จตุพรติงบิ๊กตู่ปมศาลทหาร เย้ยกกต.ถูกเซตซีโร่ก่อนพรรคการเมือง

“จตุพร” ติง “นายกฯ” ต้องใจกว้างถอนคดีพลเรือนหลังยึดอำนาจออกจากขึ้นศาลทหารทั้งหมด ชี้เปิดโอกาสให้ต่อสู้หาเสรีภาพในศาลปกติ เย้ย กกต. ถูกเซทซีโร่ก่อนพรรคการเมือง

วันที่ 13 ก.ย.59 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ไลฟ์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งตาม ม.44 แห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ยกเลิกให้พลเรือนขึ้นศาลทหารนั้น เป็นเพียงการห้ามในคดีที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงทำให้คำสั่งนี้ไม่เกิดประโยชน์ ไม่มีความหมายทางเสรีภาพ

19-5

แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะใจกว้างและใจถึงเพื่อคืนความยุติธรรมให้ประชาชนแล้ว ควรใจกว้างด้วยการยกเลิกคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายหลังการยึดอำนาจที่ขึ้นศาลทหารอยู่ มาขึ้นศาลตามปกติ เพื่อให้ประชาชนได้ต่อสู้หาเสรีภาพตามกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ นายจตุพร ยังกล่าวว่า กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาการร้องเรียนให้ถอดถอน นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์เมื่อครั้งเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และเสื่อมเสียจริยธรรมร้ายแรง

โดยผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาและมีมติเสนอให้ถอดถอนหรือไม่ในการประชุมวันนี้ ถือเป็นคดีแรกกับการพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งเห็นว่า กกต. เริ่มมีความวุ่นวายมากขึ้น มีทั้งทวงตำแหน่งประธาน กกต. ที่เคยตกลงสลับกันคนละ 2 ปี มีเรื่องถอดถอน เพราะในสถานการณ์ กกต. เสนอแนวคิดเซตซีโร่พรรคการเมือง แต่กลับมีแนวโน้มอาจถูกเซตซีโร่เสียก่อน

ส่วนการพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ขณะนี้ส่อว่าจะมีการล้างบางนักการเมืองที่เคยถูกเว้นวรรค 5 ปี หรือที่เรียกว่า พวกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ไม่ให้มีสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง รวมถึงอดีต ส.ส. กว่า 300 คน ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยระบุในบทเฉพาะกาลว่า บุคคลใดที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ปี 2550 และกฎหมายพรรคการเมือง 2550 ให้ถือว่าถูกถอนสิทธิ์เลือกตั้งตามร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ กกต. เสนอไปในครั้งนี้ด้วย

ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เริ่มพิจารณากรณีอดีต ส.ส. กว่า 40 คน ที่ร่วมลงชื่อเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม และอาจรวมถึงอดีต ส.ส. อีกว่า 300 คน ที่สนับสนุนด้วย ซึ่งถือเป็นการสร้างเงื่อนไขไม่ให้สมัครเลือกตั้ง แต่การได้ ส.ว. จากการลากตั้ง มีหนทางสะดวกง่ายดายกว่า จึงอดเป็นห่วงชะตากรรมของประเทศในอนาคตไม่ได้ แต่ถึงที่สุด สิ่งที่ไม่ชอบธรรมย่อมไม่มีความยั่งยืนไปได้ตลอด เมื่อทุกฝ่ายมองเห็นสัจธรรม และยึดมั่นประชาธิปไตยที่แท้จริง วันนั้นชัยชนะจะเป็นของประชาชน

อ่านเพิ่มเติม >>> Jatuporn Prompan 

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง