ลมแทบจับ ! หนุ่มช่างภาพโดนแฮ็กเฟซบุ๊ก ชั่วโมงเดียว เงินหายกว่า 7 หมื่น

ลมแทบจับ ! หนุ่มช่างภาพโดนแฮ็กเฟซบุ๊ก ชั่วโมงเดียว เงินหายกว่า 7 หมื่น เตือนชาวเน็ตระวังมิจฉาชีพ

วันนี้(10 มิ.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราว จากสมาชิกเฟซบุ๊ก NOPPADOL SOISAKUL ซึ่งเป็นช่างภาพ ได้เล่าประสบการณ์ที่โดนมิจฉาชีพแฮ็กบัญชีเฟซบุ๊ก และสามารถหลอกเงิน 7 หมื่นบาทจากเพื่อนๆ ไปได้ภายใน 1 ชั่วโมง โดยผู้โพสต์ ได้ระบุว่า

“โดนแฮ็กเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. เวลา 12.30 น. โดยคนร้ายได้แฮ็กเช้าเฟสบุ๊กส่วนตัว แล้วทักไปยังข้อความเพื่อน 30 กว่าคนว่า อยู่ไหน มีเงินให้ยืมก่อนซัก 4-8 พันไหม เดี๋ยวบ่ายๆ คืน ซึ่งประวัติไม่เคยขอยืมเงินใครมาก่อน มีแต่ช่วยคนอื่น เพื่อนจึงไว้ใจให้ยืมโดยไม่ได้ถามอะไร โดยหลังจากทราบว่าโดนแฮ็ก และสามารถกู้บัญชีกลับคืนมาได้ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดี แต่ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ทั้งที่รู้ชื่อ นามสกุล เลขที่บัญชี โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่รู้จะตั้งข้อหาอะไร ให้ไปปรึกษาทนายว่าตั้งข้อหาอะไรได้บ้าง ส่วนผู้ที่โดนหลอกเงินไป ก็ยังไม่สามารถแจ้งความได้ เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งว่าคดีเยอะ

ส่วนทางธนาคาร ทั้งๆ ที่รู้ว่าบัญชีนี้กำลังฉ้อโกง ได้มีพี่ที่โอนเงินไปแล้ว รีบแจ้งกับทางธนาคาร แต่ธนาคารไม่รับเรื่องต้องไปแจ้งความก่อน กว่าจะกลับมา เงินก็ไม่เหลือ ขอให้ระมัดระวังเพราะ ช่วงนี้ระวังกันด้วยน่ะครับ โดนกันเยอะมากๆ ช่องว่างยังเยอะสุดๆ ขอบคุณทุกคนที่คิดว่าเราเดือดร้อนจริงๆ แล้วรีบช่วยเหลือโดยไม่ถามอะไรซักคำ ขอให้ได้เงินไม่ช้าก็ไว และให้คนทำผิดโดนดำเนินคดีใครพอจะมีวิธีช่วยเหลือ แนะนำมาได้เลยนะครับ”

ล่าสุด  ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้เสียหาย “นพดล โฟโต้กราฟฟี่” เปิดเผยว่า “ปกติจะเป็นคนที่ไม่เข้าเฟซบุ๊กในเครื่องสาธารณะหรือเครื่องของคนอื่น ไม่เคยเข้าเว็บแปลกๆ ที่ให้ใส่รหัส จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าโดนแฮ็กได้อย่างไร โดยเหตุการณ์ก่อนที่จะโดนแฮ็ก จะมีข้อความเตือนว่า ให้รีเซ็ทรหัสใหม่ ประมาณครั้งที่ 4 ก็ไม่สามารถเข้าบัญชีของตัวเองได้ โดยผู้รู้ด้านไอที คาดว่า เป็นการใช้วิธีการสุ่มรหัส แต่ก็ยังไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร โดยหลังจากที่ได้บัญชีไปแล้ว ผู้ร้ายได้แชทไปหาเพื่อนประมาณ 30 คน และมีเพื่อน 6 คน ที่โอนเงินให้ โดยผู้ที่โอนเงินให้มากที่สุดประมาณ 27,000 บาท

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่า เพื่อนๆ ก็โดนคล้ายๆ แบบนี้หลายคน เมื่อนำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบว่า จะลงว่าข้อหาอะไรและให้ไปแจ้งความพื้นที่ ที่ผู้ร้ายได้เงินไป คือ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตัวเองอยู่ที่เชียงใหม่ ก็เป็นเรื่องยากที่จะเดินทางไป แต่หลังจากนี้จะไปแจ้งความที่ส่วนกลาง เช่น สำนักนายก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แทน ก็ถือว่า อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับหลายๆ คน”

 

 

ที่มา ข่าวสด

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง