ผลสอบสวนออกแล้ว ครูพละปาแก้วใส่นักเรียน จนหน้าผิดรูป!

ผลสอบครูปาแก้วใส่นักเรียนจนหน้าเบี้ยวออกแล้ว พบผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรง มีโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ไปจนถึงลดขั้นเงินเดือน เตรียมให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษใน 15 วัน

ความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกรณีครูพละปาแก้วกาแฟใส่น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี จนได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อบวมไปทับเส้นประสาทส่วนที่ 7 เป็นเหตุให้ตาซ้ายหลับไม่สนิท และปากเบี้ยว จนเสียโฉมนั้น ล่าสุดผลสอบดังกล่าวได้ออกมาแล้ว

โดยที่ประชุมมีติเห็นว่า ครูคนดังกล่าวมีความผิดจริง ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 94 ว่าด้วยข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว แต่โทษดังกล่าวไม่ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งบทลงโทษนั้นมีทั้ง ภาคทัณฑ์ หรือตัดเงินเดือนไปจนถึงลดขั้นเงินเดือน และต้องให้ลงโทษต้องกระทำภายใน 15 วัน


 

‘ปวีณา หงสกุล’ พา ‘น้องทราย’ เข้ารับการรักษาฟรี ที่ โรงพยาบาลยันฮี-สั่งย้ายครูพละปาแก้วใส่นักเรียน จนหน้าผิดรูปแล้ว !

จากกรณี น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี และคุณแม่ นางปราณีย์ จอดสันเทียะ อายุ 48 ปี ได้ออกมาร้องสื่อ หลังถูกคุณครูวิชาพละ ปาแก้วกาแฟใส่ จนทำให้กล้ามเนื้อบวมไปทับเส้นประสาทส่วนที่ 7 เป็นเหตุให้ตาซ้ายหลับไม่สนิท และปากเบี้ยว จนเสียโฉม ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัด โดยใช้เงินสูงถึง 3 แสนบาท ขณะที่วันนี้(14 ก.ย.) มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พานักเรียนรายดังกล่าวเข้ารักษาที่ รพ.ยันฮี ให้ได้รับการรักษาฟรี ตั้งแต่ต้นจนจบ ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

30148

ล่าสุด คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัย ที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 แต่งตั้งขึ้น โดยมี นายสมัคร ไวยขุนทด ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา เป็นประธานกรรมการสอบสวน พร้อมกรรมการรวมจำนวน 3 คน ได้เดินทางไปที่โรงเรียนโชคชัยสามัคคี โดยได้ร่วมกันสอบสวนนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก อายุ 58 ปี ครูพละศึกษาที่ก่อเหตุ พร้อมกับสอบพยานทั้งเพื่อนครู และเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ ก่อนสรุปผลการสอบสวนภายใน 3 วัน

ทั้งนี้ ผลการพิจารณาโทษทางวินัยขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน และดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาว่าจะสั่งการลงโทษสถานใด โดยหลังการสอบปากคำนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุแล้วเสร็จ นายไพฑูรย์ได้ลุกเดินออกจากห้อง พร้อมกับเดินหนีหลบผู้สื่อข่าวออกไปโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

ทางด้านคดีความ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโชคชัย ได้แจ้งให้นายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บแล้ว และหากผลการวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางตำรวจก็จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายรณชัย สุขสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 31 ได้มีคำสั่งย้ายนายไพฑูรย์ครูพละที่ก่อเหตุ ให้ไปช่วยราชการที่โรงเรียนบุญวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้นแล้ว

 

ที่มา เรื่องเล่าเช้านี้

MThai News


‘ปวีณา หงสกุล’ พา ‘น้องทราย’ เข้ารับการรักษาฟรี ที่ โรงพยาบาลยันฮี หลังถูกคุณครูพละ ปาแก้วกาแฟใส่ จนเป็นเหตุให้ ปากเบี้ยว เสียโฉม

จากกรณี น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี และคุณแม่ นางปราณีย์ จอดสันเทียะ อายุ 48 ปี ได้ออกมาร้องสื่อ หลังถูกคุณครูวิชาพละ ปาแก้วกาแฟใส่ จนทำให้กล้ามเนื้อบวมไปทับเส้นประสาทส่วนที่ 7 เป็นเหตุให้ตาซ้ายหลับไม่สนิท และปากเบี้ยว จนเสียโฉม ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัด โดยใช้เงินสูงถึง 3 แสนบาท นั้น

ล่าสุด (14 ก.ย. 59) มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนที่ถูกคุณครูพละปาแก้วใส่ จนทำให้ตาซ้ายปิดไม่สนิท ปากเบี้ยว หน้าเสียโฉม เข้ารับการรักษา ที่ โรงพยาบาลยันฮี โดยเรื่องค่าใช้จ่าย ทางโรงพยาบาลได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ให้ได้รับการรักษาฟรี ตั้งแต่ต้นจนจบ เนื่องจากอาการของน้องไม่สามารถรอได้ ยิ่งทิ้งไว้นานอาการจะยิ่งแย่ลง

ทั้งนี้ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วย นพ.สุธน พิศูทธินุศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เผยจากการตรวจอาการของน้อง กระดูกไม่ได้แตกหัก แต่เกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ ไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งต้องทำการเทสการทำงานของเส้นประสาทก่อน หากแค่บวม ช้ำ ก็ใช้ยารักษา กายภาพบำบัด แต่หากร้ายแรงกว่านั้น เส้นประสาทขาด ก็ถึงจะต้องทำการผ่าตัด กรณีถือว่า สาหัส ต้องรีบรักษา หากปล่อยไว้นานกล้ามเนื้อจะฝ่อ บริเวณตาอาจบอดได้ เนื่องจากตาปิดไม่สนิท

30145

30149

30146

30147

 

MThai News


ผอ.รับครูพละปาแก้วใส่นักเรียน จนหน้าเบี้ยวจริง แสดงความรับผิดชอบค่ารักษาแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ยังตกลงกันไม่ได้ 

จากกรณีที่มารดาของ น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา พาลูกสาวใบหน้าเสียโฉม ปากเบี้ยวตาซ้ายปิดไม่สนิทเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนประจำ จ.ปทุมธานี หลังถูกครูผู้ชายวิชาพละศึกษา เหวี่ยงถ้วยเซรามิคใส่ที่หัวคิ้วด้านซ้าย จนประสาทได้รับความกระทบกระเทือนจนใบหน้าเสียโฉม และไม่ให้ความช่วยเหลือเหลียวแล พร้อมทั้งข่มขู่พยาน ซึ่งแจ้งความแล้วแต่เรื่องเงียบ ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ว่าที่ร.ต.นิพนธ์ ภักดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนโชคชัยสามัคคี ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยในเบื้องต้นทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่ครูพละคนดังกล่าวไม่ได้มีเจตจาขว้างปาแก้วน้ำใส่เด็กนักเรียน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุเด็กนักเรียนหลายคนยืนไม่เป็นระเบียบ และพูดคุยกันส่งเสียงดัง ครูพละจึงใช้แก้วน้ำเขวี้ยงปาไปใส่กำแพงเพื่อปรามให้เด็กเงียบลง แต่เมื่อแก้วน้ำปาไปถูกกำแพงกลับได้กระเด็นไปโดนศีรษะของเด็กนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุคุณครูพละ ได้ยอมรับผิดว่า สาเหตุเกิดจากการกระทำของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาปาแก้วน้ำไปโดนเด็กนักเรียน พร้อมแสดงความรับผิดชอบ โดยได้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บไปแล้วหลายครั้ง ยอดรวมเป็นเงินประมาณ 40,000 บาท ต่อมาทางครอบครัวของเด็กนักเรียนคนดังกล่าวได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท แต่คุณครูพละไม่มีเงินจ่ายจึงต่อรองราคาค่าเสียหายที่ 1 แสนบาท จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเจรจาตกลงค่าเสียหายกันได้

ที่มา มติชน


แม่ร้องสื่อ ! ลูกสาวถูกครูเหวี่ยงแก้วใส่หน้า เส้นประสาทกระทบกระเทือนเสียโฉม แจ้งตำรวจแล้ว แต่เรื่องเงียบ

วันที่ 13 ก.ย. 59  นางปราณีย์ จอดสันเทียะ อายุ48ปี ได้พา น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา พร้อมใบหน้าที่เสียโฉม ปากเบี้ยวตาซ้ายปิดไม่สนิทเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนประจำ จ.ปทุมธานี หลังถูกครูผู้ชายวิชาพละศึกษา เหวี่ยงถ้วยเซรามิคใส่ที่หัวคิ้วด้านซ้าย จนประสาทได้รับความกระทบกระเทือนจนใบหน้าเสียโฉม และไม่ให้ความช่วยเหลือเหลียวแล พร้อมทั้งข่มขู่พยาน โดยที่ตนเองแจ้งความไว้ที่ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา แต่เรื่องกับเงียบสนิท จึงเดินทางมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนก่อนจะเดินทางเข้าพบแพทย์ที่ รพ.รามา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของลูก

dsc_0611

น.ส.นฤดี จอดสันเทียะ หรือ น้องทราย ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะตนเองและเพื่อนในห้องกำลังเรียนวิชาพละศึกษา โดยครูที่ก่อเหตุได้ให้ตนเองนั่งเข้าแถวเพื่อรอการเรียนการสอน แต่จุดที่ตนเองนั่งนั้นมีแดดส่องและร้อนมากตนเองจึงยืนขึ้น จากนั้นครูวิชาชาพละชื่อ นายไพฑูลย์ ได้แสดงความไม่พอใจและใช้แก้วน้ำเซรามิคขนาดใหญ่เหวี่ยงใส่มาที่ตน แก้วโดนเข้าที่หัวคิ้วข้างซ้ายจนได้รับบาดเจ็บแผลปูดบวม แต่ครูกับบอกว่า”กูกะจะโยนให้โดนหัวมึงให้แตก” ช่วงเย็นตนเองกลับบ้านไปก็ไม่ได้บอกผู้ปกครอง กระทั่งช่วงกลางดึกตนเองอาบน้ำก็พบว่าขณะแปลงฟันอยู่น้ำในปากได้ไหลออกจากทางขอบปากคล้ายปากตนเองปิดไม่สนิทจึงส่องกระจกก็พบว่าปากเบี้ยวไปทางมุมด้านขวาจนผิดรูปร่าง กระทั่งช่วงเวลานอนตนเองหลับตาก็พบว่าตาด้านซ้ายปิดไม่สนิท จึงแจ้งแม่แล้วเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง จนเช้าวันที่ 9 ส.ค. ได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูผู้ก่อเหตุ

dsc_0615

นางปราณีย์ จอดสันเทียะ มารดา เผยว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวตนเองมีใบหน้าปกติรูปร่างหน้าตาดี ตั้งแต่โดนครูใช้แก้วเหวี่ยงใส่ทำให้หน้าตาเสียโฉม หลังเกิดเหตุได้พาลูกไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.ใน จ.นครราชสีมา หลายแห่งแต่ก็ไม่หายเพราะเส้นประสาทส่วนที่ 7 บวมได้รับความกระทบกระเทือน กระทั่งมีแพทย์คนหนึ่งแนะนำให้มาทำการรักษาที่รพ.รามา ค่าใช้จ่ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท จึงได้มีการพูดคุยกับ ผอ.โรงเรียน เพื่อให้ดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่กับยอมจ่ายเพียง 80,000 บาท และให้ไปรักษากันเอาเอง ซึ่งตนเองก็ไม่มีเงินอยู่แล้ว เหตุการณ์เกิดขึ้นผู้เป็นครูก็ไม่สมควรกระทำ แถมท้ายเรื่องคดีความก็เงียบหาย ตนเองจึงมาร้องต่อสื่อมวลชนเพื่อขอให้กระทรวงศึกษาธิการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและดำเนินการให้ถึงที่สุดกับครูที่ก่อเหตุ ทั้งนี้ตนเองอยู่ระหว่างประสานไปทาง มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรีเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งในวันนี้ตนเองและครอบครัวได้พากันนำลูกสาวเข้ารับการรักษาตัวเพื่อตรวจหาแนวทางการรักษาที่ รพ.รามา ก่อน

 

MThai News

—————————————————————————————————————————

วอนช่วย ! นักเรียนหญิง ถูกครูปาแก้วกาแฟใส่ ทำปากเบี้ยว-หน้าผิดรูป ต้องผ่าตัด 3-4 แสน ทางโรงเรียนกับคุณครู เสนอ 8 หมื่น อยากได้มากกว่านี้ให้ไปฟ้องเอา

วันนี้ (13 ก.ย. 59) มีรายงานว่า นักเรียนหญิงจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความให้ช่วยแชร์เรื่องราวของตน เพื่อให้ได้รับความยุติธรรม ผ่านกลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง เนื่องจากตนถูกคุณครูปาแก้วกาแฟใส่ โดนบริเวณกกหูข้างซ้าย ทำให้กล้ามเนื้อบวมทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ปากและใบหน้าผิดรูป รักษามา 1 เดือนแล้วก็ยังไม่หาย ซึ่งคุณหมอได้บอกว่า เส้นประสาทตาเริ่มเสื่อมสภาพลง หากภายใน 3 เดือน อาการไม่ดีขึ้น ต้องเข้ารับการผ่าตัด มีค่าใช้จ่าย 3-4 แสนบาท แต่ทางโรงเรียนกับคุณครูผู้ก่อเหตุ เสนอให้ 8 หมื่นบาท ที่เหลือจ่ายเอง ถ้าอยากได้มากกว่านี้ ให้ไปฟ้องเอา

ทั้งนี้ หลังจากน้องนักเรียนหญิง ได้โพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์ ชาวโคราชต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยแนะนำให้เอาเรื่องคุณครูในถึงที่สุด พร้อมช่วยกันแชร์เรื่องราวของน้อง และให้กำลังใจน้องให้หายเป็นปกติโดยเร็ว

12

9

10

 

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง