ทนายชี้ ! ถ้าพ่อแม่ไม่ตลก โพสต์คลิปลงโทษเด็ก คุก6เดือน/ปรับ6หมื่น

โลกออนไลน์ขำหนักคลิป หนูน้อยกลัวของเล่น ด้านทนายคู่ใจชี้ โพสต์คลิปลงโทษเด็ก คุก 6 เดือน/ปรับ 6 หมื่น

จากกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปเด็กน้อย 2 คน เกิดทะเลาะกันถึงขั้นต่อยกันปากแตก ทางครูที่ดูแลจึงเรียกเด็กทั้ง 2 มาสอบถาม พร้อมอัดคลิปขณะสนทนากับเด็ก ๆ มาโพสต์ลงโซเชียล หลังคลิปถูกเผยแพร่คนดูต่างพากันขำอย่างหนัก เพราะเด็กที่ต่อยปากเพื่อนได้ให้เหตุผลว่า เขากลัวของเล่น แต่อย่างไรก็ตามหนูน้อยรู้สึกผิดและได้ขอโทษเพื่อนต่อเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

คลิ๊กอ่านข่าว >>> ดูไปยิ้มไป ! หนูน้อยร้องไห้ขอโทษต่อยเพื่อนปากแตก เพราะกลัวของเล่น

ล่าสุดวานนี้ (25 มิ.ย.) ทางแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อคลิปดังกล่าว พร้อมระบุถึงข้อกฎหมาย พรบ.คุ้มครองเด็ก รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ …

โพสต์คลิปลงโทษเด็ก คุก6เดือน/ปรับ6หมื่น

ปกติเรื่องพวกนี้มีคุยกับพ่อแม่เด็กบางคนอยู่เหมือนกันนะ เรื่องถ่ายรูปอัพลงโซเซียลว่าบางทีก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป วันนี้เห็นข่าวของ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาแสดงว่าคิดเห็นเรื่องคลิปเด็กชายร้องไห้ขอโทษ ขอโพยเพื่อนที่ตนเองไปชกปากแตก แล้วปรากฏว่ามียอดผู้เข้าไปชมทะลุ 5 ล้านกว่าเข้าไปแล้ว ณ เวลานี้

13524562_1113532792021067_3947011535109469479_n

โดยดร.มานะ ให้ทัศนคติว่าการโพสคลิปเด็กลงโซเซียลนั้นส่อจะผิดกฎหมาย พรบ.คุ้มครองเด็ก แน่นอน ถ้าใครตามเพจทนายคู่ใจ อยู่จะรู้ว่าช่วงหนึ่งผมหยิบพรบ.ฉบับนี้มานำเสนอเรื่องสิทธิเด็กอยู่ เมื่อวันนี้เกิดข่าวขึ้นผมก็จะหยิบมาดูอีกว่า “ผิดจริงหรือเปล่า”

ในพรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 จะมีอยู่มาตราหนึ่งที่น่าจะเข้าข่ายที่สุดคือมาตรา 27 เกี่ยวกับการโฆษณาเผยแพร่ข้อมูลเด็กโดยเจตนาที่จะทำให้ เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตัวเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ

ซึ่งในมุมของนักวิชาการหรือนักกฎหมายเด็กก็จะมองว่า การเผยแพร่สื่อในลักษณะนี้ออกไปของเด็กมีโอกาสที่จะกระทบกระเทือนจิตใจของเด็กคนนี้ในอนาคตได้ ซึ่งความกระทบกระเทือนตัวนี้เนี่ยแหละที่กฎหมายคุ้มครองเด็ก คุ้มครองเอาไว้ แรกเริ่มที่ครูสอนอนุบาลหยิบมาถ่ายคลิปเนี่ยอาจจะยังไม่ผิด แต่เมื่อมีการเผยแพร่ออกไปแล้ว เด็กได้รับผลกระทบผู้มีส่วนในการกระทำความผิดต้องรับผิดชอบตามกฎหมายไปซึ่งมีโทษ “จำคุกสูงถึง 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ”

เรื่องหน่วยงานที่ต้องออกมาปราม ๆ เนี่ยโดยหน้าที่ควรจะเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) แต่ก็เป็นไปได้ว่า อาจจะรอให้ผู้เสียหายซึ่งคือเด็กหรือผู้ปกครองเด็กมาแจ้งความประสงค์ดำเนินคดีก่อน อย่างไรก็ตามอยากเตือนสติครูอาจารย์บางท่านหน่อยว่า การบันทึกภาพเด็กแล้วนำไปเผยแพร่ในโซเซียล อาจจะไม่ผิดกฎหมายหมิ่นประมาท แต่ถ้าเด็กเสียหายหรือมีผลกระทบกระเทือนจิตใจเด็กมันจะผิดกฎหมายพรบ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 27 ทันที และถ้าเด็กหรือผู้ปกครองเขาเสียหายหนักมันอาจจะถึงขั้นไปผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาทไปด้วย

ที่ต่างประเทศเขาละเอียดอ่อนเรื่องพวกนี้มากนะคุณ มีประเทศไทยนี่แหละ “อะไรก็ได้” เรื่องที่ทนายคู่ใจนำเสนอต่อจากนี้สังคมแห่งความจริงต้องตัดสินเอาเองนะครับ เพราะมันคือกฎของโลกใบนี้ สายด่วนศูนย์ประชาบดี โทร 1300 หรือ line พิมพ์ @freelaw

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง