‘เด็กตีกัน’ เพราะรักสถาบันหรือ…ค่านิยมผิดๆ!?

ช่วงเปิดเทอมของเหล่านักเรียน นักศึกษาทีไร… ก็มักจะมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี และสื่อออนไลน์ กรณีพวกนักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน ไล่ยิงกัน ไม่เว้นแต่ละวัน เรียกได้ว่า ‘เปิดเทอมเมื่อไหร่…ตีกันทุกที‘ ประหนึ่งเหมือนเป็นวันประกาศ ‘สงคราม

ปัญหาดังกล่าว… พลอยเดือดร้อนชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ต้องมาตกเป็นเหยื่อ และเดือดร้อนเจ็บตัวฟรี บางรายถึงขั้นเสียชีวิต เพราะการกระทำที่ขาดสติยั้งคิดของพวกนักเรียนนักเลงกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆ ที่เหมือนสังคมไทยต้องก้มหน้ายอมรับว่าเป็นสิ่งที่แก้ได้ยากนัก

13344795_1025816290834853_5509959235259843180_n
ภาพประกอบเนื้อหา

จนนึกสงสัยว่าแท้จริงแล้ว สาเหตุที่เด็กเหล่านี้ยกพวกตีกัน ‘เพราะรักสถาบัน หรือ…ค่านิยมผิดๆ‘ หากมองในประเด็นเรื่องความรัก ‘สถาบันศึกษา’ เชื่อว่านักเรียน นักศึกษาทุกคน ต้องมีความรักและหวงแหนในสถาบันนั้นๆอยู่แล้ว แต่มันถึงขนาดต้องไปไล่ตี ไล่ฟัน แลกกันด้วยชีวิต กันเลยเชียวหรือ…!?

อีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญคือ ‘ค่านิยม’ การปลูกฝัง หรือการถ่ายข้อมูลผิดๆ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง โดยเฉพาะรุ่นพี่บางกลุ่มที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก รวมถึงเพื่อนในกลุ่มที่ต่างปลุกเร้า ในการร่วมอุดมการณ์เดียวกันคือ ‘ต่างสถาบันคือ…ศัตรู‘ ทั้งนี้ปัจจัยหลายๆอย่าง เข้าไปครอบงำความคิดของเด็กรุ่นใหม่ๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายสิบปีแล้ว

โดยในแต่ละครั้งที่มีเหตุการณ์นักเรียนตีกัน ก็จะมีผู้บริสุทธิ์ตกเป็น ‘เหยื่อ‘ ในการรบราฆ่าฟัน เมื่อกลุ่มนักเรียนนักเลงตีกันเสร็จ ก็จะทิ้งคราบน้ำตาของที่ผู้ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ เพียงเพราะความคึกคะนอง และอารมณ์ชั่ววูบ

เช่นเดียวกันเหตุการณ์เมื่อปี 2553 มีนักเรียนช่างกลขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงคู่อริต่างสถาบัน บนรถเมล์สาย 113 บริเวณปาก ซ.รามคำแหง 164 ถนนรามคำแหง ก่อนจะชักปืนยิงถล่มเข้าใส่รถเมล์ ผลคือกระสุนพลาดไปถูกเด็กชาย ป.3 โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ เสียชีวิต

อีกหนึ่งเหตุการณ์เมื่อปี 2555 กลุ่มเด็กช่างกลไล่ยิงอริต่างสถาบันบนรถเมล์สาย 59 จนทำให้นักเรียนช่างกลปี 1 ไทยวิจิตรศิลป์ เสียชีวิต และคมกระสุนยังพุ่งไปถูกผู้โดยสารวัย 48 ปี ที่นั่งอยู่บนรถเสียชีวิตคาที่

และล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2559 มีนักเรียนตีกันมี ที่บริเวณสะพานลอยหน้าห้างเมเจอร์รังสิต ฝั่งตะวันตก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งในเหตุการณ์นั้นมีกลุ่มนักเรียนหลายสิบคนวิ่งกรูขึ้นไปไล่ฟันอริต่างสถาบันจนนอนจมกองเลือด

ยังไม่นับรวมอีกหลายเหตุการณ์ ของกลุ่มนักเรียนนักเลงที่มีการกระทำที่อุกอาจ และโหดเหี้ยม อย่างไรก็ตามในแต่ละครั้งที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงที่มาจากกลุ่มนักเรียนนักเลงเหล่านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะวางแผน และคลอดมาตรการในการป้องกันปราบปรามปัญหาดังกล่าว ซึ่งถ้าเรื่องเงียบไป สังคมไม่ให้ความสนใจ ปัญหาเด็กตีกันก็จะเงียบหายไปสักระยะหนึ่ง แล้วก็จะกลับมาใหม่เป็นวังวนเดิมๆ

ซึ่งถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยสอดส่องดูแล รวมถึงสถาบันศึกษาที่ช่วยสกรีนเด็กนักเรียนในเรื่องของการพกพาอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธมีด ปืน ระเบิด ฯลฯ เมื่อยึดไปแล้วเด็กนักเรียนเหล่านี้ก็จะพยายามหาอาวุธมาอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งอาวุธปืนที่ยังหาซื้อได้ง่าย เพียงเพราะเหตุผลเพื่อไว้ป้องกันตัว

แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นนักเรียนนักเลงทุกคน เพราะอย่าลืมว่ามีนักเรียน นักศึกษาอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องเข้าไปศึกษาในสถาบันที่เสี่ยงต่อการมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับสถาบันอื่นๆ เพียงเพราะพวกเขาต้องการเข้ามาศึกษาหาความรู้ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ และทำงานที่ตนเองชอบและถนัด

ทั้งนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวถึงมาตรการป้องกันปราบปราม และบทลงโทษ ภายหลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุนักเรียนยกพวกตีกันหลายพื้นที่

โดยระบุว่า ปัจจุบันการลงโทษถ้าเป็นเด็กและเยาวชน ก็มีตัวกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนต่างหาก ซึ่งจะดำเนินการจำคุกเลยไม่ได้ ต้องนำตัวเข้าปรับพฤติกรรมที่บ้านคุมประพฤติเด็กและเยาวชนในที่ต่างๆ และควรเคารพกฎหมาย อีกทั้งเจ้าหน้าหน้าที่ต้องปฎิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตามควรมีการอบรมเด็กและเยาวชน ที่สุ่มเสี่ยงต่อการไปก่อเหตุยกพวกตีกัน พร้อมปลูกฝังความคิดที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน ให้รู้ถึงผลกระทบของการก่อเหตุยกพวกตีกัน ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน เหมือนดั่งเช่นการผูกปมที่นับวันยิ่งแน่นขึ้น แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ปลูกฝังสิ่งดีๆให้กับเยาวชน รวมถึงสิทธิการศึกษาที่เท่าเทียมกัน เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะค่อยๆ คลี่คลายและหมดไปจากสังคมไทย

ขอบคุณภาพประกอบจาก Dam Mayduza

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง