แห่ชาย ภาพชายรักชายจูบปาก ต่อต้านก่อการร้าย กราดยิงบาร์เกย์

หลังจากเกิดเหตุกราดยิงสถานเริงรมย์ สำหรับกลุ่มชายรักชายในออร์แลนโดของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 49 ราย

ประเด็นดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับเพศที่สาม ซึ่งในปัจจุบัน เป็นที่ถกเถียงเกี่ยวกับเสรีภาพของเพศทางเลือกในเชิงกฎหมาย และการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอเมริกันได้อย่างเท่าเทียมเท่ากันชายจริงหญิงแท้หรือไม่อย่างไร ?

Two men kiss at the gathering on the Place du Trocadero to show their support after the worst mass shooing in United States history on June 13, 2016 in Paris, France. At a homophobic attack claimed by Isis, a gunman killed 49 people and wounded 53 others at a gay nightclub in Orlando, Florida early yesterday morning, before dying on-scene.
ชายรักชายจูบปากกัน

ท่ามกลางข้อถกเถียงเกี่ยวกับเพศสภาพของนาม มาทีน มือปืนที่ก่อเหตุกราดยิงว่าแท้จริงเขาเกลียดชังคนรักร่วมเพศ หรือเพราะเขาเองก็เป็นชายรักชายเช่นเดียวกันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กลุ่มชายรักชายเป็นจำนวนมากได้ออกมาโพสต์รูปภาพจูบกัน พร้อมทั้งโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งติด #twomenkissing เพื่อเป็นสัญลักษณ์ต่อเสรีภาพทางความรักที่ไม่แบ่งแยกแม้จะเป็นความรักของคนเพศเดียวกันก็ตาม

ชนวนหนึ่งในการสังหารหมู่ครั้งเลวร้าย ที่มีการหยิบยกออกมาตั้งข้อสังเกต คือบิดาของมือปืนกล่าวว่า เขาโกรธแค้นมากที่ได้เห็นชายสองคนจูบกันในที่สาธารณะ แต่ขณะนี้ สาเหตุการฆาตกรรมหมู่ครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากสิ่งใดกันแน่…?

ที่มา  metro.co.uk


Https%3a%2f%2fblueprint-api-production.s3.amazonaws.com%2fuploads%2fcard%2fimage%2f116459%2forlando_vigil

หลังจากเกิดเหตุสังหารหมู่ สถานเริงรมย์สำหรับกลุ่มชายรักชาย ในออร์แลนโด ประเทศสหรัฐฯ ได้เกิดการคาดเดาสาเหตุหลายข้อสันนิษฐาน ซึ่งกระบวนการสืนสวนสอบสวน อาจมองข้ามอะไรบางอย่างไป…?

ประเด็นปมสังหารหมู่ที่มีความสลับซับซ้อน จากการคาดเดาว่า สาเหตุที่เขาก่อเหตุสังหารผู้คนในบาร์เกย์แห่งนี้ น่าจะมาจากความเกลียดชังกลุ่มคนรักร่วมเพศเป็นทุนเดิม แต่หลักฐานใหม่ที่มีการขุดคุ้ยว่า นายโอมาร์ มาทีน มือปืนที่ถูกสังหารตายตามเหยื่อ 49 ชีวิตไปนั้น กลับมาโปรไฟล์อยู่ในแอพพลิเคชั่นตามหาคู่ ทั้งยังปรากฏว่าเคยเข้าออกผับของกลุ่มชายรักชายหลายครั้งอีกด้วย

ในระหว่างที่กระบวนการสอบสวนสาเหตุกำลังดำเนินไป เป็นที่แน่ชัดว่า มาทีน จงใจจะลงมือสังหารหมู่ที่ผับ LGBTQ โดยเฉพาะ 

แต่กระนั้น ประเด็นการก่ออาชญากรรมครั้งเลวร้ายของสหรัฐฯ ยังไม่ลบประเด็นความเกลียดชัง  และอคติ ออกไป

สื่อมวลชนหลายสำนัก หลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าว ที่ใช้ข้อความโจมตี โดยใช้คำว่า อาชญากรรมจากความเกลียดชัง และข้อกังขาเกี่ยวกับเพศสภาพของฆาตกร เพราะอาจจะเกิดความผิดพลาดและเป็นการตัดสินเพศสภาพของผู้ก่อเหตุได้

ความซับซ้อนระหว่างสถานที่เกิดเหตุและตัวฆาตกร ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง รวมไปถึงความสัมพันธ์ทางเพศของตัวฆาตกรเอง ที่อาจจะมาจากปัจจัยของการยั่งยุให้เกลียดชัง เพราะ พยานเล่าว่า นายมาทีนไปที่เดอะพัลส์หลายครั้งมากกว่า 3 ปีแล้ว คนที่ไปเดอะ พัลส์ประจำก็จะรู้จักเขา

ทว่ามาทีนมักจะมาที่นี่เพื่อดื่มเหล้าอย่างหนัก โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถดื่มที่บ้านได้ เพราะภรรยาไม่ชอบ และพ่อก็เป็นคนเข้มงวด โดยนายมาทีนมักจะไปนั่งดื่มอยู่ที่มุมคนเดียว บางทีเขาจะเมามากๆแล้วเสียงดังโหวกเหวก

ซาร่าห์เคทเอลลิสประธานและซีอีโอของ GLAAD เปิดเผยผ่าน Mashable ว่า นี่เป็นตัวอย่างของภัยอันตราย ความรุนแรง และควมจะหยุดความเกลียดชังและลือกปฏิบัติ

ส่วนประเด็นเรื่อง เดอะพัลส์ ซึ่งเป็นคลับที่รวมตัวของกลุ่มชายรักชาย มักจะเดินทางไปเฉลินฉลองกันอย่างมีความสุข และการที่มาทีนจงใจลงมือก่อเหตุที่นี่ย่อมมีนัยยะอย่างแอบแฝง ซึ่งกลุ่มชายรักชายที่มาที่นี่ ก็มักจะแสดงออกทางความรักกันอย่างเปิดเผย คล้ายกับคำให้การของบิดามาทีนที่ระบุว่า มาทีนไม่พอใจที่เห็นคู่เกย์คู่หนึ่งจูบกันในที่สาธารณะ

มีการตั้งข้อสังเกตุว่า มาทีน ที่อาจจะเป็นกลุ่มคนรักร่วมเพศ อาจจะเกลียดชังสิ่งที่ตัวเองเป็น และใช้ความรุนแรงต่อสิ่งที่เป็นแรงกระตุ้น นั่นก็คือ สถานที่รวมตัวของกลุ่มคนรักร่วมเพศเช่นกัน

ท่ามกลางความไม่เท่าเทียมทางเพศที่แท้จริงในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งกฎหมายที่ยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของกลุ่มคนรักร่วมเพศที่แท้จริงในประเทศที่อุดมไปด้วยสังคมแห่งเสรีภาพ

 

ดูบทความต้นฉบับ : The Orlando shooter’s sexuality doesn’t matter. It’s still a hate crime.

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง