ย้อนรอยร้าว 2 บิ๊กทหาร สู่ การเชือด ‘สุกำพล’ พ้นการเมือง

“พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นับเป็นบุคคลทางการ เมืองรายที่ 6 ที่ถูกกระบวนการทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติถอดถอนพ้นตำแหน่ง และยังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี

แม้เจ้าตัวจะยืนกรานแถลงต่อที่ประชุม สนช. ไม่เคยใช้อำนาจแทรกแซง ยืนยัน การแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหม และข้อบังคับกระทรวงกลาโหม และตามธรรมเนียมการแต่งตั้งทุกขั้นตอน อีกทั้ง ป.ป.ช.เพิกเฉยต่อพยานหลักฐานโต้แย้ง กระทั่งมีมติชี้มูล

BANGKOK, THAILAND - NOVEMBER 15: US Secretary of Defense Leon Panetta (L) walks alongside the Thai Minister of Defense Sukampol Suwannathat prior to meetings at the Ministry of Defense on November 15, 2012 in Bangkok, Thailand. the US Secretary of Defense was in Thailand as part of an Asian tour ahead of US President Barack Obama's impending visit to the region. (Photo by Saul Loeb - Pool/Getty Images)
สำหรับคดีนี้ เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้ง คณะอนุไต่สวนกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ขณะที่พลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม กรณีแต่งตั้งนายทหารระดับสูงขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม โดยในขณะนั้นได้มีคำสั่งกระทรวงกลาโหมโยกย้าย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา

โดยภายหลังศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาคำสั่งกระทรวงในกรณีดังกล่าว ต่อมาพล.อ .เสถียร เพิ่มทองอินทร์ได้ฟ้องต่อศาลปกครองและคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีมติ แจ้งข้อกล่าวหา ในวันที่ 11 ก.ย.2558

หากสาวเรื่องราวปมคดีนี้ ย้อนไปราว 4 ปีก่อน “จุดแตกหัก” เกิดจากปมเสนอชื่อแคนดิเดต “ปลัดกลาโหม” คนใหม่ เมื่อ พล.อ.เสถียร “บิ๊กเปี๊ยก” ปลัดกลาโหมขณะนั้น ขัดใจ พล.อ.อ.สุกำพล “บิ๊กโอ๋” รมว.กลาโหมขณะนั้น ไม่สนองคำสั่งผู้บังคับบัญชา กลับชงชื่อบุคคลอื่นเข้าชิงเก้าอี้

2 บิ๊กต่างเกิดรอยร้าวยากที่ผู้ใหญ่ในกองทัพจะเป็นกาวใจ ลามสู่การงัดข้อ เมื่อบิ๊กโอ๋ หันพึ่งบารมี “นายกฯหญิง” ขณะบิ๊กเปี๊ยกชูโรงข้อกฎหมายด้วย พ.ร.บ.กลาโหมฯ แต่ นายกฯกลับปฏิเสธบิ๊กโอ๋ มองเป็นเรื่องภายในกองทัพไม่อยาก “ล้วงลูก”

จนถึงขั้นบายปลายเมื่อบิ๊กโอ๋เซ็นคำสั่งเด้งฟ้าผ่า “3 บิ๊ก” เข้ากรุทันที หนึ่งในนั้นบิ๊ก เปี๊ยกโดนด้วย ฐานความผิดทางวินัย พร้อมแต่งตั้ง “บิ๊กอู๊ด” พล.อ.วิทวัส รชตะนนท์ รองปลัดกลาโหม ปฏิบัติหน้าที่แทน “ปลัดกลาโหม”

ทั้งหมดนี้ เป็นเหตุให้ “บิ๊กเปี๊ยก” ไม่ยอมแพ้ใช้ข้อกฎหมายเดินหน้าฟ้องร้องต่อเนื่อง โดยมี พรรคประชาธิปัตย์ออกหน้าค้านการกระทำของบิ๊กโอ๋ แม้เจ้าตัวจะแย้งมาโดยตลอดว่า “ออกคำสั่งด้วยความชอบธรรม” แต่วันนี้…ชีวิตต้องปิดฉากด้วย “มติสนช.”

ประวัติ “บิ๊กโอ๋” 

“พล.อ.อ.สุกำพล” เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2494 ได้ผ่านหน้าที่และการรับตำแหน่งสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เช่น เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ, ผู้ช่วยเสนาธิการทหารอากาศ ฝ่ายยุทธการ, รองเสนาธิการทหารอากาศ, เสนาธิการทหารอากาศ และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

โดยพล.อ.อ.สุกำพล เป็นบุคคลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอยู่นั้น ได้วางตัวจะให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ด้วยเหตุว่า เป็นเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารด้วยกันมา แต่ภายหลังเหตุการณ์รัฐ
ประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 แล้ว

ได้มีการปรับเปลี่ยนสายการบังคับบัญชาในกองทัพใหม่ ทำให้ทางนายทหารรุ่นเตรียมทหาร 10 หลายคนต้องหลุดจากตำแหน่งคุมกำลังพล ในส่วนของ พลอากาศเอกสุกำพล ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ในปี พ.ศ. 2550 และปรับเปลี่ยนเป็นจเรทหาร ทั่วไป ในปี พ.ศ. 2551

การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ

– 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

– 18 มกราคม พ.ศ. 2555 ได้ปรับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และเป็นผู้ดำเนินการถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนเป็นเหตุให้นำไปสู่การยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์

– กระทั่งเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 ถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง