สาวโพสต์คาดเหตุ พม่าปะทะDKBAชายแดน เป็นเรื่องไล่ที่สร้างเขื่อน

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน แถลงขอ กฟผ. -รัฐบาลไทยยุติโครงการสร้างเขื่อนฮัตจี หลังคาดเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างกองทัพพม่าและกะเหรี่ยง DKBA  จนชาวบ้านต้องอพยพหนีตายจำนวนมาก

วันนี้ (16 ก.ย. 59) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Pai Deetes” ได้โพสต์ข้อความเป็นห่วงหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างหนักของกองทัพพม่า/BGF และกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA ที่บริเวณชายแดน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านจำนวนกว่า 3,000 อพยพหนีตายจากเหตุดังกล่าว อาจเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือกันระหว่าง กฟผ. และรัฐบาลพม่า เพื่อดำเนินการสร้างเขื่อนฮัตจี Hat Gyi Dam บนแม่น้ำสาละวิน Salween/Thanlwin  เพื่อตั้งไฟฟ้าพลังน้ำใช่หรือไม่

ทหารพม่า, กะเหรี่ยง DKBA , เขื่อนฮัตจี, แม่น้ำสาละวิน

โดยเธอระบุว่า 2-3 วันนี้ทางชายแดนที่ท่าสองยาง จ.ตาก น่าเป็นห่วงมากๆ เพราะกองทัพพม่า/BGF กำลังยำใหญ่กับกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นหนีตายกันแล้วอย่างน้อย 3,000 คน ที่น่าสนใจคือรายงานจากพื้นที่บอกว่านี่อาจเป็นการเคลียร์พื้นที่ ให้พม่า และให้ได้สร้างเขื่อนฮัตจี Hat Gyi Dam บนแม่น้ำสาละวิน Salween/Thanlwin ที่ชะลอมานานเพราะผู้สร้างเขื่อนเองก็เข้าพื้นที่ไม่ได้

เลยย้อนกลับไปอ่านข่าวปลายเดือนสิงหา “แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยประชาชาติธุรกิจว่ารัฐบาลต้องการให้ทบทวนความร่วมมือด้านพลังงานกับประเทศเมียนมา โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัตจี บริเวณรัฐกะเหรี่ยง ที่อยู่ห่างจากชายแดนเมียนมาที่บ้านสบเมย

..ยืนยันที่จะร่วมกันพัฒนาโครงการ โดยจากนี้ฝ่ายเมียนมาจะต้องไปบริหารจัดการทำความเข้าใจกับชนกลุ่มน้อยที่ยังมีการสู้รบในพื้นที่ให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้น บริษัท กฟผ.ในฐานะผู้ลงทุนพัฒนาจะลงพื้นที่สำรวจเชิงลึก เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบทางวิศวกรรมต่อไป”

อยากรู้จริงๆ ไอ้ที่ว่าให้พม่าไป “จัดการ ทำความเข้าใจกับชนกลุ่มน้อยที่ยังมีการสู้รบในพื้นที่ให้แล้วเสร็จ” เนี่ย มันแปลว่าไอ้ที่ไล่ล่าฆ่าถอนรากถอนโคนกันอยู่ในเวลานี้รึเปล่า เป็นห่วงจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม http://www.komchadluek.net/news/regional/242151

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1472365092

แถลงการณ์ เรียกร้องให้กฟผ.และรัฐบาลไทยยุติโครงการเขื่อนฮัตจีบนแม่น้ำสาละวินทันที เพื่อหยุดการละเมิดสิทธิมนุษยนชน-สงครามในรัฐกะเหรี่ยง

15 กันยายน 2559

ตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่าขณะนี้ได้เกิดการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA และกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF ที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพพม่า ในรัฐกะเหรี่ยง เขตแม่ตะวอ ตรงข้ามแม่น้ำเมยที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และห่างจากบ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพียงไม่กี่สิบกิโมเมตร

ทหารพม่า, กะเหรี่ยง DKBA , เขื่อนฮัตจี, แม่น้ำสาละวิน

ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพหนีภัยสงครามแล้วกว่า 3,000 คน มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าการสู้รบดังกล่าวนี้มีความเกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อนฮัตจี (Hat Gyi Dam) บนแม่น้ำสาละวิน ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พยายามผลักดันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

พื้นที่หัวงานเขื่อนฮัตจี (กำลังผลิตติดตั้ง1,360 เมกะวัตต์) อยู่ในรัฐกะเหรี่ยงไม่ไกลจากชายแดนไทย อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้งทางการเมือง มีการสู้รบระหว่างกองกำลังต่างๆ ทำให้ประชาชนในเขตนี้ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ส่วนใหญ่ได้หนีภัยความตายมาอาศัยยังชายแดนไทยจำนวนหลายหมื่นคน จนปัจจุบันมีจำนวนมากที่ยังอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวใน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ไม่สามารถคืนสู่ถิ่นฐานได้

แม้กระทั่งผู้พัฒนาโครงการเองในช่วงหลายปีมานี้ก็ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่โครงการได้เนื่องจากการสู้รบ และล่าสุดคือการเข้ามาในพื้นที่ของกองทัพพม่าที่ปูทางให้เข้ามาโดยกองกำลัง BGF แสดงให้เห็นว่าเกิดการเพิ่มของทหาร (militarization) อย่างชัดเจน และเกี่ยวข้องกับการ “เคลียร์” พื้นที่รอบๆ โครงการเขื่อนฮัตจี

มีรายงานจากในพื้นที่ระบุว่านับตั้งแต่มีการสู้รบครั้งนี้ มีทหารเสียชีวิตแล้ว 60 คน และได้รับบาดเจ็บ 174 นาย ซึ่งโรงพยาบาลในเขตเมืองกอกาเร็ก และเมืองพะอัน ได้รายงานว่าทางโรงพยาบาลมีผู้ป่วยเต็มอัตตรา ขณะเดียวกันในเขตเมืองเมียนจีหงู่ มีข้อมูลแจ้งว่าทหารกองทัพพม่าเริ่มจับชาวบ้านในพื้นที่ให้เป็นลูกหาบ และมีการใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ในการเดินนำกำลังทหารพม่า

การลงทุนของประเทศไทยในพม่าครั้งนี้ กำลังจะเป็นการสร้างตราบาปครั้งใหญ่ให้แก่ประเทศไทย เพราะการร่วมลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนฮัตจีบนแม่น้ำสาละวิน มูลค่าการลงทุนราว 100,000 ล้านบาท จะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่าอย่างรุนแรงและกว้างขวาง และขณะนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็กำลังตรวจสอบกรณีดังกล่าวอยู่

การนำกองกำลังทหารเข้าควบคุมพื้นที่เตรียมก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นการขัดขวางกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งขณะนี้กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การที่รัฐบาลไทยและ กฟผ. เดินหน้าผลักดันโครงการ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสงคราม อันละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าวนี้

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำสาละวินขอเรียกร้องให้กฟผ. และรัฐบาลไทย ยกเลิกโครงการเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินทันที ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสนับสนุนสงครามในรัฐกะเหรี่ยง และหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน

Photo: KRW

ข้อมูลข่าวจาก Pai Deetes

ข่าวที่เกี่ยวข้อง