พบคนวิจารณ์หน้าตา เนติวิทย์-เพนกวิน ถาม “2คนนี้ไม่ใช่เด็กพิเศษใช่ไหม”

Drama – addict ซัด!! เลิกใช้ชื่อโรคเป็นคำด่าล้อเลียนเสียดสีกัน ชี้ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคจริงเดือดร้อน หลังพบคนวิจารณ์หน้าตา เนติวิทย์-เพนกวิน คล้ายเด็กพิเศษ

ก่อนหน้านี้เกิดเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับกรณีอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง โพสต์ข้อความจวกนายเนติวิทย์ ระบุว่า การสอบติดที่จุฬาฯ ทำให้อัตลักษณ์ของสถาบันถูกเคลือบแคลง จนสุดท้ายทางอาจารย์เองต้องออกมาออกมาขอโทษต่อเรื่องที่เกิดขึ้น

คลิ๊กอ่านข่าว >>> อาจารย์จุฬาฯ ขอโทษแล้ว หลังโพสต์เหยียดหน้าตา ‘เนติวิทย์’

ล่าสุดวันนี้ (23 มิ.ย.) เกิดเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้พากันวิพากษ์วิจารณ์กันอีกครั้ง หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้นำภาพของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ที่มักจะออกมาแสดงทัศนคติทางการเมืองผ่านสื่ออยู่บ่อยครั้ง โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมตั้งคำบรรยายภาพว่า “…เนติวิทย์กับเพนกวิน สองคนนี้ไม่ใช่เด็กพิเศษไม่ใช่ไหม ใบหน้าไปทางนั้น? แต่ถ้าไม่ก็แล้วไป…”

13502993_10154378214278291_6850443318515327400_o

แฟนเพจชื่อดังอย่าง Drama – addict หรือที่หลายๆ คนเรียกเขาว่า “จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเพจ แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า …

เมืองไทยนี่มีอะไรที่น่าอนาถอยู่อย่าง คือพอเราไม่ชอบใคร เกลียดใคร ก็มักจะหยิบประเด็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือสิ่งที่เขาเป็นมาล้อเลียนเสียดสี อย่างเช่น นักการเมืองบางคนเวลาออกอาการฉุนเฉียว ก็จะโดนหยิบมาล้อเลียนว่าเป็นไบโพลาร์ ซึ่งการเอาคำว่า ไบโพลาร์มาใช้เป็นคำด่าล้อเลียนเสียดสีกัน มันเป็นการตีตราและทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนั้นจริง ๆ เดือดร้อน เพราะเขาจะรู้สึกว่า โรคที่เขาเป็น มันเป็นสิ่งที่น่าอับอาย เป็นสิ่งที่ถูกสังคมดูถูกและเหยียดหยาม

ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน คือ เนติวิทย์ กับเพนกวิน นักเรียนศึกษาที่ออกมาแสดงทัศนคติทางการเมืองผ่านสื่ออยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่า คนเราคิดเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปรกติ คนที่ไม่เห็นด้วยกับไอ้สองหน่อนี่ จะด่ามันจะวิพากษ์วิจารณ์ความเห็นมัน เชิญตามสะดวก ละเลงกันให้เต็มที่เลย แต่ควรเน้นไปที่ความคิดเห็นที่เขาแสดงออกมา ว่ามีประเด็นที่เราอยากโต้แย้งยังไง เรามีหลักฐานเชิงประจักษ์มาคัดง้างกับความเห็นของไอ้เด็กสองคนนี้มั้ย อะไรทำนองนี้

การหยิบยกประเด็นว่า หน้าตาแบบนี้ เด็กพิเศษอ๊ะป่าววววว

ก็เป็นการตีตราเด็กพิเศษ ในลักษณะเดียวกันกับที่คนเป็นไบโพลาร์ถูกตีตราเมื่อเอาคำว่าไบโพลาร์ไปใช้ด่านักการเมืองนั่นล่ะครับ อันนี้วอนถึงท่านที่กำลังคลั่งการเมืองทั้งหลายว่า ประเด็นนี้ขอเถอะ อย่าเอาคำว่าเด็กพิเศษมาใช้เป็นคำด่ากันเลย

 

ชีวิตของเด็กพิเศษ หรือกระทั่งเด็กที่แตกต่างจากคนทั่วไป ในสังคมไทยที่ชอบเอาปมของคนอื่นมาล้อมันก็แย่อยู่แล้ว กระทั่งครูบาอาจารย์ของสถาบันการศึกษาบางแห่ง ยังไม่เข้าใจเด็กพิเศษ แล้วไล่ให้เด็กพิเศษไปเรียนรวม ๆ กันแยกจากเด็กปรกติเลย

ดังนั้นมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เลิกใช้คำว่า เด็กพิเศษ ในเชิงล้อเลียนเสียดสีกันเถิดครับ เพื่อที่ว่าเด็กพิเศษเหล่านั้นจะได้มีที่ยืนในสังคมเช่นเดียวกันกับพวกเรา

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ Drama-addict

ข่าวที่เกี่ยวข้อง