อียู ปฏิเสธทำ “ตลาดเดียว” กับอังกฤษ

สหภาพยุโรป หรือ อียู ปฏิเสธทำ “ตลาดเดียว” กับอังกฤษ

สหภาพยุโรป หรืออียู หวังว่าอังกฤษ จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดซึ่งกันและกัน แต่จะไม่มีการทำตลาดเดียวร่วมกัน และจะไม่มีการเจรจาใด ๆ กับอังกฤษ เกี่ยวกับการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียู จนกว่ารัฐบาลอังกฤษ จะแจ้งความจำนงถอนตัวออกจากอังกฤษอย่างเป็นทางการ โดยนายชอง ครอส จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาปฏิรูปสถาบัน หรือแก้ไขสนธิสัญญาใด ๆ

ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29


 

สกอตแลนด์และยิบรอลตาร์ หารือ ขออยู่เป็นส่วนหนึ่งกับ สหภาพยุโรปต่อไป หลังจากอังกฤษ ลงประชามติขอแยกตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผู้นำแคว้นสกอตแลนด์และยิบรอลตาร์ หารือกันวานนี้ (28 มิ.ย.) เพื่อหาทาอยู่ร่วมกับสหภาพยุโรป หรือ อียู ต่อ หลังจากที่สหราชอาณาจักรลงประชามติ ออกจากกลุ่มดังกล่าว

ยิบรอลตาร์ เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรมานานกว่า 300 ปี แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในดินแดนซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของสเปนแห่งนี้กลับลงคะแนน หนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่ในกลุ่มอียูต่อไป พร้อมกันนี้สกอตแลนด์ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ในแคว้นแห่งนี้ ลงคะแนนหนุนการอยู่ร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ว่าฟาเบียน ปิการ์โด ผู้นำรัฐบาลยิบรอลตาร์ได้หารือเรื่องนี้กับนิโคลา สเตอร์เจียน ผู้นำแคว้นสกอตแลนด์แล้วถึงความเป็นไปได้ ผลดี และผลเสีย หลังจากที่ดินแดนทั้งสองแห่งจะยังคงขอเป็นส่วนหนึ่งกับอียูต่อไป


เกิดความกังวลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลัง สหภาพยุโรป ประกาศเตือนอังกฤษว่า หากเลือกแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่ภาษาทางราชการของกลุ่มอีกต่อไป

วานนี้ (27 มิ.ย.) คณะสมาชิกของ European Parliament’s Constitutional Affairs Committee หรือ AFCO ได้ออกประกาศเตือนประเทศอังกฤษว่า หากอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่ภาษาราชการของสหภาพยุโรปอีกต่อไป

 เดิมทีสหราชอาณาจักรยื่นภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการของประเทศตนเองอยู่เพียงประเทศเดียว การถอนตัวออกจึงทำให้ภาษาอังกฤษถูกปลดจากการเป็นภาษาทางการของสหภาพยุโรปไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม หากคำเตือนดังกล่าวเป็นความจริง อาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรปหลายประเทศ ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤศเป็นภาษาราชการ และพลเมืองในประเทศเหล่านี้บางส่วน ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้..

ที่มา thenewsnigeria.com.ng


IMF เวิลด์แบงก์ ติดตามสถานการณ์อังกฤษอย่างใกล้ชิด ด้านเว็บสภาล่างอังกฤษล่ม หลังชาวอังกฤษเข้าร้องเรียนให้มีการจัดทำประชามติขึ้นใหม่

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และ นายจิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลกคนใหม่ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้อังกฤษและอียู ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงหลังอังกฤษถอนตัวจากอียูเป็นไปอย่างราบรื่น โดยทาง IMF ระบุว่า ไอเอ็มเอฟ ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว และได้เตรียมพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิก IMF และธนาคารโลกแล้ว

708686-02

โดย นางลาการ์ด ระบุในแถลงการณ์ว่า ไอเอ็มเอฟ ได้เร่งรัดให้อังกฤษและอียูหารือในการใช้ความพยายามเพื่อประกันให้ทั้งสองปรับเข้าสู่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแบบใหม่อย่างราบรื่น โดยย้ำว่า ว่าไอเอ็มเอฟ สนับสนุนให้ธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางยุโรป ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาในการเสนอเงินทุนและลดความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งไอเอ็มเอฟจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกต่าง ๆ ในทุกเมื่อ

ด้านสำนักข่าว เทเลกราฟ รายงานเว็บไซต์สภาล่างของอังกฤษ ได้ล่มลงเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์จนถึงสาย ๆ (ตามเวลาประเทศไทย)เนื่องจากชาวอังกฤษเรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติขึ้นใหม่ เพราะมีความเคลือบแคลงข้อสงสัยหลายประเด็น

ที่มา innnews.co.th


นักการเมืองในเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสประกาศขอทำประชามติออกจากอียูตามอังกฤษ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นางมารีน ลู แปน หัวหน้าพรรคขวาจัด เรียกร้องให้ฝรั่งเศสจัดการประชามติเพื่อนำไปสู่การออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป หรือ อียู เช่นเดียวกับอังกฤษ ซึ้งจะอยู่หรือไปเป็นสิทธิ์ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งกล่าวถึงต้นเหตุของการว่างงาน เศรษฐกิจตกต่ำ และยังล้มเหลวในการป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายและผู้อพยพเข้ามาในภูมิภาคว่าเป็นเพราะอียู

 เคียดร์ วิลเดอร์
เคียดร์ วิลเดอร์

นอกจากนี้ เคียดร์ วิลเดอร์ หัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายขวาในเนเธอร์แลนด์ ออกมากล่าวว่าหากเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะจัดการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป

ขณะนี้ทั้งนางลูแปนและนายวิลเดอร์ กำลังได้รับความนิยมในหมู่ประชาชน และมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไป

ที่มา  aljazeera.com


รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี แถลงผลประชามติอังกฤษ แยกตัวออกจากอียู จะกระทบไปทั่วยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย เปาโล เจนติโลนี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ออกมากล่าวว่า การที่อังกฤษ ลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป จะทำให้ยุโรปเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อผลักดันอนาคตของอียูต่อไป

708478-01

โดย นายเจนติโลนี แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า ในทางการเมืองถือว่าเป็นภาวะที่ไม่อาจนิ่งเฉยได้ การตัดสินใจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอังกฤษ ซึ่งลงประชามติวันนี้ว่า ต้องการออกจากการเป็นสมาชิกอียู จะเป็นกระแสตื่นตัวในยุโรป ขณะที่ ตลาดการเงินทั่วโลกวันนี้ ดิ่งลงภายหลังทราบผลการลงประชามติในอังกฤษ นายเจนติโลนี กล่าวว่า ยุโรปมีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจงต่อพลเมืองยุโรปและตลาดเงิน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับสหภาพยุโรป


นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังทราบผลประชามติให้ออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป

นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ ระบุเคารพการตัดสินใจของประชาชน หลังผลประชามติ ระบุว่า ประชาชนต้องการออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป  หรือ อียู กว่า 52 % ซึ่งที่ผ่านมา คาเมรอน เป็นผู้ที่ยืนอยู่ทางฝั่ง ‘In’  หรือ ฝั่งที่ต้องการให้สหราชอาณาจักร ยังคงรวมอยู่กับอียู และเคยลั่นวาจาด้วยว่า ไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาเป็นเช่นไร เขาก็จะลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศเช่นเดียวกัน

เดวิด คาเมรอน
‘เดวิด คาเมรอน’ นายกอังกฤษ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

พรรคเอกราชสหราชอาณาจักร เรียกร้องให้ เดวิด คาเมรอน ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังผลการลงประชามติ กำหนดให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป

นายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรคเอกราชสหราชอาณาจักร หรือ ยูคิป แถลงที่สำนักงานพรรคในกรุงลอนดอน หลังผลการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศอย่างไม่เป็นทางการถูกเผยแพร่ออกมา สื่อและพรรคยูคิป เรียกร้องให้นายเดวิด คาเมรอน ลาออกจากตำแหน่งตามที่ได้พูดไว้

Leader of the United Kingdom Independence Party (UKIP), Nigel Farage (C) speaks during a press conference near the Houses of Parliament in central London on June 24, 2016. Britain has voted to leave the European Union by 51.9 percent to 48.1 percent, final results from all 382 of Britain's local counting centres showed on Friday. / AFP / GLYN KIRK (Photo credit should read GLYN KIRK/AFP/Getty Images)
อียู

ผลการลงประชามติจากประชาชนในสหราชอาณาจักรร้อยละ 52 หรือมากกว่า 14 ล้านเสียง ต้องการให้สหราชอาณาจักร ‘ออกจากการเป็นสมาชิกอียู’ ขณะที่คะแนนเสียงของฝ่ายสนับสนุนการให้อยู่ต่ออยู่ที่ราวร้อยละ 48 หรือ 13.2 ล้านเสียง

อย่างไรก็ตาม ฟาราจ กล่าวว่าผลการลงประชามติครั้งนี้คือ “วันประกาศเอกราช” ของประชาชนในสหราชอาณาจักรอย่างแท้จริง และคือความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ หลังจากพยายามมา 2 ทศวรรษ ในการต่อสู้กับการหลอกลวงและการคอร์รัปชั่นของกลุ่มนายทุนในกรุงบรัสเซลส์


ผลประชามติได้ข้อสรุป 52% ให้ อังกฤษออกจาก EU

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการแล้ว โดยคะแนนโหวตให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป 52% ขณะที่อยู่ต่อไป 48%

559000006380703

ด้าน พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังทราบผลการทำประชามติของสหราชอาณาจักรที่ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู ว่าต้องแสดงความยินดี กับสหราชอาณาจักรที่การทำประชามติเป็นไปอย่างเรียบร้อย ส่วนจะเป็นผลกระทบต่ออังกฤษอย่างไรนั้น ไม่สามารถก้าวล่วงได้ เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ

แต่ผลกระทบที่จะเกิดกับไทยนั้นต้องระมัดระวัง เรื่องการค้าลงทุนด้านการเงินธนาคาร รวมถึงการค้าการลงทุนกับสหภาพยุโรป ซึ่งปริมาณการค้ามีนัยยะสำคัญ โดยไทยต้องปรับตัวและหารือข้อตกลงกันใหม่ ที่เป็นข้อผูกพันระหว่างในกรอบความร่วมมือของอียู

โดยถือเป็นความท้าทายของสหราชอาณาจักรในการแก้ปัญหา ซึ่งจะต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่เชื่อว่าความเข้มแข็งของสหราชอาณาจักรจะสามารถปรับตัวได้ เพราะที่ผ่านมามีการเตรียมความพร้อมระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามสหราชอาณาจักรถือเป็นคู่ค้าหลักของไทย โดยเป็นคู่ลงทุนอันดับ 2 ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปรองจากเยอรมัน โดยที่ผ่านมามูลค่าการค้าไทย – สหราชอาณาจักรสูงประมาณ 3 พันล้านยูโร ขณะที่มูลค่าการค้าไทย-อียู ประมาณ 2 หมื่นล้านยูโร

อย่างไรก็ดีแม้ผลโหวตจะออกมาให้ สหราชอาณาจักรออกจาก EU ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลทันที เพราะการลงประชามติไม่มีผลทางกฎหมาย แต่จะส่งต่อไป ส.ส. ไปลงมติกันในสภาอีก

และหากรัฐสภาลงมติยืนยันว่า “ออก” ก็ยังไม่ได้ออกทันที อังกฤษยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ของ EU ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี (โดยไม่มีสิทธิในการออกความเห็นกรณีมีร่างกฎหมายใหม่) ระหว่างนี้อังกฤษต้องเร่งเจรจาการค้ากับคู่ค้าทั้ง 27 ประเทศด้วย ซึ่งคาดว่าการเจรจาต้องใช้เวลาเกิน 2 ปีด้วยกัน

ข้อมูลข่าวบางส่วนจาก newsplus.co.th



เวลส์-สกอตแลนด์ แท็คทีมโหวต สหราชอาณาจักร ออกจาก EU

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานผลนับคะแนนลงประชามติ ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ล่าสุดอยู่ในช่วงนับคะแนนในโค้งสุดท้ายโดยมีการประกาศผลมาแล้ว 2 ประเทศ คือ สกอตแลนด์ ที่คะแนนเสียงโหวตออก เป็นฝ่ายชนะ ด้วย 1,661,191 คะแนน หรือ 67.2%

_88874927_ukeuflagsgetty

ในขณะที่เวลส์ โหวตออก เป็นฝ่ายชนะ ด้วยคะแนน 854,572 เสียง หรือ 71.7% เหลือเพียงอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ ที่กำลังรอผลจากเขตลงคะแนนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดเหลืออีก 57 เขต ที่กำลังทำการนับคะแนน โดยคะแนน “โหวตออก” อยู่ที่ 14,189,206 เสียง และคะแนน “โหวตอยู่ต่อ” อยู่ที่ 13,280,308 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งสิ้น 46,501,241 คน

ทั้งนี้หากสหราชอาณาจักร ออกจาก EU  จริง แม้จะทำให้ประเทศมีอิสระ แต่ก็จะส่งผลกระทบทำให้การส่งออกลดลง ราคาข้าวของจะแพงขึ้นและอาจเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการค้าขายกับประเทศส่วนอื่นๆ ของโลกจะเกิดอาการชะงักงันทันที อีกทั้งจะทำให้ผู้คนในประเทศอื่นๆ ในยุโรปอาจจะเริ่มต้องการให้มีการทำประชามติในเรื่องนี้บ้าง

ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อประเทศไทยนั้น นอกจากจะได้รับผลกระทบจากการลงทุนและค้าขายแล้ว ก็คงเป็นอัตราค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ และเงินบาทก็อาจอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และเงินเยนก็อาจแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับบาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลทางตรงต่อไทยคงไม่รุนแรงนัก ไม่ว่าจะสำหรับผู้ส่งออกรถยนต์ อาหารไก่แปรรูปหรือแผงวงจรไฟฟ้า และคาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น

ข้อมูลบางส่วนจาก INN


06.30 น. -การปิดหีบลงประชามติว่าชาวสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) จะคงอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไปหรือไม่

ขณะนี้ เริ่มมีการนับคะแนน ในหน่วยนับคะแนน  382 แห่งในอังกฤษ สก็อตแลนด์และเวลส์ รวมกับศูนย์นับคะแนน 1 แห่งในไอร์แลนด์เหนือและอีก 1 แห่งในเขตปกครองยิบรอลตาร์ ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษใกล้พรมแดนสเปนเบื้องต้น พบว่า คะแนน  การอยู่ต่อใน EU ยังนำอยู่หลังนับคะแนนไปได้ เล็กน้อย โดยคะแนน อยู่ต่อ  19,322 เสียง ส่วนออกจากอียู อยู่ที่ 823 เสียง  เมื่อทุกหน่วยนับคะแนนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งผลคะแนนของแต่ละแห่งไปยังศูนย์นับคะแนนกลางที่ศาลากลางเมืองแมนเชสเตอร์ คณะกรรมการการเลือกตั้งคาดว่าจะสามารถประกาศผลประชามติอย่างเป็นทางการได้ในช่วงสายวันนี้ ตามเวลาในประเทศไทย


เกาะติดการลงประชามติ กรณีที่สหราชอาณาจักรควรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป หรือออกจากสหภาพยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประชาชนชาวสหราชอาณาจักรลงทะเบียนเพื่อเข้าลงประชามติ เกือบ 46,500,000 คน โดยทั้งหมดจะเริ่มออกไปลงคะแนนในเวลา 07.22 – 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 13.00 น. – 04.00 น. ของเช้าวันพรุ่งนี้(24 มิ.ย.) ตามเวลาประเทศไทย

อังกฤษ eu
อังกฤษ อยู่ต่อ หรือ ขอลา จาก EU ?

ทั้งนี้ คำถามที่ระบุบนใบลงประชามติคือ “สหราชอาณาจักรควรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป หรือออกจากสหภาพยุโรป”โดยตัวเลือกที่ได้คะแนนมากกว่าครึ่ง จะถือว่าเป็นตัวเลือกที่ชนะ

โดยทางการจะเก็บและรวบรวมกล่องลงคะแนน ส่งไปยังศูนย์นับคะแนน 382 แห่ง เทียบเท่ากับรัฐบาลท้องถิ่น 380 แห่งครอบคลุมทั้งอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ ส่วนอีก 2 จุดนับคะแนนจะอยู่ในไอร์แลนด์เหนือ และยิบ-บรอลต้าร์

อย่างไรก็ตามมีการวางเป็นโรดแมป 7 วัน ซึ่งในวันแรกอาจจะทราบผลในช่วงเช้าวันที่ 24 มิ.ย.นี้ โดยนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ เคยบอกว่า เขาจะยังไม่แจ้งสหภาพยุโรปในทันที หากผลประชามติออกมาว่าอังกฤษต้องการแยกตัวออก และถ้าหากอังกฤษออกจากอียูจริง แรงกดดันอาจจะทำให้เขาลาออก

อังกฤษ eu
สหราชอาณาจักร์ จะแยกตัวออกจากอียูหรือไม่ ?

แต่หากผลเป็นตรงกันข้าม เขาก็อาจจะลาออกเช่นกัน แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ธนาคารอังกฤษและธนาคารกลางยุโรปเตรียมแผนรับมือจากผลกระทบของ brexit เอาไว้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับประธานสภายุโรป ประธานคณะกรรมการยุโรปและรัฐสภายุโรป อาจจะเตรียมออกแถลงการณ์หรือหารือกัน

 

อังกฤษ eu
การลงประชามติ รวมตัวกับอียู ของสหราชอาณาจักร

 

ผลโพล คอมเรส (ComRes) ที่ทำโพลให้กับเดลี่ เมล และไอทีวี นิวส์ ออกมาว่า ฝ่ายสนับสนุนให้ยูเค อยู่กับอียูตามเดิม ได้คะแนน 48% สูงกว่าฝ่ายตรงข้าม ที่ได้ 42% โดยโพลค่ายนี้ใช้วิธีการสำรวจผู้มีสิทธิลงประชามติ 1,032 คน ทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 17-22 มิ.ย.ที่ผ่านมา และในจำนวนผู้ถูกสอบถาม มีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจอีกกว่า 11%

ส่วนทางด้านยูกอฟ (YouGov) ซึ่งทำโพลให้กับ ‘เดอะ ไทม์ส’ ด้วยการสอบถามผู้มีสิทธิลงประชามติ 3,766 คนผ่านทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย.ออกมาว่า ทั้งสองฝ่ายมีคะแนนสูสีกันมาก อยู่ที่ 45% ขณะที่อีก 8% ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งยูกอฟ คาดว่า แนวโน้มผลการลงประชามติฝ่ายสนับสนุนให้อยู่กับอียูต่อจะชนะฝ่ายให้แยกตัวแบบเฉียดฉิวที่ 51% ต่อ 49%

พร้อมกันนี้ บีบีซี สื่อในอังกฤษ มีเวลาจำกัดในการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการลงประชามติ เพื่อไม่ให้เป็นการชี้นำประชาชน เริ่มรายงานผลวิเคราะห์และผลนับคะแนนเบื้องต้น หลังจากหน่วยลงคะแนนปิดแล้วในเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง