แฉกลโกง มิจฉาชีพแฮกเฟซเป็นเพื่อน-คนใกล้ชิด ทักแชทหลอกเอาเงิน

ถือเป็นพิษจากโลกออนไลน์ กรณีที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วน ได้นำเอาบันทึกบทสนทนาลวง ของมิชฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นเพื่อน พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ คนรู้จัก พร้อมทักแชทหลอกให้โอนเงินไปให้

ปัจจุบันโลกโซเชียลเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์อย่างมาก ทุกคนสามารถเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่งของ ‘สังคมออนไลน์’ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อ พูดคุย กันได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วทั้งใจแค่ปลายนิ้ว แต่เมื่อโลกออนไลน์อยู่ในมือของมิจฉาชีพ ที่อาจกลายเป็น ‘ดาบสองคม’ เพื่อใช้หลอกลวงผู้อื่น ให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ของผู้เสียหาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลลวงจากการเจาะบัญชีเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย พร้อมทั้งทักแชทไปหลอกให้โอนเงินมาให้ และมีเหยื่อที่หลงเชื่อ เสียทรัพย์ให้มิจฉาชีพเหล่านี้ไปแล้วหลายราย

1236666

ก่อนหน้านี้มีผู้ออกมาเปิดโปงขบวนการในลักษณะดังกล่าวหลายครั้งพอสมควร โดยขั้นตอนในการหลอกลวงเหยื่อเริ่มจาก…

ขั้นตอนที่ 1 : มิจฉาชีพจะทำการแฮกเฟซบุ๊ก หรือช่องทางทางออนไลน์อื่น ๆ ของเหยื่อรายที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กตัวจริง โดยการ ทักแชทเฟซบุ๊ก มาบอกว่า จะรีเซ็ตเฟซบุ๊ก แต่ดันส่งรหัสผ่านไปที่มือถือของเหยื่อรายที่ 1 ให้เหยื่อรายที่ 1 บอกรหัสผ่านมาหน่อย หากเหยื่อหลงเชื่อ มิจฉาชีพก็จะทำการ Log in เข้าไปยังบัญชีของเหยื่อรายที่ 1 พร้อมทั้งเปลี่ยนรหัสผ่าน ให้เหยื่อไม่สามารถเข้ามาแก้ไขอะไรได้

ขั้นตอนที่ 2 : มิจฉาชีพสบโอกาส ทักแชทเพื่อนในเฟซบุ๊กของเหยื่อรายที่ 1 อ้างถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินต่าง ๆ นานา จนเหยื่อรายต่อไปหลงเชื่อ โอนเงินผ่านทางช่องทางออนไลน์ หากแม้เจ้าของเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นเหยื่อรายที่ 1 สามารถกู้บัญชีของตัวเองมาได้ แต่อาจสายเกินไป เพราะอาจมีเหยื่อหลงเชื่อ ไปแล้วหลายรายก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่ไปตามเอาผิดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ทักมาถามรหัสกับเหยื่อรายที่ 1 ตั้งแต่ขั้นตอนแรก คำตอบคือ เฟซบุ๊กนั้น ๆ ก็เป็นบัญชีเฟซบุ๊กที่ตกเป็นเหยื่อ ถูกแฮกมาอีกทอดเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า มิจฉาชีพใช้ช่องทางในโลกโซเชียล ลงมือเป็นทอดแบบ ‘ลูกโซ่’

Computer hacker
แฮกเกอร์ เจาะข้อมูลผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว ได้มีการสอบถามไปยังหนึ่งในเหยื่อผู้ถูกหลอก แต่เคราะห์ดีที่ผู้เสียหาย สามารถรู้เท่าทันกลลวงดังกล่าว และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทัน เพราะก่อนหน้านี้ มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายราย นำเอากลลวงดังกล่าวมาแฉแล้วหลายครั้ง

โดยลูกสาวของผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ‘พอดี มีเพื่อนแม่โทรมาบอกว่า สงสัยว่าเฟซบุ๊กคงโดนแฮกแล้ว เพราะว่า เค้าใช้เฟซบุ๊ก แม่ไปขอยืมเงินคนที่เป็นเพื่อน (ในเฟสแม่) ทุกคนเลยคนละ 5,000 โดยบอกว่า ให้ไปซื้อบัตร ทรูมันมี่แล้วบอกรหัสมา ซึ่งตัวลูกสาวของผู้เสียหายรายนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้เป็นแม่ซึ่งถูกเจาะบัญชีในขณะนั้นก็ได้รับข้อความลวงให้โอนเงินเช่นเดียวกัน จึงทำทีเป็นคุยกับมิจฉาชีพรายนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงโรงพักเพื่อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่โดยในกรณีดังกล่าวไม่แน่ชัดว่า เหล่ามิจฉาชีพ ทำการเจาะบัญชีผู้เสียหายอย่างไร

page

โดยเนื้อหาที่แฮกเกอร์พิมพ์ในบทสนทนานั้น คือพยายามล่อหลอกให้เพื่อนในเฟซบุ๊กของเหยื่อไปซื้อบัตรทรูมันนี่ และบอกรหัส พร้อมทั้งใช้คำพูดเร่งเร้า ส่วนสาเหตุที่มิจฉาชีพไม่ให้เหยื่อโอนเงินไปให้ เพราะผู้เสียหาย อาจสามารถแกะรอยเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ และนำไปสู่การจับกุมได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัย หรือข้อควรระวัง ที่อาจทำให้เกิดการเจาะบัญชีเฟซบุ๊กได้คือ การระบุเบอร์โทรศัพท์ลงในช่องทางต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ เพราะเบอร์โทรศัพท์ เป็นกุญแจในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพที่ได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้รายนั้นไป สามารถนำมากล่าวอ้าง ล่อลวง ผู้เสียหาย ให้บอกรหัสที่ส่งไปยังโทรศัพท์ของผู้เสียหายได้ ส่วนผู้ใดที่มีใครเข้ามาทักแชทด้วยคำพูดแปลก ๆ หรือเข้ามาคุยในเชิงขอหยิบยืมเงิน ควรจะระมัดระวัง หรือควรโทรเช็คกับเจ้าของเฟซบุ๊กก่อนว่า ใช่คนที่เข้ามาพูดคุยด้วยจริง หรือไม่ เพื่อป้องการการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้

กระนั้น ในโลกออนไลน์ที่หลายคนใช้เทคโนโลยี ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตผู้คนอย่างมาก ในบางครั้งเหล่ามิจฉาชีพอาจแทรกซึมเข้ามาจากช่องว่างในระบบความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ดังนั้นเราควรจะต้องใช้สื่อโซเชียลอย่างรู้เท่าทัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อผู้ไม่ประสงค์ดีเหล่านี้…

 

MThai News

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง