MThai ข่าวภาคซ่าส์ จับตาราคายางพารา 3 โลร้อยมาแล้วจ้า

ช่วงนี้บนโลกออนไลน์มีการบ่นเกี่ยวกับราคายางพาราทึ่ตกต่ำเหลือ 3 โลร้อย ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้กันไม่ตกเพราะยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ปลูกยางที่มีจำนวนมาก โดยวันนี้ MThaiข่าวภาคซ่าส์ จะพาไปเจาะลึกเรื่องยางพารากัน  เหตุใดทำไมราคาถึงตกต่ำ

ยางพารา เป็นพืชที่ถูกพบในบราซิลและแถบอเมริกาใต้ โดยมีศูนย์กลางการค้าขายในสมัยก่อนอยู่ที่รัฐปารา ต่อมาเพี้ยนเป็นพารา ทำให้คนไทยเรียกกันติดปาก ซึ่งสันนิษฐานว่าเข้ามาไทยครั้งแรกโดยพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เมื่อปี เริ่มมีการปลูกจากภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบัน ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ที่มีการผลิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และเป็นสินค้าเกษตร ส่งออกของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด และมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 20ล้านไร่ มีเกษตรกรมากกว่า1,200,000 คน

โดยประเทศที่นำเข้ายางพาราจากไทยมากที่สุดคือ จีน นำเข้าต่อปี 8-9แสนตันต่อปี เนื่องจากสภาพพื้นที่ในประเทศไม่เอื้ออำนวย โดยปัญหายางพาราราคาตกต่ำก็มีผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศจีน รวมถึงการที่หลายประเทศเพื่อนบ้านเช่น กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย เริ่มมีการปลูกยางพารามากขึ้น ขณะที่ในประเทศไทยก็มีการปลูกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทำให้ยางพาราล้นตลาด และราคาต่ำลง  ซึ่งหากเทียบในปี 2556 ราคายางเฉลี่ยอยู่ที่ 60 บาท แต่ในปี 2558 ราคายางเฉลี่ยอยู่ที่ 31 บาท ถือว่าลดลงเท่าตัวเลยทีเดียว

ทั้งนี้ได้มีการวิเคราะห์  เหตุผลหลักที่ทำให้ยางพาราราคาตกต่ำ ถึงครึ่งต่อครึ่ง

1.ในประเทศไทยไม่มีการควบคุมการผลิตยางพารา ส่งผลให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกและผลิตยางมากกว่าเดิมมากถึง 4 เท่า ทำให้ยางพาราล้นตลาด

2.ราคายางพารามีทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน เนื่องจาก อุตสาหกรรมจะใช้ยางสังเคราะห์จากยางพาราหรือจากพอลิเมอร์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ ถ้าเมื่อใดราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นซึ่งพอลิเมอร์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันเองก็จะมีราคาแพงด้วย ถ้าราคาน้ำมันลดลง ก็จะทำให้ราคายางลดลงด้วย
3.จีนกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ  ทำให้ลดการนำเข้ายางเพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ในขณะที่  จีนเริ่มปลูกยางเองและเข้าไปลงทุนในเวียดนาม ลาว กัมพูชา ตอนนี้ครบอายุกรีดยางแล้ว ยางจะถูกส่งกลับไปจีน ทำให้จีนมีสต๊อกยางเพิ่มมากขึ้น

4.เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ในช่วง 2-3 ปี   ส่งผลให้ความต้องการใช้ยางของโลกอยู่ในระดับต่ำ โดยในช่วงปี 2554-2556 ความต้องการใช้ยางโลกขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 1.9 ในขณะที่ผลผลิตยางโลกขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.1

5.ราคาด้านต้นทุนการผลิตยางมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนในด้านปุ๋ยเคมีและเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ทำให้ราคายางของไทยสูงขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย ต่างประเทศจึงหันไปนำเข้ายางจากเพื่อนบ้านที่มีราคาถูกกว่าแทน

จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมองว่า ในอนาคต ราคายางจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสต็อกยางในประเทศจีนลดลง รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นด้วย ส่วนในระยะยาวนั้น โอกาสที่ราคายางจะฟื้นกลับมาโตสูงสุดแบบหลายปีก่อนคงเป็นไปไม่ได้ เพราะปริมาณการผลิตมีมากกว่าความต้องการของตลาด  ซึ่งรัฐบาลควรจะหามาตรการในการช่วยเหลือชาวสวนยางพารา เพราะถือว่าเป็นคนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงอยากให้ชาวสวนยางหันไปทำอาชีพเสริมอื่นๆ เพื่อรองรับกับวิกฤติราคายางตกต่ำด้วย

MThai News

เนื้อหานี้ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง