ต้องอ่าน!! ทนายแนะ 3 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนสมัครใจลาออกจากงาน

แฟนเพจ ทนายคู่ใจ แนะ 3 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนสมัครใจลาออกจากงาน 

หลังจากทาง MThai ได้มีการนำเสนอข่าวถึงกรณีที่ โตโยต้า จัดโครงการให้พนักงานลาออกด้วยความสมัครใจ คลิ๊กอ่านข่าว >>> ค่ายรถดัง เปิดโครงการ จากกันด้วยใจ ให้ลาออกด้วยความสมัครใจ

ล่าสุดวันนี้ (7 ก.ค.) ทางแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แนะพนักงานเกี่ยวกับการลาออกจากงาน รายละเอียดระบุไว้ดังนี้ …

3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสมัครใจลาออก

เห็นข่าวบริษัทค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ เปิดโครงการร่วมใจจาก สมัครใจลาออก ชื่อมันฟังดูดีนะแต่จริง ๆ ก็คือการลาออกธรรมดานี่แหละ ในบางบริษัทที่จะปิดกิจการ หรือ ปิดสายการผลิตบางส่วน เขาจะเสนอให้ลูกจ้างได้พิจารณาตัวเองก่อนที่จะให้ออก

13612342_1121170857923927_9206315946091724577_n

การตกงานทางกฎหมายจะมีอยู่ 2 แบบ คือ …

1. ลาออกไปเอง

2. บริษัทเลิกจ้าง

การลาออกไปเองคงชัดอยู่แล้วโดยตัวมันเองว่าเมื่อลูกจ้างไม่ประสงค์จะร่วมงานกับนายจ้างต่อก็มีสิทธิ์ออกเมื่อไรก็ได้ ส่วนนายจ้างเลิกจ้างเมื่อไรต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน ถ้าไม่แจ้งต้องจ่ายเงินแทนค่าจ้าง 1 เดือนเช่นกัน

ข้อดีของการเลิกจ้าง จากฝ่ายนายจ้าง โดยลูกจ้างไม่ยินยอมลาออก มีข้อดีดังต่อไปนี้

1.เงินค่าชดเชยตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน ที่จะได้รับสูงสุด 11 เดือน(ตามอายุงาน+ค่าเลิกจ้างล่วงหน้ากรณีไม่บอกกล่าว)ไม่ต้องเสียภาษี ทำเป็นเล่นไปภาษีหลายหมื่นนะสำหรับคนเงินเดือนสูงๆ (ถ้าลาออกต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ ส่วนโดนเลิกจ้างได้รับการยกเว้นภาษี)

2.สามารถไปขึ้นทะเบียนคนว่างงานกับประกันสังคม โดยมีสิทธิ์ได้รับผลตอบแทนสูงสุดถึง 7,500 บาทต่อเดือนนานสูงสุด 6 เดือน(วงเงินสูงสุด 45,000 บาท) แต่ถ้าเราลาออกเองจะได้รับแค่ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 4,500 บาทและได้ไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้นเอง ต่างกันเยอะนะ(เลิกจ้างได้ 50 เปอร์เซ็นของเงินเดือนเก่าที่ไม่เกินยอด 15,000 บาท แต่ลาออกได้แค่ 30เปอร์เซ็น แถมจาก 6 เดือนลดเหลือแค่ 3 เดือนเอง)

3.สามารถนำเรื่องไปฟ้องร้องเรียนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กับนายจ้างได้ โดยกรณีบริษัทปรับโครงสร้างถือว่า เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมครับ ผมจะไม่อธิบายเยอะว่า ทำไมเดี๋ยวจะงงกันไปใหญ่ เอาสั้น ๆ ว่า “ถ้าบริษัทไม่ได้ขาดทุนจนกำลังจะปิดกิจการ ตามกฎหมายถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น”  เพราะเป็นการเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดต่อนายจ้าง ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ถ้าเป็นกรรมกรจน ๆ ก็อาจจะได้เงินเพิ่มมาอีกตามอายุงานอีก เช่น ทำงานมา 15 ปี วันนี้เขาอยากลดแผนก เพราะ แผนกเราทำกำไรน้อยแบบนี้ หลังเลิกจ้างไปฟ้องศาลแรงงาน ศาลอาจจะสั่งจ่ายขั้นต่ำ ๆ ก็ได้เงินเพิ่มอีก 15 เดือนของอัตราเงินเดือน (ถ้าเงินเดือน 10,000 บาท จะได้เงินเพิ่มมาอีก 150,000 บาท เป็นอย่างน้อย ซึ่งถ้ามีเหตุพิเศษอื่น ๆ ศาลแรงงานอาจจะให้มากกว่านี้ก็ได้ ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไปแต่ขั้นต่ำที่ศาลจะสั่งจ่ายปกติคือราว ๆ นี้ครับ) ซึ่งสิทธิพวกนี้ถ้าเราไปลาออกเองจะนำมาฟ้องไม่ได้เลยถือว่ากฎหมายปิดปากชัดเจน

ยกตัวอย่างถ้าผมทำงานค่ายรถยนต์มา 15 ปี เงินเดือน 20,000 บาท ถ้าผมไม่ยอมเซ็นใบลาออกผมควรจะได้เงินอย่างน้อย ๆ ตามกฎหมายคือ 520,000 บาท แต่ถ้าเราลาออกไปเองเราจะได้แค่ 220,000 บาท ครับ ที่มาบอกไมได้แนะนำให้ไปฟ้องนะ แต่แค่บอกสิทธิตามกฎหมายแรงงานให้เท่านั้นเอง เพราะลูกจ้างทำงานอุทิศชีวิตให้นายจ้างมาตลอดชีวิตอยู่ ๆ มาไล่เขาออกเพราะปรับโครงสร้าง คนอายุเยอะ ๆ แล้วหางานยากครับ กฎหมายแรงงานเลยมีเรื่องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้างมาไว้

ทั้งนี้หากใครสนใจปรึกษากฎหมายโทร 092-453-3393 หรือ Line พิมพ์ @Freelaw

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ ทนายคู่ใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง