‘กองทัพตุรกี’ แถลงยันส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวรัฐประหาร

กองทัพตุรกี แถลง กำลังพลส่วนใหญ่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามก่อรัฐประหาร พร้อมเตือนผู้ก่อเหตุจะต้องถูกลงโทษ

วันนี้ 20 ก.ค. สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานว่า กองทัพตุรกีออกแถลงการณ์ ระบุว่า กำลังพลส่วนใหญ่ของกองทัพเป็นผู้รักชาติ ประชาชน และธงชาติ ดังนั้น จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามก่อรัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศตุรกี เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมขบวนการก่อรัฐประหารจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ฐานสร้างความอัปยศอดสูและเสื่อมเสียให้กับสาธารณรัฐตุรกี

การเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ ระบอบประชาธิปไตย และคุณค่าสูงส่งของชาติกับเป้าหมายสูงสุดคือชัยชนะ กองทัพตุรกี ระบุว่า กลุ่มองค์กรของ นายเฟตฮุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาชาวตุรกี วัย 75 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหาร เพราะว่าเป็นคู่ปรับของประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน แห่งตุรกี

ที่มา… INN


ทางการตุรกีรวบตัวผู้สมรู้ร่วมคิดทำการรัฐประหารรวมกว่า 6 พันคน รัฐมนตรียุติธรรมคาด ในอนาคตอาจมีจำนวนเพิ่มอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผู้สมรู้ร่วมคิดกว่า 6 พันคน ถูกควบคุมตัวหลังทหารทำการรัฐประหารล้มเหลว ขณะที่รัฐมนตรียุติธรรมเตือนว่า ตัวเลขผู้ถูกควบคุมตัวอาจมีเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 265 ราย และบาดเจ็บ 1,500 คน ในช่วงที่ กองทัพตุรกียกพลเข้าทำเนียบโดยการยึดสะพาน และโจมตีอาคารรัฐสภา ในกรุงอังการาเมื่อวานนี้

โดยนาย เตยิป เรซิป ออโดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ถูกบังคับให้ซุกซ่อนตัวในระยะสั้น ก่อนจะเรียกประชุมวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เรียกร้องให้มีการต่อต้านการทำรัฐประหาร กระทั่งมีประชาชนฝ่ายสนับสนุนนับหมื่นคนออกมารวมตัวกันบนท้องถนน จนทหารเริ่มจำยอม ซึ่งการจับกุมผู้มีส่วนร่วมจำนวนมากดังกล่าว


รัฐบาลตุรกี ประกาศเหตุก่อ ‘รัฐประหารตุรกี’ สถานการณ์คลี่คลายยอดดับ 265 ศพ บาดเจ็บ กว่า 1,400 คน 

สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานจากนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี แถลงยืนยันการควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศเอาไว้ได้ทั้งหมด หลังเกิดเหตุทหารกลุ่มหนึ่งในกองทัพพยายามก่อการรัฐประหารล้มอำนาจ เมื่อคืนวันศุกร์ โดยแบ่งกองกำลังออกเป็นสองกลุ่มเข้าควบคุมสถานที่ราชการในกรุงอังการา และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งในนครอิสตันบูล ที่รวมถึงสะพานข้ามช่องแคบบอสฟอรัส

714045-01

รัฐบาลตุรกี ประกาศ สามารถควบคุมได้แล้ว หลังมีความพยายามก่อรัฐประหาร แต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก ออกมาต่อต้านบนท้องถนนจนเกิดการปะทะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 265 คน บาดเจ็บกว่า 1,400 คน โดยตัวเลขล่าสุด ทางการตุรกี เปิดเผยว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการปะทะ 161 คน บาดเจ็บกว่า 1,400 คน ส่วนผู้ก่อการกบฏถูกสังหาร 104 คน นายทหารกว่า 2,800คนถูกจับ ส่วนอีกเกือบ 200 คน วางอาวุธมอบตัวกับตำรวจ

ส่วน นายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกี แถลงว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ในตุรกีถือเป็นรอยด่างพร้อยของประชาธิปไตย ซึ่งผู้ก่อการกบฏทั้งหมดต้องถูกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่สื่อท้องถิ่นของตุรกีเผยแพร่ภาพความเสียหายของอาคารรัฐสภา ในกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี หลังมีความพยายามก่อการรัฐประหารตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นเช่นเดียวกับบรรยากาศตามท้องถนนในนครอิสตันบูล ที่ในบางจุดรถถังที่กองทัพเคลื่อนออกมาประจำการถูกประชาชนฝ่ายต่อต้านการรัฐประหารทำลายและนำขยะขว้างปาใส่

ด้านสถานการณ์ที่ท่าอากาศยานานาชาติอตาเติร์ก เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยเริ่มมีการกลับมาให้บริการเที่ยวบินในหลายเส้นทางแล้ว หลังต้องระงับบริการทั้งหมดนานหลายชั่วโมง เนื่องจากถูกปิดล้อม เช่นเดียวกับสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุของรัฐที่ทยอยกลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง


รัฐบาลตุรกี ยืนยัน คุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว ตั้ง ผบ.ทบ. คนใหม่ จับคนก่อปฏิวัติได้ 336 คน

สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานล่าสุด ว่า นายกรัฐมนตรีบินาลี ยิลดิริม ประกาศว่า ความพยายามก่อรัฐประหารของทหารกลุ่มหนึ่งได้ล้มเหลวแล้ว และรัฐบาลยังคงอยู่ในอำนาจ ตลอดจนสามารถจับกุมผู้ก่อการปฏิวัติ 336 คน รวมทั้งนายทหารระดับ นายพล 1 นาย ที่มีส่วนร่วมวางแผน พร้อมยืนยันว่า นายพลฮูลูซี อาการ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังคงควบคุมกองทัพอยู่ และไม่ได้มีส่วนร่วมในการรัฐประหาร ตลอดจนมีการแต่งตั้ง นายพลอูมิต ดุนดาร์ เป็นผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ หลังจากเป็นแกนนำในการต่อต้านรัฐประหารได้สำเร็จด้วย

นอกจากนี้ รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า สนามบินอตาเติร์ก ในนครอิสตันบูลเปิดทำการได้ตามปกติแล้ว และสถานีโทรทัศน์บางช่องเริ่มกลับมาออกอากาศตามปกติแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่า จากการพยายามก่อปฏิวัติของกลุ่มทหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย โดยที่ 42 ราย ในกรุงอังการา และอีก 17 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ


รัฐบาลตุรกี ยืนยัน ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จับกุมทหารก่อปฏิวัติแล้วประมาณ 120 คน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ราย

ล่าสุดสำนักข่าว ต่างประะเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ได้ปรากฏตัวท่ามกลางผู้สนับสนุนที่สนามบินอิสตันบูล หลังจากก่อนหน้านี้ได้ใช้วิธีการเฟซไทม์ปลุกระดมประชาชนให้ออกมาต่อต้านการทำรัฐประหารของสมาชิกกองทัพบางส่วนโดยไม่ได้เปิดเผยสถานที่

ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ นายเออร์โดกัน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การพยายามก่อการปฏิวัติของกองทัพบางส่วน ยังไม่ประสบความสำเร็จ

713883-02

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าการก่อปฏิวัติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปโดยเอกภาพของกองทัพ เช่นเดียวกับที่หน่วยข่าวกรองของตุรกีที่ระบุว่า นายพลฮูลูซี อาคาร์ ได้กลับมาบัญชาการกองทัพแล้ว และได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว สำนักข่าว ต่างประเทศ ยังรายงานว่า นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม แห่งตุรกี ยืนยัน รัฐบาลสามารถหยุดความพยายามก่อรัฐประหารได้สำเร็จแล้ว และจับกุมผู้ก่อการได้ประมาณ 120 คน ขณะที่ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ได้กลับสู่อิสตันบูล ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

ด้านสถานีโทรทัศน์ TRT ในกรุงอังการา ซึ่งถูกทหารควบคุม สามารถกลับมาแพร่ภาพตามปกติอีกครั้ง หลังระงับการออกอากาศชั่วคราว แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ฝ่ายทหารได้บุกเข้าสถานีข่าวเฮอร์ริเย็ต และ CNN Turk โดยผู้ประกาศข่าว ระบุว่า สถานีอาจไม่สามารถแพร่ภาพได้นานนัก ก่อนที่จะถูกระงับการแพร่ภาพไป

อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์วุ่นวายได้ โดยมีรายงานเสียงปืนและระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่สนามบินอิสตันบูล หลังมีข่าวเครื่องบินผู้นำตุรกีร่อนลงจอด และมีรายงานระเบิดดังขึ้นที่จตุรัสทักซิม ของนครอิสตันบูล 2 ครั้ง และมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องบินรบ 3 ลำ ได้บินระดับต่ำเหนือพื้นที่จตุรัสทักซิมด้วย

ล่าสุด สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานว่า ก่อนที่ทางการตุรกี จะแถลงข่าวว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้นั้น ได้มีเครื่องบินพยายามทิ้งระเบิดลงในกรุงอังการา ใกล้ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย แต่หลังจากนั้นฝ่ายรัฐบาลก็ได้จัดการกับเครื่องบินของกลุ่มปฏิวัติได้ และมีการประกาศให้กรุงอังการาเป็นเขตห้ามบินแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในกรุงอังการา มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างการก่อปฏิวัติของกองทหาร ถึง 42 ราย


กองทัพตุรกียึดอำนาจการปกครองในประเทศ – ด้าน นายกฯบินาลี ยิลดิริม ระบุเป็นทหารกลุ่มเดียวที่พยายามก่อรัฐประหาร

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า มีแถลงการณ์ออกมาจากกองทัพตุรกี ระบุว่า ทหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศไว้หมดแล้ว สาเหตุที่กองทัพทำเช่นนี้ก็เพื่อรื้อฟื้นความสงบเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ รวมทั้งหลักประกันว่านิติรัฐจะต้องกลับมาปกครองประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา ส่วนข้อตกลงระหว่างประเทศทั้งหมดรวมถึงพันธกรณียังคงเป็นไปเหมือนเดิม และกองทัพให้คำมั่นว่าจะสานสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศทั่วโลกต่อไป กองทัพตุรกียังประกาศใช้กฎอัยการศึกและคำสั่งเคอร์ฟิว

713842-01

ด้านนายบินาลี ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีแห่งตุรกี แถลงผ่านทางโทรทัศน์ว่า มีความพยายามที่จะก่อรัฐประหาร แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลตุรกีจะไม่ยอมให้มีการหยุดยั้งระบอบประชาธิปไตย มีรายงานด้วยว่า มีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือท้องฟ้าในกรุงอังการา มีเสียงปืนดังขึ้นทั้งในกรุงอังการา และเมืองอิสตันบูลเมืองใหญ่ของตุรกี มีรถพยาบาลจอดอยู่ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพตุรกี มีการส่งรถหุ้มเกราะไปประจำอยู่ด้านหน้าของสนามบินอตาเติร์กในเมืองอิสตันบูล และนายทหารระดับสูงของกองทัพตุรกีถูกควบคุมตัวไว้เป็นตัวประกันอยู่ในกองบัญชาการกองทัพตุรกี

ล่าสุดสำนักข่าว ต่างประะเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี ได้ปรากฏตัวท่ามกลางผู้สนับสนุนที่สนามบินอิสตันบูล หลังจากก่อนหน้านี้ได้ใช้วิธีการเฟซไทม์ปลุกระดมประชาชนให้ออกมาต่อต้านการทำรัฐประหารของสมาชิกกองทัพบางส่วนโดยไม่ได้เปิดเผยสถานที่

ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ นายเออร์โดกัน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การพยายามก่อการปฏิวัติของกองทัพบางส่วน ยังไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าการก่อปฏิวัติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปโดยเอกภาพของกองทัพ เช่นเดียวกับที่หน่วยข่าวกรองของตุรกีที่ระบุว่า นายพลฮูลูซี อาคาร์ ได้กลับมาบัญชาการกองทัพแล้ว และได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว


รบ.ตุรกียืนยันควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงานว่า นายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม แห่งตุรกี ยืนยัน รัฐบาลสามารถหยุดความพยายามก่อรัฐประหารได้สำเร็จแล้ว และจับกุมผู้ก่อการได้ประมาณ 120 คน ขณะที่ประธานาธิบดี เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ได้กลับสู่อิสตันบูล ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

ด้านสถานีโทรทัศน์ TRT ในกรุงอังการา ซึ่งถูกทหารควบคุม สามารถกลับมาแพร่ภาพตามปกติอีกครั้ง หลังระงับการออกอากาศชั่วคราว แต่ล่าสุดมีรายงานว่า ฝ่ายทหารได้บุกเข้าสถานีข่าวเฮอร์ริเย็ต และ CNN Turk โดยผู้ประกาศข่าว ระบุว่า สถานีอาจไม่สามารถแพร่ภาพได้นานนัก ก่อนที่จะถูกระงับการแพร่ภาพไป

อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์วุ่นวายได้ โดยมีรายงานเสียงปืนและระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่สนามบินอิสตันบูล หลังมีข่าวเครื่องบินผู้นำตุรกีร่อนลงจอด และมีรายงานระเบิดดังขึ้นที่จตุรัสทักซิม ของนครอิสตันบูล 2 ครั้ง และมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เครื่องบินรบ 3 ลำ ได้บินระดับต่ำเหนือพื้นที่จตุรัสทักซิมด้วย

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง