ดรามา เนติวิทย์ หลังยืนโค้งคำนับ พิธีถวายสัตย์ฯ นิสิตจุฬา

วิจารณ์แซด หลัง เนติวิทย์ โพสต์แจงเหตุไม่หมอบกราบ แต่เปลี่ยนเป็นยืนโค้งคำนับพิธีถวายสัตย์ฯ นิสิตจุฬา

วันนี้ (15 ก.ค. 59 ) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็น โจมตีการกระทำของนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล หลังจากเจ้าตัวได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Netiwit Ntw” ชี้แจงถึงกรณีที่มีคลิปปรากฏ ว่า ตนไม่ยอมถวายบังคมต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล ในระหว่างพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้าเป็นนิสิตจุฬาฯ โดยเจ้าตัวระบุว่า

เนติวิทย์

สวัสดีครับทุกคน

ท่ามกลางแดดร้อนแรงระอุ นิสิตบางคนหมดสติไป ผมและเพื่อนรัฐศาสตร์ นิสิตจุฬาลงกรณ์ ได้พูดคุยและถกเถียงกันเรื่องการถวายบังคม ในพิธีถวายสัตย์เข้าเป็นนิสิต ซึ่งเราต่างก็ประหลาดใจกันว่าเหตุไฉน?  การหมอบกราบดังกล่าวจึงยังได้รับการปฏิบัติมาอีก

ทั้งที่ในหลวงรัชกาลที่5 ทรงประกาศยกเลิกธรรมเนียมเก่าดังกล่าวแล้ว เหตุไฉนจึงมาสิ่งที่พระองค์ทรงยกเลิกต่อหน้าพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ผู้ ไม่ต้องการสิ่งดังกล่าว ธรรมเนียมเป็นเรื่องไม่เสียหาย หากไม่มีหลักวิชาก็เป็นแค่การนำอย่างมืดบอด โดยพิธีดังกล่าวถ้าศึกษา ก็เพิ่งกลับมาไม่นานมานี้เอง

ผมและเพื่อนเมื่อคุยกันบนหลักฐานและต้องการสนองพระราชประสงค์ให้กลับมาอีกครั้ง ผมและเพื่อนอีกคนจึงกล่าวถวายสัตย์เสร็จแล้วยืนขึ้น มาเบื้องหน้าโค้งคำนับต่อพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ทั้งสอง (เราดูงานวันพ่อวันแม่สิ ธรรมเนียมการโค้งคำนับใช้ แต่ทำไมไม่หมอบคลานล่ะ ดูลักลั่นไหม) ขณะที่บางคนเห็นด้วยแต่ไม่อยากแสดงออกก็ช่วยสนับสนุนโดยให้กำลังใจ

ที่เขียนมานี้ก็เพื่อชี้แจงให้เข้าใจวัตถุประสงค์ในการทำ มิฉะนั้นก็จะใส่ไคล้กันไปโดยไม่ได้เจตนา  มีหลายคนไม่มางานนี้ก็เพราะเห็นว่าพิธีนี้ไม่สมสมัย ขัดกับพระผู้ทรงนำความเจริญทั้งสองพระองค์ เรื่องนี้ไม่ใช่มีแค่สองคนหรือแค่นิสิตรัฐศาสตร์ปี 1 ที่สนใจห่วงใย มีมากมายแต่ ไม่มีคนแสดงออกชัดเจน

วันนี้เราทำให้ดู พวกเราทำ ไม่ใช่อยากดัง แต่ที่ทำก็เพราะไม่อยากให้เงียบ หลักวิชา หลักประวัติศาสตร์ ควรจะคุยกันในเรื่องนี้ จุฬาฯ จึงภาคภูมิได้เต็มที่ในความละเอียดของการรักษา ธรรมเนียมดีๆที่เข้ากับคนรุ่นใหม่ สังคมสมัยใหม่
ในโอกาส 100 ปีจุฬาฯ เสาหลักของแผ่นดิน

ด้วยความเคารพนอบน้อม
นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสองคน

นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้เขียนข้อความเพิ่มเติมว่า

“ขออภัยที่ทำให้เสียมารยาท โดยการลุกขึ้นยืน
แล้วไปโค้งคำนับพระบรมรูปสองรัชกาล
แทนที่จะหมอบกราบถวายบังคมเหมือนคนอื่น

ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ – ธรรมเนียมใดๆ ต้องพิจารณาที่มาและที่ไป
โปรดเข้าใจในเจตนาด้วยว่า ธรรมเนียมเรื่องนี้ที่ถวาย
ต่อพระปิยมหาราชนั้น พระองค์ท่านเลิกไปแล้ว และที่ทำกันนี้
ต่อหน้าพระบรมรูป ไม่เข้าใจว่าเป็นการทำรักโดยไม่รู้หรืออย่างไร

โปรดดูอันนี้ประกอบ

“ในปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งให้เจ้านายทุกพระองค์ทรง ยกเลิกการหมอบคลาน แต่ให้ยืนคำนับแบบตะวันตก ซึ่งเจ้านายทุกพระองค์ทรงยืนหมดยกเว้นพระองค์เจ้าหญิงผ่องที่ยังทรงหมอบอยู่ พระพุทธเจ้าหลวงทรงกริ้วมาก เลยเสด็จไปดึงพระเมาลี (จุก) ของพระองค์ แต่พระองค์ก็ทรงหมอบอยู่ตลอด”

จากวิกิพิเดีย หน้าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ”

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวโดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Shayakorn Supasatit” ที่ระบุว่าเหมือนจะเป็นการจงใจเข้าไปป่วน เนื่องจากสามารถเดินออกก่อนพิธีเริ่มได้แน่ไม่ทำ มาทำตอนที่เขาเริ่มทำพิธรพอดี

“อยู่ในเหตุการณ์ ความจริงที่เกิดขึ้น คุณเดินออกไประหว่างพิธีย้ำระหว่างพิธี ซึ่งก่อนหน้านี้คุณสามารถเลือกที่จะไม่เข้าร่วม หรือเดินออกก่อนพิธีจะเริ่มได้โดยที่ไม่มีใครว่าหรือบังคับใดๆทั้งสิ้น (มีเวลาเดินออกก่อนพิธีเริ่มนานมาก) สิ่งที่คุณทำคือการจงใจป่วนเเละไม่ให้เกียรติในสิ่งที่คนอื่นทำอยู่ หากอ้างว่านั่นเป็นสิทธิของคุณก็ใช่ เเต่คุณไม่มีสิทธิที่จะไปหลบหลู่ในสิ่งที่คนอื่นเชื่อ เเละสิ่งที่ทำนี้เป็นการกระทำที่เสียมารยาทมาก” 

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ” Supakorn Palachote” ได้โพสต์ข้อความเห็นแย้ง “Shayakorn Supasatit” ว่า การหมอบคลานนี้เป็นการลบหลู่ ร.5  มากกว่า เพราะเจตนารมณ์ของพระองค์ท่านให้เลิกหมอบกราบมากกว่า

“ลบหลู่หรอ แล้วพิธีนี้ไปลบหลู่ร.5 ที่มีเจตนารมณ์เลิกหมอบกราบมากกว่า เคยอ่าน “ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียม จ.ศ.1235 ” ไหมครับ ถ้าไม่เคยอ่าน แปลว่าคุณเป็นเด็กจุฬาที่แทบไม่รู้อะไรกับเจตนาของจุฬาลงกรณ์เลย และพิธีนี้ ก็ลบหลู่เจตนารมณ์ร.5 มาก แม้จะมีมานานแล้ว”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง