระปี ค.ศ. 2016 พร้อมสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนของทุกฝ่ายในการทำงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการขจัดความยากจน การส่งเสริมสาธารณสุขที่เข้าถึงทุกคนและสร้างโอกาสแก่ทุกภาคส่วนในการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอให้อาเซียนและสหประชาชาติควรเน้นความร่วมมือที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตใน 2 มิติ

มิติแรก การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ ไม่ทุจริต โปร่งใส่ ไม่คอรัปชั่น ที่เน้นการคิดนอกกรอบ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เน้นแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ และความเชื่อมโยงด้านดิจิตอล ที่จะช่วยเพิ่มพูนผลผลิตและลดต้นทุน รวมทั้งเชื่อมโยงการเงิน ธุรกิจ การค้าและการลงทุน อันจะช่วยนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต

มิติที่สอง การเจริญเติบโตสีเขียวที่ครอบคลุมและยั่งยืน จะต้องสามารถตอบโจทย์ความท้าทายของโลกปัจจุบันในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น สภาพภูมิอากาศ ซึ่งในเรื่องนี้ อาเซียนจะมีการออกแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 22

ขณะที่ล่าสุดไทยได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งคลังสิ่งของช่วยเหลือของอาเซียนภายใต้โครงการระบบการส่งกำลังบำรุงของการปฏิบัติการบรรเทาทุกข์และการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติอาเซียนด้วย นอกจากนี้ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาแบบยั่งยืน

ทั้งนี้ ไทยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ประเทศระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อผลักดันนโยบาย “Thailand 4.0” โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ก็เน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในระดับทวิภาคี ไตรภาคี และพหุภาคี เพื่อแสวงหาจุดแข็งของแต่ละประเทศ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสนับสนุนซึ่งกันและกันในการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืน (SEP for SDGs) เพื่อเป็นการส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับความสามารถในการรับมือกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ

อ่านเพิ่มเติม >>>  ทำเนียบรัฐบาล 


ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน นายกฯไทยชูวิสัยทัศน์3ด้านเร่งพัฒนา

นายกฯ ร่วมเปิดพิธี ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ชู วิสัยทัศน์ 3 ด้านเร่งพัฒนาอาเซียน เศรษฐกิจ บุคลากร การสร้างความเชื่อมโยง พร้อมเตรียมร่วมกำหนดยุทธศาสตร์อาเซียนกับภายนอกภูมิภาค

วันนี้  7 ก.ย. 59  เป็นวันที่สองของประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 28 และ 29 ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 29 (Retreat) ที่เริ่มขึ้นในเวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุม 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์

โดยในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 29 (Retreat) ผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศนอกภูมิภาคและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นภายในภูมิภาคและระหว่างประเทศ เพื่อหาแนวทางในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ซึ่งที่ประชุมฯ ได้เน้นความสำคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียนในโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาคและความเป็นเอกภาพของอาเซียนในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศนอกภูมิภาค

18-0

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เวลา 15.30 น. ภายหลังการเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 (Plenary) ณ ห้องประชุม 2 ศูนย์ประชุม NCC เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกอาเซียนตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 และร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางในอนาคตของประชาคมอาเซียน โดยในที่ประชุมมีการรับรองเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) แผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ 3 และ 2) แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025

18

โดยพลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญในส่วนของไทย ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ประธานประธานอาเซียนในปีนี้ ซึ่งมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นปีแรกที่ก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หลังรับรองวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 และแผนงานประชาคม ค.ศ. 2016-2025 ของสามเสาหลักของอาเซียนเมื่อปลายปีที่ท่ผ่านมา โดยไทยเห็นว่าอาเซียนควรเร่ง “เปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม” โดยเร็วเพื่อความเป็นเอกภาพและมั่นคงของประชาชนอาเซียน โดยการสร้างความสมดุลเพื่อนำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 3 ด้าน

ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเสนอให้อาเซียนรักษาความสมดุลระหว่างการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนได้รับการดูแลและใช้ประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างทั่งถึงและเท่าเทียม มีการใช้นวัตกรรม ปัจจุบันไทยมีนโยบาย 4.0 ที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมวิสาหกิจเกิดใหม่ (Start-Ups) การเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) 5 สาขา โดยที่ยังคงให้การดูแลอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) รวมทั้ง ต้องให้ความสำคัญในเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ การส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เกษตรกรรมที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร การแก้ไขปัญหาหมอกควัน และการรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยในการประชุมสุดอาเซียนครั้งนี้ ไทยพร้อมจะร่วมรับรองแผนงานข้อริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน ฉบับที่ 3 (ค.ศ. 2016-2020) และไทยจะปฏิบัติหน้าที่ผู้ประสานงานอาเซียนเรื่องการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนภายใต้วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 อย่างแข็งขัน เพื่อช่วยให้อาเซียนดำเนินการตามวาระที่สำคัญทั้งสองไปพร้อม ๆ กัน และส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไทยเสนอการพัฒนาศักยภาพของคนทุกวัยอย่างมีความสมดุล ทั้งเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุคที่ 4 ด้วยการให้การศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพจากรัฐ ขณะเดียวกันต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและคงความมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งในครั้งนี้ไทยได้เสนอแถลงการณ์อาเซียนบวกสามว่าด้วย “สูงวัยอย่างมีศักยภาพ” เพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคนี้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้นที่จะรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและเพื่อให้ผู้สูงอายุในภูมิภาคมีส่วนร่วมในการสร้างประชาคมอาเซียน

ด้านความเชื่อมโยง นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความเชื่อมโยงและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอาเซียนควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพภายในภูมิภาค เพื่อให้การไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนเป็นอย่างราบรื่น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้อาเซียนเร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงใน 5 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน นวัตกรรมดิจิทัล โลจิสติกส์ไร้รอยต่อ ความเป็นเลิศด้านกฎระเบียบ และการเคลื่อนย้ายประชาชน สำหรับไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน และส่งเสริมการลงทุนต่อเนื่องของไทยในประเทศเพื่อนบ้านในลักษณะ 1+1 เพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

อ่านเพิ่มเติม >>>  ทำเนียบรัฐบาล 


นายกฯถึงเวียงจันทร์ เตรียมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าร่วม การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28-29  ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2559

พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี พบหารือกับนายแจ๊ค หม่า ประธานบริหารบริษัท อาลีบาบากรุ๊ป ก่อนเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาตินครหางโจว เพื่อเดินทางต่อไปยัง สปป.ลาว เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 ชาติ หรือ G20 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 -5 กันนายน ที่นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เสร็จสิ้นลงแล้ว โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีปิดการประชุม ร่วมกับผู้นำประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม ที่ศูนย์การประชุมระหว่างประเทศนครหางโจว

15-7

สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 เป็นการประชุมระดับผู้นำที่ สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ ได้รวบการประชุมสุดยอดอาเซียนทั้งสองครั้งรวมกัน ดังนั้น นอกจากการประชุมภายในอาเซียน (Plenary + Retreat) และการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน ผู้แทนเยาวชนอาเซียน และผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนแล้ว จะมีการประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้นำภายนอกอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย อินเดีย และสหประชาชาติ และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) ซึ่งจะมีผู้นำรัสเซียและนิวซีแลนด์ เข้าร่วมการประชุมด้วย นอกจากนี้ สปป.ลาว ยังได้เชิญกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับผู้นำอาเซียน ในครั้งนี้ด้วย

15-8

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ ถือเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาอาเซียน เนื่องจากเป็นช่วงปีแรกของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน และมีความคาดหวังสูงว่าการเป็นประชาคมอาเซียนจะนำมาซึ่งผลประโยชน์มากขึ้นในภูมิภาค ในขณะที่ประชาคมโลกต่างคาดหวังว่า อาเซียนจะมีบทบาทในที่สร้างสรรค์และเป็นเชิงรุกมากขึ้น ภายหลังการรวมเป็นประชาคมอาเซียน โดยในปีนี้ อาเซียนได้มีการประชุมสุดยอดพิเศษกับผู้นำประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย และได้รับการทาบทามจากจีน

สำหรับ หัวข้อหลักการประชุมอาเซียนปีนี้ คือ “Turning Vision into Reality for a Dynamic ASEAN Community” ซึ่ง สปป.ลาว ได้ให้ความสำคัญใน 8 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การดำเนินการตามวิสัยทัศน์อาเซียน ค.ศ. 2025 2) การลดช่องว่างการพัฒนา 3) การอำนวยความสะดวกด้านการค้า 4) การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 5) การส่งเสริมการท่องเที่ยว 6) การส่งเสริมความเชื่อมโยง 7) สภาวะการจ้างงานในอาเซียน 8) การเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่ออนุรักษ์ ปกป้องและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียน

อ่านเพิ่มเติม >>>  ทำเนียบรัฐบาล 

 


นายกฯโชว์วิสัยทัศน์ G20 ย้ำไทยเลือกตั้งปีหน้า

นายกฯ ร่วมการประชุมผู้นำ G20 ณ นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ภายใต้หัวข้อหลักว่า “การมุ่งสู่เศรษฐกิจโลกที่สร้างสรรค์ มีพลัง เชื่อมโยง และเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภารกิจนายกรัฐมนตรีแก่สื่อมวลชน ในโอกาสพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมผู้นำ G20 ประจำปี 2559 ในฐานะประธาน G77 ระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2559 ที่นครหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

17-2

ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของไทยร่วมกับผู้นำ G20 ภายใต้หัวข้อหลักว่า “การมุ่งสู่เศรษฐกิจโลกที่สร้างสรรค์ มีพลัง เชื่อมโยง และเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม (Towards an Innovative, Invigorated, Interconnected and Inclusive World Economy) พร้อมทั้งมีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศอื่นๆ ด้วย

โดยวาระสำคัญของการประชุม ประกอบด้วย 4 เรื่อง สำคัญ คือ (1) การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแนวทางใหม่ (Breaking a New Path for Growth) (2) การมีระบอบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากขึ้น (More Effective and Efficient Global Economic and Financial Governance) (3) การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง (Robust International Trade and Investment) (4) การพัฒนาที่ครอบคลุมและเชื่อมโยง (Inclusive and Interconnected Development)

วิสัยทัศน์สำคัญที่นายกรัฐมนตรีจะได้ยกหยิบต่อที่ประชุมผู้นำ G20 ครั้งนี้ ครอบคลุมการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อกระตุ้นแนวทางการพัฒนาใหม่ ย้ำการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนาในสถาปัตยกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนาในระบบการค้าโลก ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถและเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าโลก ย้ำความสำคัญของ Home Grown Approaches ในการบรรลุวาระ ค.ศ. 2030และชื่นชมบทบาทของ G20 ต่อการแบ่งปันองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนา ในการบรรลุวาระ ค.ศ. 2030 ผ่านการจัดทำแผนปฏิบัติการกลุ่ม 20 ว่าด้วยวาระ ค.ศ. 2030

ทั้งนี้ ไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาของไทย โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐาน  ส่วนการแก้ไขปัญหาภายในประเทศนั้น ขณะนี้ไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2560 เพื่อการเป็นรัฐประชาธิปไตยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม >>> ทำเนียบรัฐบาล 

 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง