NASA เตรียมส่งยาน ไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA เตรียมส่งยานอวกาศขึ้นไปเก็บวัตถุตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู ซึ่งมีกำหนดที่จะปล่อยยานช่วงต้นเดือนหน้า

นักวิทยาศาสตร์ประจำองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA ประสบความสำเร็จในการสร้างยานอวกาศเพื่อจะเดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนู ในปี 2561 เพื่อหาหลักฐานของจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต
ดานเต้ ลอเร็ตตา หัวหน้าคณะผู้ตรวจสอบภารกิจ กล่าวขณะเยือนศูนย์ยานอวกาศเคนเนดี้ ระบุว่า เราเหลือเวลาอีกไม่กี่วันในการติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ และนำยานอวกาศ ไปติดตั้งบนจรวดแอตลาส 5 เพื่อเตรียมออกเดินทางเพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ดาวเคราะห์น้อยเบนนู และจะกลับมายังโลกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ

ภารกิจนี้มีชื่อเรียกว่า OSIRIS-Rex มีมูลค่าโครงการประมาณ 3 หมื่น 6 พันล้านบาท องค์การนาซ่าจะปล่อยจรวดพร้อมอวกาศในวันที่ 8 กันยายนนี้ จากฐานทัพอากาศแหลมคานาเวรัล ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ยานอวกาศลำนี้เป็นยานอวกาศไร้คนขับใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สร้างโดยบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ที่จะเดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อย 1999 RQ36 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เบ็นนู” ภายในระยะเวลา 2 ปี เพื่อทำแผนที่ และสำรวจ และใช้แขนกลของยานเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างกลับมายังโลก ภายในปี 2566

cats

นักวิทยาศาสตร์สนใจศึกษาเกี่ยวกับแร่ธาตุและสารเคมีที่อยู่บนดาวเคราะห์น้อย เนื่องจากดาวเคราะห์น้อยที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้เคยพุ่งชนโลก และเชื่อกันว่าการชนกันดังกล่าวทำให้เกิดสารอินทรีย์ และน้ำ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ลอเร็ตตา ระบุว่า คณะทำงานคาดว่าจะพบวัตถุที่เป็นต้นกำเนิดของระบบสุริยะ เพิ่มเติมจากชิ้นส่วนตัวอย่างที่พบระหว่างทศวรรษที่ 1960 ถึง 1970 ซึ่งได้จากภารกิจของยานอะพอลโลที่สำรวจดวงจันทร์ ที่ยังคงใช้ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จนกระทั่งปัจจุบัน

เจสัน ดวอร์กิน หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ประจำภารกิจนี้ ระบุว่า เพื่อที่จะเข้าใจระบบเคมีลึกลงไปถึงระบบโมเลกุล พวกเราต้องนำตัวอย่างกลับมา และนำไปศึกษาต่อในห้องปฏิบัติทั้งในสหรัฐฯ และที่อื่นๆ ทั่วโลก
เมื่อปี 2553 ยานอวกาศฮายาบูสะ ของญี่ปุ่น เป็นยานอวกาศลำแรกที่นำชิ้นส่วนตัวอย่างที่เก็บได้จากดาวเคราะห์น้อยกลับมายังโลก

cats

ยานอวกาศ OSIRIS-Rex เป็นยานที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย เนื่องจากได้รับการติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถเข้าใจแรงดึงดูดในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย
ลอเร็ตตา ระบุว่า การเดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนูค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสภาพวงโคจรของดาวไม่เหมาะสมต่อการสำรวจ

เขายังระบุเพิ่มเติมว่า การเดินทางครั้งนี้ท้าทายมากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ เนื่องมาจากแรงที่ยานอวกาศจะพบ เช่น ความกดดันจากรังสีแสงอาทิตย์ หรือการปล่อยความร้อนจากตัวดาวเคราะห์น้อยเอง ซึ่งทั้งหมดจะผลักยานอวกาศออกไปไกลจากดาว

ขณะที่ ดวอร์กิน กล่าวว่า ภารกิจนี้จะทำให้นักบินอวกาศได้รับความรู้ใหม่ ซึ่งรวมถึง อิทธิพลของคลื่นความร้อนจากดวงอาทิตย์ต่อการเคลื่อนที่ของหินในอวกาศ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะปกป้องโลกจากการถูกดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนในอนาคต

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง