สั่งรื้อแล้ว! บ้านเทปูนทับทางเท้าสาธารณะ

ล่าสุด นายณรงค์ อู่ทรัพย์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองคูคต ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ที่อยู่ภายในหมู่บ้าน กม.27 จ.ปทุมธานี พบว่า มีการเทปูนจากหน้าบ้านเกินออกมาทางพื้นที่สาธารณะ 3 เมตร โดยได้ว่ากล่าวด้วยวาจาให้เจ้าของบ้านรื้อถอนภายใน 15 วัน

เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากยังไม่ปรับปรุงแก้ไขก็จะดำเนินการฟ้องร้องตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบถามคนในหมู่บ้าน บอกว่า เพิ่งเห็นก่อสร้าง 1-2 วันที่ผ่านมา โดยคนในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าไปบอก ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไม่ถูกต้อง เพราะไม่อยากมีปัญหา อย่างไรก็ตาม อยากให้รับผิดชอบต่อส่วนรวม

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ระบุว่า กรณีเจ้าของบ้านก่อสร้างหรือแต่งเติมบ้านโดยไม่แจ้งหน่วยงานที่กำกับดูแล ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร มาตรา 31 และมาตรา 65 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีคำสั่งให้รื้อถอนแต่เจ้าของบ้านไม่ปฏิบัติตาม ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร มาตรา 40,41 และ 42 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้


วอนตรวจสอบ หนุ่มโพสต์จวก “เจอคนเอาเปรียบสังคม รับไม่ได้ ทำทางเข้าบ้านทับทางเท้า”

วันนี้ (19 ส.ค.) เป็นเรื่องราวทีผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจและพากันวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Jiravut Choengvirach  ได้โพสต์ภาพถนนหน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เพิ่งก่อสร้างทางเข้าบ้านไปเพียงไม่นาน โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า บ้านหลังดังกล่าวได้สร้างทางเข้าบ้าน ทับทางเท้าและทางระบายน้ำ

cats

ข้อความของเจ้าของเรื่องระบุไว้ดังนี้ …

เจอคนเอาเปรียบสังคม รับไม่ได้  อีกฝั่งอุตส่าห์เอางบมาทำเลนจักรยาน บ้านนี้ทำทางเข้าบ้านทับทางเท้า/ทางระบายน้ำ กลัวที่ไหน ผมนี่เข้าไปเตือนขณะปูนกำลังแข็งเลย  แน่นอนที่สุดกล้าทำขนาดนี้ จิตสำนึกสาธารณะไม่มีทางมี แถมไล่ให้ไปปั่นที่อื่น บอกถนนมีอยู่กว้าง อย่าเผลอสะดุดทางตัวเองก่อนเข้าบ้านก็แล้วกันนะ #‎เทศบาลเจอกัน‬ ‪#‎บ้านเป็นไร่ใจมันแคบ‬ 

หลังเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ ผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง และสามารถดำเนินคดีได้ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

1

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Jiravut Choengvirach

ข่าวที่เกี่ยวข้อง