ย้อนรอย! โศกนาฏกรรมทางเครื่องบินในประเทศไทย

ช่วงนี้ข่าว ‘อุบัติเหตุทางเครื่องบิน‘ มีให้เห็นตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่องทั้งไทย และต่างประเทศ บางเหตุการณ์ส่งผลความเสียหายอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกคนได้แต่ภาวนาขออย่าให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็มีเหตุประตูเครื่องบินตกจากท้องฟ้าลงมากลางป่าหน้าวัดพระธาตุดอยหัวฝาย ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก ต่อมามีทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ได้เข้ามาตรวจสอบ และนำไปเก็บรักษาที่หน่วย

1450064843
ภาพประกอบเนื้อหา

ต่อมาพบว่ามีเครื่องบินเล็กลำหนึ่งจอดอยู่โดยไม่มีประตู ใช้ผ้าพลาสติกคลุม เป็นเครื่องบินพลเรือนหมายเลขHS-ITD แบบ B 350 ของบริษัท Thai Flying Services โดยประตูดังกล่าวหลุดจากตัวเครื่องขณะบินขึ้นจากท่าอากาศยานแม่สอด ปลายทางสนามบินดอนเมือง โชคดีในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

หากพูดถึงเรื่องโศกนาฏกรรมทางเครื่องบินที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย วันนี้ทาง MThai News ขออนุญาตหยิบยกเหตุการณ์เครื่องบินตกมาให้ ผู้อ่านได้ย้อนรำลึกกันอีกครั้งหนึ่ง

เหตุการณ์แรก เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ปี 2541 เครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ 261 (TG261) นำผู้โดยสารบินจากกรุงเทพมหานครไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยเครื่องบินแอร์บัส เอ 310-300 ทะเบียน HS-TIA

มีผู้โดยสาร 146 คน ซึ่งออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เวลา 11.40 น. ตามเวลามาตรฐาน เมื่อเครื่องบินเริ่มลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี สภาพอากาศมีฝนตกหนักและทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีพายุดีเปรสชัน “จิล” นักบินพยายามนำเครื่องลงจอดถึง 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ

และในครั้งที่ 3 เครื่องยนต์เกิดชะงัก ทำให้เครื่องบินตกกระแทกพื้น เครื่องเสียหลัก ก่อนจะพุ่งตกลงไปในป่ายาง ห่างออกไป 2 ไมล์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของท่าอากาศยาน เหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวิต 101 คน และได้รับบาดเจ็บ 45 ซึ่งในเหตุการณ์นั้นมีบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยสารไปด้วย และเสียชีวิตหลายคน โดยมี เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ดารานักร้องชื่อดัง ที่รอดชีวิตอย่างปาฏิหารย์

เหตุการณ์ที่ 2 เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ปี 2550 เป็นเครื่องบินของสายการบิน วัน-ทู-โก แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 269 นำผู้โดยสารบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองไปยัง จ.ภูเก็ต มีผู้โดยสาร 123 คน โดยช่วงเกิดเหตุ เป็นช่วงขณะการร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

แต่เกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อเครื่องบินได้ไถลออกนอกรันเวย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 90 ราย มีผู้บาดเจ็บ 41 ราย และลูกเรือรอดชีวิต 2 ราย จาก 5 ราย

อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ปี 2552 เวลาประมาณ 14.15 น. เป็นเครื่องบินสายบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG-266 นำผู้โดยสารบินจากกระบี่ไปยังเกาะสมุย ด้วยเครื่องบินเอทีอาร์ 72 ขนาด 75 ที่นั่ง มีผู้โดยสาร 68 คน ลูกเรือ 4 คน ขณะเครื่องบินกำลังร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานสมุย

ซึ่งในขณะนั้น ทัศนวิสัยไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากมีฝนตก ส่งผลให้รันเวย์ลื่น และลมกระโชกแรง เครื่องได้ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ไปชนกับอาคารหอบังคับการบินหลังเก่า ที่ปัจจุบันใช้เป็นอาคารเก็บอุปกรณ์ดับเพลิง ส่งผลทำให้นักบินเสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น 7 คน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

และเหตุการณ์ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ถือได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางเครื่องบินที่รุนแรงที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ปี 2534 เวลาประมาณ 23:10 น. เที่ยวบินที่ NG004 ซึ่งบินมาจากท่าอากาศยานไคตั๊ก จากฮ่องกง ได้ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง มุ่งสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเวียนนา ด้วยเครื่องบิน Boeing B-767-3Z9ER ทะเบียน OE-LAV ชื่อเครื่องบิน โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท มีผู้โดยสาร 213 คน และลูกเรือ 10 คน

ต่อมาเวลา 23.22 น. กัปตันเครื่องบิน 2 คน ได้รับสัญญาณภาพเตือนว่ามีความผิดพลาดทางระบบที่อาจทำให้ระบบผันกลับแรงขับ หรือ Thrust Reverser ซึ่งเป็นระบบที่เปลี่ยนไอพ่นไปในทางตรงกันข้าม เพื่อใช้เป็นแรงในการชะลอความเร็วของเครื่องบิน

ซึ่งในเหตุการณ์นั้นมีสัญญาณเตือนมาจากเครื่องยนต์หมายเลข 1 ขณะบิน โดยนักบินทั้ง 2 คนได้ลงความเห็น และสรุปพ้องต้องกันว่า สัญญาณเตือนนั้นเป็นเพียงเหตุการณ์ปกติและไม่ได้จัดการใด ๆ กับสัญญาณเตือน

ต่อมาเวลา 23.31 น. ระบบผลักดันแรงขับที่เครื่องยนต์หมายเลข 1 ทำงานระหว่างที่เครื่องบินอยู่เหนือพื้นที่ป่าและภูเขาบริเวณรอยต่อระหว่าง จ.อุทัยธานี และ จ.สุพรรณบุรี

จนทำให้เครื่องบินสูญเสียแรงยกและฉีกออกเป็นส่วนๆ กลางอากาศที่ระดับความสูง 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ต่อมา ซากเครื่องบินถูกพบในบริเวณซึ่งปัจจุบันเป็นอุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี และเป็นเหตุการ์ที่เศร้าสลดใจอย่างมาก เนื่องจากไม่มีผู้โดยสารและลูกเรือคนใดรอดชีวิต

เหตุการณ์ที่หยิบยกมานั้น เป็นแค่เหตุการณ์บางส่วนเท่านั้นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ยังไม่รวมถึงอุบัติเหตุทางเครื่องบินในต่างประเทศ ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถค้นหากล่องดำได้ ซึ่งพบเพียงชิ้นส่วนของเครื่องบินเท่านั้น

ก็ต้องกลับมาคิดทบทวนดูว่า จะมีการวางมาตรฐานอุตสาหกรรมบิน และความเข้มงวดในการตรวจสอบอย่างไร ทั้งเรื่องมาตรฐานของเครื่องบิน อายุการใช้งานและอุปกรณ์ในส่วนต่างๆ หรือแม้กระทั่งความชำนาญการในการขับเครื่องบินของนักบิน ชั่วโมงการ ฯลฯ รวมถึงปัจจัยหลายๆ อย่างที่เกี่ยว เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของสายการบินนั้นๆ

ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งหากมองข้ามจุดเล็กๆไป จนปล่อยให้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายภาคหน้า มันก็ไม่ต่างอะไรกับทิ้งให้ผู้โดยสารต้องมา ‘แขวนชีวิต…ไว้บนเส้นด้าย…!??

ข้อมูลประกอบจาก Wiki

ติดตามข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง