หนุ่มถูกงูกัด หิ้วซากบุกโรงพยาบาล กลับบ้านแล้ว แพทย์ตัดขาช่วยเหลือ

หนุ่มหิ้วงูจงอางยักษ์มาโรงพยาบาลหลังถูกฉกที่ขา ล่าสุดแพทย์ตัดขาทิ้งและอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว หลังนอนพักรักษาตัวนานร่วมเดือน เหตุพิษกระจายทั่วร่างโคม่า

ความคืบอาการหนุ่มถูกงูกัด ก่อนฆ่างูจนตายแล้วหิ้วซากงูไปที่โรงพยาบาลวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมาเพื่อขอความช่วยเหลือนั้น ล่าสุดทางแพทย์ได้ตัดขาของนายสุธีร์ สำรวมใจ อายุ 37 ปี ผู้บาดเจ็บ และอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว หลังก่อนหน้านี้อาการไม่ดีขึ้น เนื่องจากพิษงูได้ลามขึ้นสมองอาการโคม่า จนต้องนอนพักรักษาตัวนานกว่า 1 เดือน 19 วัน

งูกัด,

โดยภาพรวมอาการดีขึ้นแต่ยังไม่สามารถพูดได้ ซึ่งบรรดาญาติของนายสุธีร์ต่างเดินทางมาให้กำลังใจและมีการนำผ้าฝ้ายขาวมา ผูกข้อมือเรียกขวัญตามความเชื่อ ขณะที่นายจำปา สำรวมใจ อายุ 74 ปี พ่อของนายสุธีร์ กล่าวว่า ลูกชายนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 1 เดือน 19 วัน ก่อนถูกหมอตัดขาด้านที่ถูกพิษงู ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ลูกมีอาการดีขึ้น ซึ่งยังต้องติดตามอาการต่อไปและช่วยดูแลกันไปตามมีตามเกิดต่อไป

ขณะที่ซากงูยักษ์ที่กัดนายสุธีร์นั้น ขณะนี้ถูกดองเก็บไว้ที่วัดบ้านบุ่งหวาย ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ เนื่องจากชาวบ้านไม่กล้าทิ้งเพราะคิดว่าเป็นงูเจ้าที่ อีกทั้งเก็บไว้ลูกหลานดู รวมถึงเก็บไว้เพื่อให้นักเสี่ยงโชคนำไปตีเป็นหวยด้วย

งูกัด,


 

ภาพงูขนาดยักษ์ ถูกตัดหัววางหน้าห้องโรงพยาบาล หลังมีคนไข้ถูกกัดฆ่าก่อนหอบซากขอความช่วยเหลือ

วันนี้ (18 มี.ค. 59) เพจ @สมาคมคนรัก นิสิต นักศึกษา แพทย์และพยาบาล แห่งประเทศไทย ได้มีการเผยแพร่ภาพงูขนาดยักษ์ถูกวางทิ้งไว้หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ในสภาพถูกตัดหัว พร้อมกับระบุที่มาของงูว่า

งูเห่า, งูจงอาง, ข่าวจังหวัดอุบลราชธานี

มีคนไข้รายหนึ่งถูกงูตัวนี้กัดระหว่างไปทุ่งนา เขาจึงฆ่างูจากนั้นก็พามาที่โรงพยาบาลเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้คนไข้ยังมีอาการโคม่ายังไม่รู้สึกตัว

ขนลุกเวรดึก คนไข้ไปนาละโดนงูกัดมา คนไข้ฆ่าเองจับมา รพ. เอง แล้วตัวคนไข้ตอนนี้ก็อาการหนัก ยังไม่รู้สึกตัว GCS E2M2VT งูจงอางหนัก 8 กิโลกรัม ยาว 4 เมตร

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ากลัว และมองว่าคนป่วยที่ถูกงูกัดต้องใจเด็ดมากที่ฆ่างูและนำซากมาให้แพทย์วินิจฉัยเพื่อหาเซรุ่มรักษา ขณะเดียวกันก็ภาวนาให้ผู้ป่วยคนดังกล่าวหายโดยเร็ว

ขณะที่เพจหมอแมว ซึ่งเป็นเพจให้ความรู้ด้านการแพทย์ ก็ระบุ ว่า “ในปัจจุบัน เราไม่ค่อยอยากให้จับงูมา ข้อดีของการจับงูมาคือ การรู้ชนิดงูจะได้ให้เซรุ่มได้ถูก (ซึ่งก็ไม่แน่ เพราะถ้าตีหัวแบะมา บางทีก็ดูไม่ออก หรือบางทีลายของงูไม่ได้ชัดมาก ก็ดูลำบาก)

ข้อเสียของการจับงูมาก็คือ อาจจะตายก่อนมาถึงโรงพยาบาล อย่างกรณีงูเห่าหรืองูจงอางกัด ถ้าโชคไม่ดีจับแล้วเจอกัดซ้ำได้พิษเพิ่ม ระหว่างจับเคลื่อนไหวมาก เสียเวลา อาจจะหยุดหายใจก่อนมาถึงโรงพยาบาลเสียชีวิตได้ และเจอบ่อยๆ ที่จับงูมาผิดตัว คราวนี้เข้ารกเข้าพงไปหมด ถ้ามีกล้อง ถ่ายรูปไว้จะปลอดภัยกว่าไปจับเอง”

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง