รอยเตอร์ ตีข่าว บิ๊กตู่ไม่ไขก็อก แม้ประชามติร่าง รธน. ไม่ผ่าน

สำนักข่าว ‘รอยเตอร์’ ประยุทธ์จะไม่ลาออก ไม่ว่าผลการประชามติในเดือนสิงหาคมจะออกมาเป็นอย่างไร

Prayuth Chan-Ocha, Thailand's prime minister, speaks during the IISS Shangri-La Dialogue Asia Security Summit in Singapore, on Friday, June 3, 2016. Chan-Ocha says the 2014 military coup was needed to put reform in Thailand on track. Photographer: Nicky Loh/Bloomberg via Getty Images
นายกรัฐมนตรี

วันนี้ (27 มิ.ย.) สำนักข่าว ‘รอยเตอร์’ รายงานข่าว อ้างว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะไม่ลาออกจากตำแหน่งแม้ว่าผลประชามติ ที่จะจัดขึ้นในเดือน สิงหาคมที่จะถึงนี้จะออกมาเป็นเช่นไร

รอยเตอร์ระบุว่าพลเอก ประยุทธ์ ถูกวิจารณ์บทบาทต่าง ๆ และถูกนำมาเปรียบเทียบกับ นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ เนื่องจากที่นายคาเมรอน ได้ทำตามวาจาที่เคยลั่นไว้ว่า ไม่ว่าผลประชามติการแยกตัวออกจากสหภายุโรปจะเป็นเช่นไร เขาจะลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และเค้าก็ทำตามที่พูดไว้หลังจากผลโหวตแยก ออกมาได้เพียงไม่นาน

การลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ จะถือเป็นการลงประชามติครั้งแรกนับตั้งแต่การทำรัฐประหาร โดยขณะนี้หน่วยงานต่างๆโดยเฉพาะ กกต.ต้องเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่ามกลางความกดดันและกระแสข่าว

นอกจากนี้ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,169 คน สำรวจระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายน 2559

1. ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี ความคิดเห็นที่แตกต่างของการจะลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้

อันดับ 1 แต่ละคนมีความรู้ ความเข้าใจไม่เหมือนกัน การรับข้อมูลข่าวสารมากน้อยไม่เท่ากัน 81.78%

อันดับ 2 เป็นสิทธิส่วนบุคคล ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกในสิ่งที่ตนพอใจ 77.07%

อันดับ 3 ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจมากขึ้น 66.55%

อันดับ 4 กระแสข่าวลือต่าง ๆ มีผลต่อความคิดเห็นของประชาชน 65.61%

อันดับ 5 การเห็นต่างเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ช่วยท้วงติง จะได้ทำงานอย่างรอบคอบรัดกุม 60.12%

2. การวิพากษ์วิจารณ์ของแต่ละฝ่ายมีผลต่อการตัดสินใจที่จะลงประชามติของประชาชนมากน้อยเพียงใด?

อันดับ 1 ไม่มีผล 32.10%

เพราะ ตัดสินใจไว้แล้ว ตัดสินใจด้วยตัวเอง ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าว เชื่อมั่นในตนเอง ฯลฯ

อันดับ 2 ไม่ค่อยมีผล 30.26%

เพราะ ทุกคนมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ยอมรับในความคิดเห็นของแต่ละคน เป็นเกมการเมือง ฯลฯ

อันดับ 3 ค่อนข้างมีผล 24.01%

เพราะ ข้อมูลที่นำเสนออาจทำให้คล้อยตาม การตัดสินใจอาจเป็นไปตามกระแสข่าวที่ออกมา ฯลฯ

อันดับ 4 มีผลมาก 13.63%

เพราะ การรับรู้ข้อมูลอย่างหลากหลายทำให้รู้สึกลังเล ไม่มั่นใจ คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์มีชื่อเสียงมีความรู้ ฯลฯ

3. ณ วันนี้ ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ “ร่างรัฐธรรมนูญ” เพิ่มขึ้นหรือไม่?

อันดับ 1 เหมือนเดิม 69.38%

เพราะ เป็นเรื่องเข้าใจยาก เนื้อหาเยอะ ไม่ค่อยมีใครออกมาให้ความรู้ อยากให้มีการนำเสนอที่เข้าใจง่าย ฯลฯ

อันดับ 2 เพิ่มขึ้น 30.62%

เพราะ สนใจติดตามข่าวเป็นประจำ มีช่องทางให้ติดตามที่หลากหลาย ต้องการทำความเข้าใจมากขึ้น ฯลฯ

4. ประชาชนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ กกต. เร่งทำงานอะไรบ้าง?

อันดับ 1 ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ 82.63%

อันดับ 2 รณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการลงประชามติ ออกมาใช้สิทธิของตน 70.49%

อันดับ 3 ทำงานอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบได้ 68.52%

อันดับ 4 จัดเตรียมคณะทำงานที่มีความรู้ความเข้าใจในการทำงาน 62.53%

อันดับ 5 เคารพกฎหมาย ยึดระเบียบอย่างเคร่งครัด 53.21%

–สวนดุสิตโพล–

ขอบคุณเนื้อหาจากwww.ryt9.com/s/sdp/2451386

ที่มา  www.reuters.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง