ทนายแนะทางออก! ทำอย่างไร? เมื่อถูกหมายเรียก กยศ.

ทนายรณณรงค์แนะทางออก! ทำอย่างไร? เมื่อถูกหมายเรียก กยศ.

วันนี้ (28 ส.ค.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายชื่อดังเจ้าของแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แนะกรณี ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ถูกฟ้องร้องจากการผิดชำระหนี้

1797383_1174196212621391_3593096987810953496_n
ข้อความที่แฟนเพจ ทนายคู่ใจ ระบุมีดังนี้ …

หลาย ๆ คนก็ถามมาเยอะนะว่าตัวเองถูกฟ้องต้องทำอย่างไรดี กยศ.หรือกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา มีมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วนโยบายปรับการประชาสัมพันธ์ปรับเปลี่ยนไปตามแต่การเมือง บางพรรคก็เคยเสนอล้างหนี้กยศ.ก็มี แรกเริ่มเดิมทีนโยบายกยศ.มาจากแนวคิดที่ว่าต้องการให้คนไทยเข้าถึงการศึกษาในระดับสูงมากขึ้น(ปริญญาตรี) จนตอนนี้ปริญญาตรีใคร ๆ ก็จบได้ ผมจะข้ามเรื่องรายละเอียดอื่น ๆ ไปเลยนะ

เมื่อโดยหมายฟ้องมาแล้ว หลังหมายฟ้องจะมีหนังสือมอบอำนาจแปะติดมาด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าศาลทุกแห่งจะมีนโยบายเหมือนกันหรือเปล่านะ แต่ศาลจังหวัดนนทบุรีเขามีหนังสือมอบอำนาจส่งมาด้วยเพื่อให้ทางผู้ค้ำประกันหนี้กยศ.ซึ่งโดยมากเป็นพ่อแม่หรือญาติ ๆ เซ็นมอบอำนาจมาให้ผู้ถูกฟ้องนำมายื่นสู่ศาล

คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนไม่ต้องจ้างทนายก็ได้ แต่ให้ตามเก็บเอกสารมอบอำนาจให้ครบทุกคนมอบอำนาจให้ตัวเองเราเพื่อเราจะได้มาเจรจาและทำสัญญาประนีประนอมยอมความได้

“อย่าหนีไม่มาศาล” คดีพวกนี้ไม่ได้มีโทษจำคุกนะครับ เป็นคดีแพ่งเรียกร้องเงินอย่างเดียวไม่มีจ่ายก็ไม่ได้ติดคุก ศาลบางแห่งวันทำประนีประนอมมี MOU ระหว่างศาลกับกยศ. โดยถ้ามาทำสัญญายอมความกันตกกันได้ จะไม่ต้องจ่ายค่าทนายความ (บางแห่งเก็บเรา 5,500 บาท ผมเคยถามลูกหนี้กยศ.ที่ไปคุย เขาบอกทนายบอกมาแบบนั้น ทนายที่ฟ้องสำนักงานเขาประมูลมาได้เลยต้องมีและต้องจ่ายขั้นต่ำ 3 งวดด้วย) แต่ของศาลนนฯไม่ต้องจ่ายนะ แต่มันเป็นกิจกรรมมหกรรมไกล่เกลี่ยคดี

การทำยอมมีข้อดีอีกอย่างคือค่าปรับในการผิดนัดชำระหนี้ เดิมเราอาจจะไม่จ่ายมาหลายปี พอถูกฟ้องจะมีการคิดค่าปรับล่าช้าที่ผิดนัดชำระหนี้บางคนก็โดนค่าปรับ 4-5 หมื่นบาทเลยทีเดียว (ก็เล่นไม่จ่ายเลยตั้งแต่จบนี่) มาทำเรื่องที่ศาล ๆ บางแห่งมี MOU กับกยศ. เงินค่าปรับส่วนนี้ก็ยกออกเลยเหลือแต่ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีเพียว ๆ ซึ่งถือว่ามีประโยชน์ต่อเรามาก ส่วนใครไม่มาก็อดต้องรับภาระหนี้ส่วนนี้เพิ่มไป

จำไว้ว่าให้มาศาลพร้อมเอกสารมอบอำนาจให้ครบ ส่วนใครชำระไว้ไม่ไหวตามยอดที่มีการฟ้องอย่างไรก็ว่ากันไป ถามว่ากยศ.ยึดอายัดทรัพย์สินพวกที่นา พ่อแม่เราหรือเปล่า ก็ตอบว่ายึดจริงครับถ้าใครไม่จ่าย แต่เขาใช้หลักเกณฑ์ไหนในการยึดผมไม่แน่ใจ ถ้าเอาหลักเกณฑ์เดียวกับธนาคารคงโดนยึดกันเกือบหมดประเทศล่ะ

สุดท้ายนะกยศ.คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีถือว่าถูกมากถ้าเทียบกับการกู้ยืมเงินทั่วไป ใครมีเท่าไรก็พยายามไปจ่ายให้ได้ทุกเดือนนะครับ จ่ายมากจ่ายน้อยก็ขอให้มีจ่ายเข้าระบบไปก่อนจนกว่านโยบายการเมืองจะเปลี่ยน และที่สำคัญไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่าการมาจ่ายเงินหลังฟ้องคดี แล้วผู้กู้ชำระหนี้ถูกกว่าการจ่ายเงินก่อนฟ้องคดี เพราะเงินที่จ่ายก่อนฟ้องคดีจะถูกนำไปหักค่าปรับโดยไม่ได้นำมาชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นถ้าเราค้างชำระนาน ๆ และการติดต่อประสานงานกยศ.ก็แย่มาก ๆ ไม่มีหน่วยงานปรับโครงสร้างหนี้ เร่งแต่จะเก็บเงินอย่างเดียว อยากฟ้องคดีเหมือนธนาคารแต่ไม่อยากทำงานบริการแบบธนาคาร บริหารแบบนี้ไม่แปลกที่จะเก็บเงินไม่ได้จนต้องมาไล่ฟ้องคดีอย่างเดียว ไม่ใช่ไม่มีวิสัยทัศน์นะแต่บริหารไม่เป็นเท่านั้นเอง

MThai News

ที่มา แฟนเพจ ทนายคู่ใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง