นักแต่งเพลงชื่อดัง เชื่อเปิดเพลงจาก Youtube ในร้าน ถือว่าผิดลิขสิทธิ

นักดนตรีและนักแต่งเพลงชื่อดัง กริช ทอมมัส เชื่อเปิดเพลงจาก Youtube ในร้าน ถือว่าผิดลิขสิทธิ เหตุเสมือนเป็นการตกแต่งร้านหวังผลทางการค้า

กริช ทอมมัส นักดนตรีและนักแต่งเพลงชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็น หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงกรณีที่เจ้าของร้านกาแฟรายหนึ่งถูกจับปรับจากเกิดเปิดเพลงจากเว็บไซต์ยูทูบ ว่า
การเปิดเพลงจากยูทูบของเจ้าของร้านดังกล่าวถือว่าผิดลิขสิทธิ์ เพราะการเปิดเพลงไม่ว่าจะจากอะไรหวังผลทางการค้าแน่นอน ขณะเดียวกันเพลงเหมือนการเติมแต่งให้ร้านน่าเข้ายิ่งขึ้น ซึ่งหากไม่หวังผลทางการค้าจริง ก็ไม่ควรเปิดเพลงน่าจะเหมาะสมที่สุด

กริช ทอมมัส

การเปิดเพลงจาก youtube ในร้าน ที่ต่างประเทศเค้าเรียกการเปิดแบบนี้ว่า public perform youtube ก็เป็นแบบเดียวกัน มันเป็นการค้าทางอ้อม ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ร้านตกแต่งทาสี ตอกไม้เพื่อให้คนมาเข้าร้าน แล้วถ้าร้านมันเงียบๆ หรือบางร้านต้องการเงียบๆ ก็ไม่ผิดนะ

แต่ถ้าร้านต้องการตกแต่งร้านให้ลูกค้ามาเข้าร้านด้วยเพลง ตอนนี้เพลงก็เหมือนสีเหมือนของตกแต่งร้านเพื่อให้คนเข้าร้าน มีต้นทุนเหมือนสี เหมือนของตกแต่งร้าน พิสูจน์ง่ายมากว่า ไม่จำเป็นต่อการค้าคือไม่เปิดเพลง และอย่าลืมว่าเพลงทุกเพลงไม่ว่าเป็นเพลงไทยค่ายไหน หรือเพลงสากลมีลิขสิทธิ์หมดนะจ๊ะ

 

พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้แชร์ข้อความเพิ่มเติม จากเพจ “กึ่งยิงกึ่งผ่าน Overconda” ที่ได้อธิบายเรื่องลิขสิทธิเพลงด้วยว่า หลังจากพูดคุยกันหลายวัน จนทำให้ต้องไปศึกษากฎหมายอย่างละเอียด ก็ค้นพบว่า สิ่งที่เราคิดว่า เฮ้ย ทำอย่างนี้ได้ยังไง (เช่นการเปิด YouTube ให้ลูกค้าในร้านฟัง ไม่ควรเป็นเรื่องที่ผิดลิขสิทธิ์ ปรากฎว่ามันผิดจริงๆ ครับ มีมาตรากำหนดไว้จริงๆ) การฟังเพลงใดๆ ก็ตาม ฟังจากเพลงที่ซื้อมา หรือฟัง YouTube หรือ Joox, Deezer, KKBox ฯลฯ ล้วนเป็นการฟัง “ส่วนตัว” ทั้งสิ้น

แต่ถ้าเป็นการ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” (ในร้านกาแฟ, ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านอาหาร, งาน Event ฯลฯ) โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็จะผิด พรบ.ลิขสิทธิ์ครับ

รายละเอียดต่างๆ นอกเหนือจากนี้ผมได้เขียนไว้น่าจะละเอียดที่สุดเท่าที่จะเขียนเป็นภาษาคน (ไม่ใช่ภาษากฎหมาย) อ่านและเข้าใจได้ง่ายเรียบร้อยแล้ว และน่าจะครอบคลุมเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของการเปิดเพลงด้วยครับ

ลองเข้าไปอ่านกันดูนะครับ

บทสรุป เปิดเพลงในร้าน ผิดหรือไม่ผิด “ลิขสิทธิ์” กันแน่?

มีพี่ที่อยู่ในแวดวงนี้ให้ความหมายเพิ่มเติมมาดังนี้ครับ
>> “การใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ใดๆก็ตาม (ไม่สนใจว่าจะเก็บเงินหรือเปล่านะ) ยังไงก็ต้องขออนุญาตก่อนเสมอ
การฟังเพื่อการส่วนตัว ไม่ใช่เชิงธุรกิจ ไม่เสียเงินแน่นอน
แต่หากการใช้เพื่อ “ประกอบธุรกิจ” (ดูองค์ประกอบอื่นได้ เช่นมีการออกผ่านลำโพงที่กระจายไปทั่วร้าน เป็นต้น หรือเปิดจอภาพแล้วหันไปทางลูกค้า และ/หรือ มีมากกว่า 1 จอ) เจตนาคือ “ให้บริการ” แน่นอน
ถึงแม้ว่าจะต่อสู้ว่าไม่ได้เรียกเก็บค่าบริการ แค่มันก็ไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์ในการใช้ได้โดยอิสระ”

cc กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ข้อมูลจาก กริช ทอมมัส



เว็บไซต์  ตั๋วทนาย.com เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ปมเปิดเพลงละเมิดลิขสิทธิ หวังเป็นองค์ความรู้ให้ไว้ชี้แจงเจ้าหน้าที่ และตัวแทนบริษัทที่ตามจับลิขสิทธิ ยันเปิดเพลงผ่าน Youtube ไม่ผิด

หลังจากที่วานนี้ (28 มิ.ย. 59) MThai News ได้มีการนำเสนอข่าวหลังจากมีผู้ประกอบการรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความเตือนให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ เฝ้าระวัง หลังเจ้าตัวถูกจับปรับลิขสิทธิจากการเปิดเพลงในเว็บไซต์ยูทูบนั้น

ในวันเดียวกันเว็บไซต์ ตั๋วทนาย.com ได้มีการหยิบยกถึงผลการตัดสินคดีอาญาในกรณีการละเมิดลิขสิทธิเพลงดังกล่าวเพื่อเป็นองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการพึงระวัง โดยระบุว่า จากกรณีที่บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงรายใหญ่ของไทย ขึ้นข้อความหลังคลิปมิวสิคโวดิโอที่เพิ่งอัพโหลดใหม่ แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือร้านค้าทั่วไป ว่า

ลิขสิทธิ์เพลง, ยูทูบ, ข่าวจังหวัดแพร่

การเปิดเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของแกรมมี่ให้ลูกค้าฟังผ่าน Youtube ก็ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากต้องการเปิดแบบถูกต้อง จะต้องติดต่อขอสิทธิ์กับทางบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปการเปิดผ่าน Youtube จะอนุญาตให้รับชมได้เฉพาะเป็นการส่วนตัวหรือในที่อยู่อาศัยเท่านั้น

กรณีนี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องซึ่งพอจะเทียบเคียงได้ กล่าวคือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8220/2553
พนักงานอัยการจังหวัดระยองโจทก์, นางสุรินทร์ XXX จำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31, 70 วรรคสอง, พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฎว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าฟังเพลงโดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง

เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง

________________________________

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 29, 30, 31, 69, 70, 75, 76 ริบโทรทัศน์สี เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี และให้แผ่นซีดีเพลงจำนวน 19 แผ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย ของกลางตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนให้แก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน…”

ความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงต้องเป็นการเผยแพร่งานนั้นต่อสาธารณชน “เพื่อหากำไร” ซึ่งหมายความว่า กำไรนั้นหากจำเลยได้มาหรือจะได้มาจะต้องเกิดจากการกระทำแก่งานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องได้ความว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม จำเลยเปิดแผ่นวีซีดีเพลง “กำลังใจที่เธอไม่รู้” อันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย

ซึ่งได้มีผู้ทำขึ้นหรือดัดแปลงขึ้นให้ลูกค้าในร้านอาหารของจำเลยฟัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลง หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าวซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์

แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

สาระสำคัญในคำวินิจฉัยคือ

กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร คือกำไรโดยตรงไม่ได้มาจากการเปิดเพลง แต่มาจากอาหาร
ซึ่งคีย์เวิรด์ให้จำง่ายๆนะครับ ” ไม่ปรากฏว่าจำเลยเปิดเพลงเพื่อหากำไรโดยตรงจากการที่ให้ลูกค้าได้ฟังเพลง โดยการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลง หรือเรียกเก็บเพิ่มรวมไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มแต่อย่างใด ”

ซึ่งทางเว็บมองว่าการกระทำดังกล่าวมิได้ทำเพื่อการหากำไรจากงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์จึงไม่เข้าข่ายความผิดอยู่ดี

ที่มาจาก ตั๋วทนาย.Com

 


 

หนุ่มเจ้าของร้านกาแฟใน จ.แพร่ เตือนผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร อย่าเปิดเพลงผ่านยูทูบให้บริการลูกค้า หลังเขาถูกจับผิดลิขสิทธิ์เพลง

เรื่องราวการจับกุมลิขสิทธิ์เพลงตามร้านค้า ร้านอาหารยังมีให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางสำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะออกมายืนยันว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดลิขสิทธิ์ แต่ยังมีข้อยกเว้นบ้าง หากมองว่าร้านนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะมองว่าใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร้านนั้นสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอยกเว้นได้ ซึ่งการเปิดเพลงดังกล่าวไม่เจาะจงเฉพาะการเปิดจากแผ่นแท้ที่ถูกมองว่าผิดลิขสิทธิ์ แต่ยังรวมไปถึงการเปิดเพลงผ่านยูทูบ และเว็บเพลงต่างๆ ด้วย

ลิขสิทธิ์เพลง, ยูทูบ, ข่าวจังหวัดแพร่

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Add PhRae ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนภัยให้ผู้ปรกอบการร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านกาแฟต่างๆ ควรระวัง หลังจากเจ้าตัวถูกจับปรับละเมิดลิขสิทธิ์เพลงจากการเปิดเพลงในร้านกาแฟผ่านเว็บไซต์ยูทูบ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “สวัสดี ครับ ชาวแพร่ ทุกๆท่าน. ผมเป็นเจ้าของร้านกาแฟนะครับ วันนี้ผมโดนจับลิขสิทธิ์เพลงจากโดนแจ้งความข้อหาเปิดเพลงฟังในร้าน โดนปรับไป 20000 บาท ครับผม

เลยโพสต์ เตือนทุกๆ ท่าน ที่มีญาติพี่น้อง ที่เปิดร้านอาหาร ร้านทุกๆ อย่าง ที่เป็นการบริการให้ลูกค้า อยากจะฝากบอกต่อ กดไลค์กดแชร์ ไม่อยากให้ใครโดนเหมือนผม เพราะเสียดายเงินเสียดายทอง เลยเตือนบอกให้ทุกๆ คนทราบนะครับ การที่เราเปิดเพลงในยูทูปผิดนะครับ ให้ทุกๆ คนที่มีร้านอย่าเปิดนะครับ

ผมโดนคนเดียวเลยไม่อยากให้คนอื่นโดนเหมือนผม จึงเตือนกันมาด้วยความหวังดี ไม่อยากให้พวกเราๆ โดนแบบนี้ได้ ง่ายๆ ครับ บอกต่อๆ กัน ไปนะครับ ร้านเหล้าร้านอาหารเหมือนกันนะครับ ระวัง!! จังหวัดเรานะครับผม ช่วงนี้ไม่ต้องฟังเพลงไทยครับผม กดแชร์เยอะๆๆๆ ครับ.

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง