เสียงสะอื้นจาก ครู ‘ยอด ปอง’ ผู้ไร้สัญชาติ ถึงนายกรัฐมนตรี

เสียงสะอื้นจาก ครู ‘ยอด ปอง’ ผู้ไร้สัญชาติ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังไม่สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ เพราะติดปัญหาในเรื่องของการเป็นผู้ไร้สัญชาติไทย

กำลังกลายเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ยอด ปอง ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอขับเสภา บรรยายความทุกข์จากการที่เขาไม่สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ เนื่องจากเป็นผู้ไร้สัญชาติไทย พร้อมจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อขอความช่วยเหลือเนื่องจาก เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการสอนนาฏยสังคีต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นครูสอนที่โรงเรียนประเสริฐสุข ต.บางพระ จ.ชลบุรี แต่ไม่สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ เพราะติดปัญหาในเรื่องของการเป็นผู้ไร้สัญชาติไทย

5

โดยมีรายละเอียดดังนี้…

ขอความเมตตาจากทุก ๆ ท่าน พลังคุณงามความดีที่ลูกได้ทำมาตลอดที่มีชีวิตมา ครั้งนี้ขอให้ลูกได้เป็นคนไทยด้วยเถิด ผมเชื่อมั่นในพลังแห่งศรัทธา พลังของโลกอินเตอร์เน็ท และเสียงพลังการแชร์ของทุก ๆ ท่าน จะช่วยส่งเสียง ทำให้เสียงของผมนั้นดังได้ ดังให้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี….และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย…

เสียง สะอื้น จาก “ครู” ผู้ไร้สัญชาติ ถึงนายกรัฐมนตรี

เสียงชนในโลกล้วน สำคัญ
เสียงเอ่ยเสียงทุกข์นั้น กึกก้อง
เสียงขานแห่งโศกศัลย์ เกินกว่า กล่าวนา
หวังแค่สำเนียงร้อง หมื่นรู้ ช่วยเหลือ

เรียนท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี แห่ง ประเทศไทย และท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคารพเป็นอย่างสูง

ผมไม่สามารถทราบได้ว่าหนังสือหรือข้อความที่ตัวผมนั้นได้เขียนขึ้นนี้จะส่งถึงท่านได้เร็วที่สุดในระยะเวลาเท่าไร เนื่องจากทราบดีว่าภาระหน้าที่ของท่านนั้น ก็มีอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นตัวผมก็ยังมีความหวังว่าหนังสือฉบับนี้จะถูกนำส่งให้ถึงท่านนายกฯ แม้ว่าจะถูกส่งถึงในวันที่ผมจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อนครับ กระผม ครูยอด ปอง อายุ 27 ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 0/89 ม.8 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีเลขประจำตัวของบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วยเลข 0 จบปริญญาตรี สาขาวิชาการสอนนาฏยสังคีต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบัน ประกอบอาชีพเป็นครูสอนที่โรงเรียนประเสริฐสุข บางพระ ชลบุรี ( เอกชน) ตัวผมนั้นศึกษาจบออกมาเป็นครู แต่ไม่สามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ เนื่องจากติดปัญหาในเรื่องของการเป็นผู้ไร้สัญชาติไทย

กระผมเกิดที่ประเทศพม่า เมื่ออายุ 7 ขวบ ได้อพยพตามพ่อแม่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนหนังสือ เรียนศิลปวัฒนธรรมไทย ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อผมศึกษาจบออกมาแล้วจะมาเป็นครู จะได้ใช้วิชาที่ศึกษาเล่าเรียนมานั้น มอบความรู้ต่าง ๆ ให้กับเด็กนักเรียน เยาวชนไทย เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีความรู้ และตระหนักถึงการร่วมกันอนุรักษ์ดนตรีไทยให้อยู่กับผืนแผ่นดินไทยไปตราบนานเท่านาน ผมหวังเอาไว้อย่างนั้น แต่ตัวผมในตอนนี้ คงไม่สามารถทำความฝัน ความตั้งใจของตนเองให้เป็นจริงได้ นั่นก็มีเหตุผลอยู่

ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา แต่ความตายก็ยังคงรอเราทุก ๆ คน จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ฟังแล้วก็ปลง นี้ผมเป็นอะไร ? ผมเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว ? แล้วผมจะทำอย่างไรต่อไป ? ความทุกข์นี้จะถึงท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่
เสียงหนึ่งเสียงที่เปล่งออกมาจากคำสู้ หลาย ๆ คำ ความเจ็บปวดทรมาน เสียงแห่งความหวัง ความทุกข์ล้วนเข้ามาในชีวิตของคนเรา ผมจะต้องสู้ สู้ให้ถึงที่สุด สู้จนไม่มีทางให้เดิน ผมจะต้องสู้ต่อไป ทุกวันนี้ ผมสู้และยังคงมีความหวังว่าสักวันผมจะได้เป็นคนที่มีสัญชาติไทย ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงเรื่องของสัญชาติ มันจะเหมือนกับการที่ตัวผมนั้น ถูกคมมีดกรีดแทงที่หัวใจอยู่เสมอ

แทงครั้งแรกเมื่อตอนที่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม และถูกแทงมาเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ตัวผมก็ยังมีหลายคำที่เป็นกำลังใจ ให้สู้ต่อไป ทุก ๆ ครั้งที่เราท้อใจ ก็มักจะมีคำเหล่านี้ จากครู อาจารย์ พี่ น้อง ที่ได้รู้จัก รวมทั้งคำสอนของแม่ ว่า “สู้นะลูก แม่คอยให้กำลังใจแก่ลูกชายคนนี้เสมอ ”

ฝันที่เคยวาด สักวันจะกลับไปอยู่ ดูแลแม่ สอนหนังสือ สอนวิชาดนตรีไทย สอนคุณธรรม จริยธรรม ให้กับเด็กนักเรียนที่ผมจะได้มีโอกาสสอนเขา ฝันที่ผมวาดไว้นั้นคงไม่ได้เป็นจริงแล้ว นับถอยหลังให้กับตัวเอง เราคงอยู่ในโลกนี้ได้อีกไม่นาน เพราะว่าไร้สัญชาติ ยากจน หากไม่ได้สัญชาติไทย ก็จะหมดสิทธิ์ในอะไรหลาย ๆ อย่าง หมดสิทธิ์ที่จะได้รักษาอาการเจ็บป่วย ในสิ่งที่เป็นอยู่ ตอนนี้สิ่งเดียวที่จะช่วยให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อได้นั่นคือ การได้สัญชาติไทย มิเช่นนั้น ผมก็คงต้องอดทนในสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดที่ทุกวันนี้ เริ่มเกิดกับตัวเองแล้ว เริ่มกัดกินจากข้างในทีละเล็กละน้อย ถ้าหากวันไหน ถึงขั้นสุดท้าย ก็ไม่มีใครที่จะสามารถหยุดความตายที่จะเกิดกับผมได้ สัญชาติไทยที่ได้มาหลังการตาย จะมีความหมายกับครูที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ

ผลงานรางวัลที่ผมได้รับมานั้น มีอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผม ไม่ว่าจะเป็น

รางวัล คนค้นคน อวอร์ด ครั้งที่ 4 สาขาเยาวชนต้นแบบ จากรายการคนค้นคน

รางวัลตาราอวอร์ด ครั้งที่2 ผู้ปลุกหัวใจสังคมด้วยหัวใจโพธิสัตว์ จากเสถียรธรรมสถาน

รางวัลนิสิต นักศึกษา แห่งชาติ ทางครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์ แห่งประเทศไทย

รางวัล “ประชาบดี”

และยังมีรางวัลอื่นอีกมาก แต่เมื่อผมได้จากโลกนี้ไปแล้ว ก็คงไม่มีความหมายอีกต่อไป เหลือไว้แค่ในความทรงจำของทุก ๆ คน

หวังว่าท่านนายกฯ คงจะได้รับฟังเรื่องราวความทุกข์และให้ความช่วยเหลือผมได้ ในขณะที่ผมยังมีชีวิตอยู่ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งสำหรับผม การได้สัญชาติไทย เป็นความหวังสุดท้ายของครูจน ๆ ครูดอย วันที่ได้สัญชาติไทย ผมจะก้มลงกราบผืนแผ่นดินนี้ วันนั้น คือวันแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะผมจะได้มีโอกาสรักษาในสิ่งที่เจ็บป่วยมาโดยตลอด วันที่ผม จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างที่หวัง วันที่ครูยอด ครูสัญชาติไทย จะได้มีความสุขที่สุดในชีวิต ผมจะเฝ้ารอวันนั้น ด้วยความหวังที่มีต่อไปครับ

จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ
ขอแสดงความนับถือ
ครู ยอด ปอง
31 พฤษภาคม 2559

 

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง