บีบีซี ตีแผ่สารคดี อวัยวะในศพผู้ป่วยโรคอ้วน กุญแจสำคัญไขเหตุการตาย

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายสำนักได้มีการหยิบยกการนำเสนอสารคดีจาก ‘บีบีซี’ เกี่ยวกับการผ่าศพของผู้ป่วยโรคอ้วน ที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว และป่วยเป็นโรคหัวใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ หญิงสูงวัยที่อาศัยในเกาะลองบีช เคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ รายนี้ ได้บริจาคร่างกายของตัวเองเพื่อการศึกษาทางการแพทย์

สารคดีชุดดังกล่าวมีชื่อว่า The Post Mortem ออกอากาศผ่านช่อง ‘บีบีซี’ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นการนำเสนออวัยวะภายในร่างกาย ทั้งหัวใจ ตับ ปอด และไต ของผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีขนาดผิดปกติ และมักจะมีขนาดใหญ่กว่าอวัยวะของคนทั่วไปถึง 2 เท่า

page

โดย คาร์ล่า วาเลนไทน์ เจ้าหน้าที่เทคนิค พิธภัณฑ์พยาธิวิทยาที่มหาวิทยาลัยควีนแมรี่ เผยว่า การผ่าตัดร่างกายของผู้ป่วยรายนี้มีความยากลำบากมา เนื่องจากเธอมีชั้นไขมันที่หนา ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เมื่อผ่าลงไปจะเจอกับชั้นไขมันสีเหลืองทั่วหน้าท้องของเธอ จึงต้องใช้พละกำลังอย่างมากในการดำเนินการวิเคราะห์ร่างกาย

สิ่งที่น่าตกใจเมื่อทีมผ่าพิสูจน์พบได้แก่

1.หัวใจ – มีน้ำหนักมากกว่าคนปกติทั่วไป 2 เท่า และมีลักษณะผิดรูปคล้ายถุง ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงาน และอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวในที่สุด เนื่องจากมีความดันโลหิตสูง ทั้งยังเจอปัญหาจากกล้ามเนื้อที่หนา ทำให้เลือดไม่สามารถสูบฉีดทั่วร่างกายได้

2.ตับ – มีสีชมพู และมีความอ่อนตัว และเป็นไปอย่างปกติ แต่สีของตับบ่งบอกว่ามีไขมันปะปนอยู่ ซึ่งการที่คนเรามีไขมันในร่างกายมาก อาจนำไปสู่โรคตับแข็งหรือมะเร็ง ไปจนถึงตับวาย ซึ่งผลกระทบร้ายแรงคล้ายกับผู้ที่ดื่มสุราอย่างหนัก

3.ปอด – นักพยาธิวิทยาจากบีบีซี กล่าวว่า มีของเหลวหยดบริเวณปอดซึ่งเป็นสัญญาณขอบปอดบวมน้ำ ที่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว

4.ไต – มีลักษณะพองโต เพราะทำงานหนักจากภาวะโรคอ้วน และอาจเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน เพราะไตทำหน้าที่กรองปัสสาวะ หากเป็นโรคอ้วน ก็จะมีไขมันไหลลงไปในไตเป็นจำนวนมากเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้ยินยอมจะให้ถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อเป็นความรู้ทางการแพทย์ แต่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ ทั้งนี้สถิติคนอ้วนในไทย ประกอบไปด้วยเพศชาย 4.7 ล้านราย และเพศหญิง 11.3 ล้านราย รวมทั้งสิ้น 16 ล้านคน โดยจากสถิติพบว่าใน กทม.พบคนอ้วนลงพุงมาเป็นอันดับ 1 จากทุกภาค และยังนำไปสู่โรคต่าง ๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

 

ที่มา  www.dailymail.co.uk

ข่าวที่เกี่ยวข้อง