เปิดเรื่องราวอุทาหรณ์! สาวเมาแล้วขับ กับเหตุการณ์บทเรียนที่จำไปจนตาย

เปิดเรื่องราวอุทาหรณ์ว่อนโลกออนไลน์ สาวเมาแล้วขับ กับเหตุการณ์บทเรียนที่จำไปจนตาย 

กลายเป็นเรื่องราวอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับกระทู้จากผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปหมายเลข 3110333 ชื่อกระทู้ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” กับเรื่องจริงดื่มจริงและพังจริง!!! เผยเหตุการณ์อุทาหรณ์ของหญิงสาวรายหนึ่ง หลังดื่มแอลกอฮอล์ แล้วขับรถ

โดยกระทู้ดังกล่าว ระบุไว้ว่า..

ช่วงนี้เห็นข่าวอุบัติเหตุเมาแล้วขับ และยังเห็นโฆษณาดื่มไม่ขับของ สสส. ในช่วงเทศกาลอยู่เรื่อยๆ เมื่อก่อนก็อาจจะเห็นแล้วเฉยๆ แต่ตอนนี้ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ตัวเองขึ้นมา ถึงแม้เรื่องราวอาจจะไม่ได้ใหญ่โต แต่มันก็เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่ทำให้จำไปตลอดชีวิต เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เรารู้สึกผิดมาก และไม่กล้ากินเหล้าแล้วขับรถอีกเลย

เรื่องนี้ผ่านมาได้ 3 เดือนแล้ว เพิ่งเอามาเล่า อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่ชอบดื่มแล้วต้องขับรถ คือวันนั้นเราเลิกงานค่อนข้างดึกเกือบๆ 4 ทุ่ม เลยชวนเพื่อนๆ นั่งชิลนิดหน่อย ร้านใกล้ๆ ที่ทำงานก็สั่งอาหาร และเครื่องดื่มเหล้า-เบียร์ มาด้วยนิดหน่อย เรารู้ตัวว่าต้องขับรถอยู่แล้วเลยดื่มค็อกเทลไปแก้วนึง เคยอ่านมาว่าถ้ากินแค่แก้วเดียวเจอด่านโดนเป่าก็ไม่เกิน เลยคิดว่าไม่เป็นไรหรอก แต่สักพักความรู้สึกตอนนั้นแอบตึงๆ นิดหน่อย เหมือนว่าค็อกเทลก็แรงใช่ย่อย แต่ไม่ได้เมานะคือคิดว่าตัวเองยังมีสติ!

พอกินเสร็จอาหารหมด ทุกคนก็เตรียมตัวแยกย้ายกลับบ้าน ก่อนจะออกจากร้านเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ทักอะไร เพราะเห็นเรากินไปแค่แก้วเดียว เลยไม่ห่วงอะไรมาก ตอนนั้นก็ประมาณเที่ยงคืน เพื่อนก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าง แฟนมารับบ้าง ส่วนเราก็ขับรถกลับระยะทางจากร้านกลับบ้านประมาณ 10 กิโล คิดว่าไม่เป็นไรขับไปเรื่อยๆ เจอด่านก็เป่าไม่ถึงอยู่แล้วก็ขับออกจากร้านไป

ระหว่างขับรถเกือบจะถึงบ้านอยู่แล้ว ก็มีเงาดำๆ วิ่งตัดหน้ารถเราเร็วมาก และระยะก็กระชั้นชิดมาก เราไม่ทันได้แตะเบรคหรือหักหลบได้เลย แล้วก็มีเสียง“โครม” ดังขึ้นมา ตอนนั้นตกใจ และทำอะไรไม่ถูก ในใจภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่ชนคนด้วยเถิดแล้วก็รีบจอดแล้วลงมาดูว่ามีอะไร ตอนลงจากรถยิ่ง งง หนักกว่าเดิมไปอีก เกิดอะไรขึ้น!!! ทำไมกันชนรถถึงหลุดพังอะไรขนาดนั้น ก้มไปมองใต้ท้องรถหันมองรอบๆก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดคำถามเป็นร้อยเป็นพันว่า..รถเป็นอะไรไปโดนอะไร? แอบหลอนเหมือนกันนะเราก็ยังมีสติอยู่นะไม่ได้เมาอะไรขนาดนั้น

หลังจากยืนงงอยู่ซักพัก ก็มีลุงคนนึงที่ขับมอเตอร์ไซต์ตามหลังมา แกจอดรถและลงมาดูถามว่าเป็นยังไง เพราะลุงก็หักหลบ “หมา” ที่เราชนไปเมื่อกี้ ทำให้มอเตอร์ไซต์ลุงเกือบล้มเหมือนกัน พอลุงเห็นสภาพรถเราแล้วตกใจเหมือนกัน คาดว่าอาการหมาน่าจะหนักน่าดู เรากับลุงเลยเดินหาหมาทั่วถนนหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอรู้สึกสงสารมันมากตอนนั้น จิตตกไปเลยค่ะ รู้สึกผิดบาปมาก

หลังจากเกิดเรื่องนี้ทำให้เราคิดได้ว่าการที่เราดื่มนิดๆ หน่อยๆ แล้วขับในคืนนั้น แม้เราจะคิดว่าไม่เมา แต่ก็ยอมรับว่าความรู้สึกเราช้าลงจริงๆ อาจเป็นเพราะตอนนั้นก็ดึกแล้วแถมทำงานมาทั้งวันยังมาดื่มอีก คงทำให้ความรู้สึกเราช้าโดยไม่รู้ตัวเลยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โดยที่ตัวเองไม่ทันระวังตัว แถมรถก็พังเอาไปจอดทิ้งไว้ ที่อู่สองเดือนเต็มๆ ถ้าเกิดว่าวันนั้นเราชนคน หรือชนรถคนอื่นขึ้นมาเรื่องคงไม่จบแค่นี้ บางทีอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นตราบาป หรืออาจเป็นฆาตกรไปตลอดชีวิตก็ได้

แค่วันนั้นรู้ว่าขับรถชนหมา เรายังรู้สึกเสียใจมาจนถึงวันนี้เลย เสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรมันได้รู้สึกผิดมากๆ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงว่าเราผิด และไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงบ้าง จากที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าดื่มนิดเดียวคงไม่เป็นไรเอาสนุกๆ ขำๆ เจอด่านก็คงเป่าไม่ขึ้นหรอก แต่จากนี้หากคิดจะขับรถคงจะเลือกดื่มไม่ขับแล้ว สุดท้ายก็อยากฝากบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่า

ถ้าคิดว่าดื่มแค่แก้วเดียวแล้วไม่เป็นไร คิดว่าเราไหวเราเอาอยู่ เรื่องที่เราเล่ามาก็เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดแล้วนะ ซึ่งตัวเราเองคิดว่าบางทีอาจจะไม่ใช่แค่กันชนหลุดเท่านั้น แต่มันอาจจะเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้

 

ที่มา สมาชิกหมายเลข 3110333

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง