แท็กซี่ฉาว แจงไม่ได้ทำร้ายสาว อ้างกลัวถูกชักดาบเงินค่าโดยสารที่ไม่พอ

คนขับรถแท็กซี่ แจงไม่ได้ทำร้ายผู้โดยสารสาว หลังสาวแฉ ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้าย เพราะจ่ายค่าโดยสารไม่ครบ 20 บาท 

จากกรณีเรื่องราวเตือนภัยที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ หญิงอ้างว่าตนเกือบโดนแท็กซี่ทำร้าย เพราะเธอยังจ่ายค่าแท็กซี่ไม่ครบ เหลือเพียง 20 บาท ขณะย้อนกลับเอาเงินมาจ่ายคืน แต่โชคดีแม่บ้านหอพักได้ยินเสียง แท็กซี่คันดังกล่าวจึงหลบหนีไป ตามข่าวทีนำเสนอไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด พนักงานขับแท็กซี่คันดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงแล้ว ระบุว่า ในวันเกิดเหตุได้ขับรถไปส่งหญิงสาวที่แมนชั่น ย่านรามอินทรา 115 ช่วงกลางดึกของวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหา ซึ่งระหว่างที่รอเงินส่วนที่เหลือจากผู้เสียหาย และปวดปัสสาวะ จึงลงจากรถไป และเมื่อหันกลับมาเห็นผู้โดยสารหยิบกระเป๋ากำลังเดินเข้าประตูแมนชั่น จึงเข้าไปยื้อแขนไว้ เพราะกลัวไม่ได้เงินส่วนที่เหลืออีก 27 บาท

ทั้งนี้ ตำรวจนครบาลมีนบุรี ได้สอบปากคำคนขับรถแท็กซี่ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิด มาประกอบคำชี้แจง ต่อหน้าผู้เสียหายด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ข้อมูลเพิ่มเติม ครอบครัวข่าว3


ชาวเน็ตช่วยกันแชร์! สาวถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้าย เพียงเพราะจ่ายค่าโดยสารไม่ครบ 20 บาท 

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง กำลังบุกขึ้นหอทำร้ายหญิงสาว เพราะเธอยังจ่ายค่าแท็กซี่ไม่ครบ เหลือเพียง 20 บาท

โดยเฟซบุ๊กเพจ ติดตาม จราจร หัวโปก ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นโชเฟอร์แท็กซี่กำลังบุกทำร้ายหญิงสาวบนหอพักแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความบอกเล่า ระบุว่า..

“เรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจ สำหรับผู้หญิงที่ต้องกลับบ้านดึก ควรระวังตัวให้มากๆ ! เมื่อวันที่8 พ.ค.ที่ผ่านมา เราได้นั่งแท็กซี่จากบางเขน เพื่อมาลงหอพักที่รามอินทรา แต่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว จึงทำให้บริเวณซอยหอพักที่เราอยู่ ดูเปลี่ยวผิดกับตอนกลางวันมาก จึงทำให้แท็กซี่คนนี้กล้าทำอุกอาจ พยายามจะทำร้ายเราดังภาพที่เห็น เพียงเพราะค่าโดยสาร ขาดแค่ 20 บาท เมื่อเวลาประมาณเกือบตี 3 ของวันนั้น พอแท็กซี่หยุดรถที่หน้าตึก มิเตอร์บอกราคาว่า 220 บาท ซึ่งที่ตัวเรามีติดตัวอยู่เพียงแค่ 200 จึงบอกแท็กซี่ไปว่า ให้รอแปปนึง เพื่อที่เราจะเอาเศษที่ค้างไว้ 20 บาทไปให้

โดยที่เราทิ้งกระเป๋าอีกใบไว้บนรถ แต่แท็กซี่คนนี้กลับบอกว่า ‪‎ทำไมน้องไม่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ล่ะ‬ เราก็ไม่ได้สนใจ ลงรถไปละกลับไปหยิบเงินในห้องออกมาอีก 50 บาท เพื่อเอาไปให้แท็กซี่คนนี้ แต่พอเราไปถึงที่รถ กลับไม่มีคนขับอยู่บนรถ เราจึงก้มหยิบกระเป๋าจากหลังรถที่เราวางไว้ แต่กลับโดนแท็กซี่คนนี้อ้อมมาจากด้านหลัง จับหัวเรากดลงไปในหลังรถ แต่ด้วยความตกใจเราจึงเด้งตัวถีบแท็กซี่คนนี้แล้ววิ่งเข้ามาในตึก แต่แท็กซี่ก็ยังไม่หยุด วิ่งตามกลับมาฉุดกระชากลากถูเรา พยายามดึงเราให้ไปขึ้นบนรถ เดชะคุณที่แม่บ้านประจำตึกตื่นขึ้นมา เพราะเสียกเราตะโกนโวยวาย และคนอื่นๆ ในตึกก็ตื่น เราจึงปลอดภัยไม่ได้โดนแท็กซี่คนนี้ลากไปทำร้ายอะไร มีก็เพียงแต่รอยฟกช้ำตามแขนขา ที่เราขัดขืนต่อสู้กับผู้ชายคนนี้

ปล‬.แท็กซี่คันนี้ป้ายทะเบียนรถข้างประตูหลังผู้โดยสารไม่ติดให้ชัดเจน (ไม่มี) ‪‎ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแชร์ค่ะ‬ เราพยายามจะเอาเรื่องแต่ไม่สามารถทำได้เพราะจำป้ายทะเบียนแท็กซี่คันนี้ไม่ได้ค่ะ ถึงเอาเรื่องไม่ได้แต่เราก็อยากแชร์ให้เพื่อนระวังตัวไว้ว่า ขึ้นแท็กซี่คันนี้ไม่ปลอดภัย ถ้าตกหล่นตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ ประสบการณ์นี้จะจดจำไปจนตาย @นู๋ อุ้ม จอ แบน”

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างแชร์ส่งต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่อยากให้ดำเนินคดีกับโชเฟอร์แท็กซี่รายดังกล่าว ขณะเดียวกันมีบางความคิดเห็นมองว่า ควรฟังความของอีกฝ่ายด้วย

 

ภาพจาก ติดตาม จราจร หัวโปก

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง