ผวา ! ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง กลืน5เกาะ ในหมู่เกาะโซโลมอน สาบสูญจากแผนที่โลก

ผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นได้ท่วมเกาะเล็กๆ 5 แห่งในมหาสมุทรแปซิฟิก จนหายไปจากแผนที่โลก..

วานนี้ (10 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการศึกษา ของทีมนักวิจัยชาวออสเตรเลีย ที่ระบุว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกาะเล็กๆ 5 แห่ง บริเวณหมู่เกาะโซโลมอน ในมหาสมุทรแปซิฟิก หายสาบสูญไปจากแผนที่โลก พร้อมกันนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใน 6 เกาะถูกบังคับให้อพยพออกจากพื้นที่ และย้ายขึ้นไปตั้งถิ่นฐานกันในพื้นที่ที่สูงขึ้น หลังจากน้ำทะเลกัดเซาะทำให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกทำลาย

Boys of Solomon Islands
หมูเกาะโซโลมอน

 

ทีมนักวิจัยชาวออสเตรเลียเปิดเผยผลการศึกษาของพวกเขาลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ‘Environmental Research Letters’ในเดือนพฤษภาคม จากการตรวจสอบเกาะ 33 แห่งโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายจากดาวเทียม ตั้งแต่ ค.ศ. 1947-2014 โดยจากการศึกษาพบว่า หมู่เกาะโซโลมอนมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นราว 10 มิลลิเมตรในทุก ๆ ปี ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

ทีมนักวิจัยระบุว่า นี่เป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรก ที่ระบุถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก มีการเน้นย้ำถึงสาเหตุที่น้ำทะเลเอ่อล้นเข้าท่วมเกาะ ว่าไม่ได้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเป็นอย่างเดียว พวกเขาพบว่าการถดถอยขอบชายฝั่งมากเป็นพิเศษในพื้นที่ที่เผชิญกับคลื่นแรง จึงเกิดจากปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน

ผลกระทบดังกล่าว เกิดจากสภาพอากาศบนชายฝั่งที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเกาะที่หายไปทั้ง 5 เกาะเป็นเกาะปะการังไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ ขนาดราว 30 ไร่ ชาวประมงท้องถิ่นอาจเข้ามาใช้เป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม หมู่เกาะโซโลมอน มีเกาะอยู่นับร้อยเกาะและมีประชากรอาศัยอยู่ราว 640,000 ซึ่งที่ผ่านมา มีการหยิบยกปัญหาภัยพิบัติแห่งชาติขึ้นมาพูดถึง ซึ่งโซโลมอน เป็นหนึ่งใน 175 ประเทศ ที่ร่วมลงนามกับ global agreement reached เพื่อลดความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ

 

ที่มา  theglobeandmail

ข่าวที่เกี่ยวข้อง