ดร.รัชชัยย์ แจงหลังโลกออนไลน์วิจารณ์ กฎเหล็กพ่อสอนลูก

ดร.รัชชัยย์ แจงหลังโลกออนไลน์วิจารณ์ กฎเหล็กพ่อสอนลูก ย้ำเป็นความหวังดีที่พ่อ-แม่มีต่อลูก ยันเป็นความเห็นพ้องของทั้ง 2 ฝ่าย ขอบคุณที่มีคนวิจารณ์ เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนห่วงใยเยาวชน อนาคตของชาติ

หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการจัดตารางแบ่งเวลาในช่วงวันหยุดลูกของ ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ จนทำให้ลูกของเขาสามารถสอบติดโรงเรียนที่ต้องการได้นั้น

วิธีเลี้ยงลูก, พ่อ, Drama- Addict, รัชชัยย์ ศรสุวรรณ

ล่าสุด ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า โห….ผมรู้สึกดีจังที่หลายๆท่านใส่ใจในเรื่องการเลี้ยงดูลูก เป็นห่วงเรื่องกดดันลูก เป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกที่ต้องเป็นไปตามที่พ่อแม่ต้องการ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลย อย่างน้อยผมก็ได้รับรู้ว่าสังคมแห่งนี้ เป็นสังคมที่ใส่ใจในตัวเด็กๆ และเยาวชน

ผมต้องขอโทษที่โพสต์ตารางการแบ่งเวลา โดยไม่มีคำอธิบาย จึงทำให้ท่านทั้งหลายรู้สึกไม่สบายใจในสิ่งที่ท่านเข้าใจว่าผมกดดันลูก ผมขอเรียนว่า ผมเป็นครู และผมมีลูกคนเดียว ผมจึงพลาดไม่ได้ในเรื่องการอบรมเลี้ยงดู ลูกผมจะต้องเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย สติ ปัญญา และจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม

ลูกชายของผมเมื่อพ้นจากวัยเด็กเล็ก ไม่เคยถูกตีเลย เราเลี้ยงดูกันด้วยเหตุผล เมื่อเราตักเตือนเขา เขาก็มีสิทธิ์อธิบายและนำเสนอ เหตุผลให้เราพิจารณา หลายครั้งผมก็ยอมและขอโทษลูกที่เข้าใจผิดพลาด ให้ความรักความอบอุ่นอย่างเต็มเปี่ยม บ้านเป็นสวรรค์สำหรับ

เขา เพื่อนของเขามากมาย แต่เขาไม่ติดเพื่อน เขาชอบอยู่กับพ่อแม่ เล่นดนตรีกีต้าร์ เปียนโนไฟฟ้า เขาฝันอยากสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ผมไม่สามารถอ่านหนังสือแทนเขาได้ ผมจึงต้องทำตารางเวลาให้เขา อาจดูตึงไปบ้างแต่

เขาก็มีสิทธิ์ว่าจะปฏิบัติตามตารางเวลาหรือไม่ แต่โชคดีที่เขาเห็นด้วยกับตารางนี้ เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการทำข้อสอบเก่าๆ ที่ใช้ใน การสอบเข้าเตรียมทหาร โชคดีเขาสอบติด ปีนี้อยูปี 3 เหล่าทหารบก อยู่ห้องคิง เรียนหนัก ฝึกหนัก แต่เขาผ่านมาได้ เพราะเขาเรียนรู้ที่ จะแบ่งเวลา

เขามีเพื้อนมากมาย มีอารมณ์สุนทรี รักพ่อรักแม่ รักในหลวงมากเป็นพิเศษ
เขาเป็นเด็กร่าเริง สนุกสนาน แต่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด
ชีวิตของเขามีอิสระในการคิดและตัดสินใจมาก เพราะถูกพ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างนี้
เขาชื่อ นตท.สรวีย์ ศรสุวรรณ หากมีโอกาส ได้โปรดไปทักทายให้กำลังใจเขาที่
Sorawee sornsuwan

แต่เขาจะอ่านได้เฉพาะวันศุกร์เย็นๆ ค่ำ เสาร์อาทิตย์ ( หากได้กลับบ้าน)
สำหรับท่านที่ตำหนิผมนั้น ผมไม่โกรธหรอกครับ เพราะผมคิดทางบวกตลอดว่า ท่านรักและห่วงใยลูกของผม ท่านรักและห่วงใยเยาวชน

ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติต่อไปในภายหน้า
ขอบพระคุณสำหรับทุกๆ ความเห็นครับ

รัชชัยย์ ศรสุวรรณ

 



วิจารณ์แซด กฎเหล็กพ่อสอนลูก ให้ทำกิจกรรมแต่ในบ้านในวันหยุด จนสามารถทำสอบติดโรงเรียนที่ต้องการได้

เพจ Drama- Addict ได้มีการเผยแพร่ภาพต่อจากเพจ ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ ที่อ้างว่าเป็นกฎเหล็กของบ้านให้ลูกปฏิบัติใช้ชีวิตในวันหยุด อย่างเคร่งครัด จนทำให้เขาสามารถสอบติดโรงเรียนที่ต้องการได้ “กฎเหล็กที่กำหนดไว้ให้ลูกชาย(นายแพง)ตอนเรียนชั้น ม.ต้น ติดไว้ที่ประตูหน้าห้องนอนของเขา ..ส่งผลให้เขาสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนที่เขาต้องการได้…จะนำไปใช้กับเด็กๆ บ้างก็ได้นะครับ”

วิธีเลี้ยงลูก, พ่อ, Drama- Addict, รัชชัยย์ ศรสุวรรณ

 

โดยภาพดังกล่าวเผยให้เห็นตารางกิจกรรมคล้ายตารางเรียน ถูกติดไว้ที่หน้าประตูห้องนอนลูก ซึ่งเผยให้เห็นกิจกรรมในแต่ละช่วงวันหยุดตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 21.00 น. อาทิ

08.00 น. – 10.00 น. จะให้ตื่นมากินข้าว ทำธุระต่างๆ พักผ่อน
10.00 น. – 12.00 น. ดื่มนม ทำการบ้าน อยู่ในห้อง ห้ามนอนหลับ และห้ามดูทีวี
12.00 น. – 14.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน พักผ่อน ดูทีวี ฯลฯ
14.00 น. – 16.00 น. ทำการบ้าน ดูหนังสืออยู่ในห้อง ห้ามนอนหลับ และห้ามดูทีวี
16.00 น. – 18.00 น. พักผ่อน รับประทานอาหารเย็น ตามอัธยาศัย
18.00 น. – 20.00 น. ดื่มนม ทำการบ้าน อยู่ในห้อง ห้ามนอนหลับ และห้ามดูทีวี
20.00 น. – 21.00 น. พักผ่อนตามอัธยาสัย ถ้าเป้นวันเสาร์ให้เข้าห้องนอนไม่เกินห้าทุ่ม ถ้าเป้นวันอาทิตย์ให้เข้าห้องนอนไม่เกินสามทุ่มครึ่ง

นอกจากนี้ในตารางดังกล่าวยังมีข้อความเขียนกำกับไว้ด้วยว่า “เหนื่อยวันนี้จะสบายในวันหน้า พ่อแม่มีแต่ความปรารถนาดีจงเชื่อฟังไว้ ความขี้เกียจมีแต่จะทำลายความก้าวหน้าและทำลายโอกาสที่ดี ความมุ่งมั่นและความขยัน จะทำให้ไปถึงความสำเร็จโดยง่าย พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับลุกไปตลอดชีวิต ลูกจึงต้องขยันและเรียนให้มาก เมื่อไม่มีพ่อแม่ลูกก็จะมีวิชาติดตัว ประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ (เลิกพูดคำว่า “เดี๋ยวก่อน” หรือคำว่า “แป๊ปหนึ่ง” โดยเด็ดขาด)”

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนไม่เห็นด้วยกับวิธีสอนลูกดังกล่าว เพราะเป็นการสอนในลักษณะบังคับเข้มงวดเกินไป อาจทำให้เด็กเกิดอาการเก็บกดและใช้ชีวิตในสังคมคนหมู่มากได้ยากในอนาคต ทั้งนี้ก็เข้าใจว่าเป็นความหวังดีของพ่อแม่ทุกคนที่ล้วนอยากให้ลูกได้ดี แต่ไม่ควรใช้วิธีแบบนี้น่าจะมีวิธีสอนแบบอื่นที่เหมาะสมกว่า

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง