เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

คดีเขาพระวิหาร

19 เม.ย. ไทยขึ้นแจงคดีเขาวิหารต่อศาลโลก รอบสุดท้าย

คดีเขาพระวิหาร : 21.30 น. ไทยแจงศาลโลกชี้ศาลไร้อำนาจตีความเขตแดน

เขาพระวิหาร, คดีเขาพระวิหาร, ศาลโลก

ทีมทนายความฝ่ายไทย แจงศาลโลกรอบสองแล้ว ชี้ ศาลไร้อำนาจตีความเขตแดน ยืนยัน ไทยถอนกำลังแล้ว กัมพูชาอ้างไม่มีมูล โดย “อลินา มีรอง” ย้ำ กัมพูชาต้องการเปลี่ยนชื่อคำร้องเส้นเขตแดน ยัน ยึดตามหลักสันปันน้ำถูกต้อง

การให้ถ้อยแถลงทางวาจาของทีมทนายความฝ่ายไทยต่อศาลโลก รอบสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว โดย ศ.อแลง แปลเลต์ ทนายความฝ่ายไทย ขึ้นชี้แจงเป็นคนแรก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าศาลไม่มีอำนาจในการตีความในคดีเดิมอีก เนื่องจากกัมพูชาไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักในการร้องขอให้ศาลตีความ เพราะในคดีเดิมไม่มีเนื้อหาเรื่องเส้นแบ่งเขตแดนในแผนที่ ภาคผนวก 1 หรือ 1 : 200,000

ที่ศาลเคยปฏิเสธที่จะตัดสินไปแล้ว รวมถึงยืนยันว่า ไทยได้ปฏิบัติตามคำตัดสินในบทปฏิบัติการทุกประการเรื่องการถอนทหาร ขณะเดียวกันสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์ของกัมพูชา ไม่ได้ทักท้วงมติ ครม.ในการขึงรั้วลวดหนามรอบปราสาท ว่าเป็นแค่พื้นที่เล็กน้อย 2 – 3 เมตรเท่านั้น ดังนั้น ถ้าหากศาลรับพิจารณาจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

โดยไม่สามารถทำได้สำหรับการชี้แจงของไทยรอบสุดท้ายในวันนี้ ศาลจะรับฟังถ้อยแถลงจนถึง เวลา 22.00 น. ซึ่งหลังจากการให้ถ้อยแถลงของฝ่ายไทยเสร็จสิ้นลง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะได้มีการโทรศัพท์ทางไกล ไปขอบคุณคณะทำงานทีมกฎหมายฝ่ายไทย ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วย

‘อลินา’ ยัน แผนที่เขมรคลาดเคลื่อน

น.ส.อลินา มีรอง ทนายความของฝ่ายไทย ระบุอย่างชัดเจนว่า กัมพูชา ต้องการเปลี่ยนชื่อคำร้อง ให้ศาลตีความของเส้นเขตแดน พร้อมทั้งยืนยันว่า ไทยไม่ได้มีการปลอมแปลงแผนที่ใหญ่ หรือ Big Map ตามที่กัมพูชากล่าวหา เพราะไม่มีใครสามารถสร้างแผนที่ขึ้นมาใหม่ได้โดยง่าย แต่ศาลให้ดึงออกมาจากแผนที่ใหญ่ และผู้พิพากษาเองก็ใช้แผนที่นี้ประกอบการพิจารณามาโดยตลอด

ทั้งนี้จากการถ่ายทอดเส้นในแผนที่เก่าในภาคผนวก 1 มาลงแผนที่ใหม่นั้น จำเป็นต้องเอาหลักความเป็นจริง คือ ยึดเส้นเขตแดนตามหลักภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา แม่น้ำ หรือ หลักสันปันน้ำ แต่แผนที่แผ่นที่ 3 และ 4 ของกัมพูชาทำออกมาคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริง คลาดเคลื่อนจากหลักสภาพภูมิศาสตร์ทั้งหมด

และยังปฏิเสธที่จะยึดตามหลักสันปันน้ำ ดังนั้น ถือว่า กัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงสนธิสัญญาในการแบ่งเส้นเขตแดนสันปันน้ำในปี 1904 และปี 1908 และจากการที่กัมพูชายึดแผนที่ในภาคผนวก 1

ทั้งนี้ น.ส.อลินา มีรอง กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญจาก IDIU แนะนำสำหรับวิธีการทำเส้นบนแผนที่ ว่าต้องมาจากเขตแดนที่มั่นคงทางธรรมชาติ คือ เส้นสันปันน้ำเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า สันปันน้ำ ไม่ใช่สิ่งที่สมมุติขึ้น แต่เป็นเส้นที่มีอยู่จริง
4

…………………………………………………………………………………….

คดีเขาพระวิหาร, เขาพระวิหาร

คดีเขาพระวิหาร : 10.13 น. นายกฯ เข้าทำเนียบ ตามติดชี้แจงเขาพระวิหารต่อศาลโลกรอบ 2 ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศมั่นใจข้อมูลโต้เขมรได้ทุกประเด็น

เขาพระวิหาร, คดีเขาพระวิหาร, วีรชัย พลาศรัย

วีรชัย พลาศรัย

คดีเขาพระวิหาร : ในเวลาประมาณ 20.00 น. วันนี้ (19 เม.ย.) ทีมกฎหมายของไทย นำโดยนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนเธอแลนด์ จะขึ้นชี้แจงด้วยวาจาในคดีเขาพระวิหารเป็นรอบสุดท้ายต่อศาลโลก

โดยท่านทูตได้เผยถึงแผนการชี้แจงของทีมกฎหมายไทยว่า วันนี้จะส่งทีมทนายขึ้นพูด 5คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตอบโต้ทางฝั่งกัมพูชาที่ได้แถลงไปวานนี้ (18 เม.ย.)  มั่นใจว่าเราสามารถชี้แจงในรายละเอียดได้ทั้งหมด ไม่มีกังวลใจอะไร

…………………………………………………………

(18 เม.ย.) กัมพูชาขึ้นชี้แจงศาลโลกรอบ 2

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 21.00 น. ฮอร์ นัมฮง แถลงปิดคดีอ้างหากศาลไม่มีคำตัดสินข้อพิพาทไม่ยุติ ยันปราสาทเป็นของกัมพูชา พื้นที่โดยรอบก็ต้องเป็นของกัมพูชาด้วย 

เขาพระวิหาร, ฮอนัมฮง

ฮอนัมฮง

ภายที่หลังนายร็อดแมน บุนดี ทนายความฝ่ายกัมพูชา ได้ชี้แจงเสร็จสิ้นลง นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ในฐานะตัวแทนฝ่ายราชอาณาจักรกัมพูชา ก็ได้ขึ้นกล่าวปิดคำให้การในคดีพระวิหารเป็นลำดับสุดท้าย โดยกล่าวว่า

รู้สึก เป็นเกียรติที่ได้มายืนอีกครั้ง และทำหน้าที่ปิดคำให้การ ทั้งนี้หากศาลไม่รับตีความตามคำขอ ทั้งสองประเทศก็คงไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ เพราะข้ออ้างของไทยได้ใช้ข้ออ้างที่ไม่เป็นเหตุผล ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย จึงเป็นปัญหาที่ไม่สามารถยอมรับได้

ดังนั้นการให้ตีความของกัมพูชาจึงมีความชอบธรรม และการตัดสินของศาลก็จะยุติข้อพิพาทเหล่านี้ และนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศได้

ทั้งนี้กัมพูชายืนยัน ว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา ดังนั้นบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาที่อยู่ทั้งบริเวณตัวปราสาท และบริเวณโดยรอบตัวปราสาทพระวิหารจึงต้องเป็นของกัมพูชาด้วย ทหารไทยที่อยู่บริเวณดังกล่าวต้องถอนกำลังออกไปตามคำพิพากษาด้วย

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 20.00 น. เขมรแจงรอบ2ทนายปัดปลอมเอกสารแผนที่อ้างเจ้าสีหนุทวงติงรั้วแล้ว

เขาพระวิหาร

ร็อดแมน บุนดี

เมื่อเวลาประมาณ 20.00น. ที่ผ่านมานายร็อดแมน บุนดี ทนายความฝ่ายกัมพูชา ได้ขึ้นให้การทางวาจารอบสุดต่อศาลในคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505 โดยระบุว่า แนวรั้วลวดหนามตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไทยไม่ได้เป็นไปตามคำพิพากษาเมื่อปี 2505

อีกทั้งการที่ไทยยกกรณีพระบาทสมเด็จพระนโรดมสีหนุ อดีตกษัติรย์กัมพูชา ไม่คัดค้านต่อเส้นลวดหนามนั้น เป็นเพราะพระองค์ไม่อยากให้ทั้ง 2ประเทศ เกิดปัญหาขึ้นขณะเดียวกันพระองค์ได้คัดค้านมาตลอดทั้งก่อน และหลังการการเยือนเขาพระวิหาร แต่ประเทศไทยไม่ยอมรับ

ส่วนการที่ทีมกฎหมายทางไทย ระบุว่า กัมพูชาปลอมแปลงเอกสารแผนที่ขึ้นมาเพื่อยื่นเรื่องให้ศาลโลกตีความนั้น ก็ไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด เพราะแผนที่ทั้ง 2ฉบับมีการทำที่ต่างกันจึงทำให้ไม่สามารถนำทั้ง 2ฉบับมาทาบเชื่อมต่อกันได้ เรื่องนี้จึงมีข้อพิพาทเกิดขึ้นไม่ว่าในแง่ใดก็ตามในความหมายและขอบเขตคำพิพากษา ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ศาลต้องฟังคำขอของกัมพูชาเพื่อให้ตีความคำพิพากษาซ้ำอีกครั้ง

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 18.00 น. ทีมกฎหมายของกัมพูชา จะเข้าชี้แจงด้วยวาจาในคดีเขาพระวิหาร รอบที่ 2
ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย โดยจะมีกำหนดให้ถ้อยคำแถลงในเวลา 15.00 น. – 17.00 น. ตามเวลากรุงเฮก หรือประมาณ 20.00 – 22.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

…………………………………………………………

(17 เม.ย.) เกาะติดไทยแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก คดีเขาพระวิหาร

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 20.00น. ศาลโลกให้ไทย-กัมพูชา ส่งพิกัดพื้นที่รอบเขาพระวิหาร 26 เม.ย.

เขาพระวิหาร, ศาลโลก

ศาลโลก


ภายหลังการชี้แจงด้วยวาจาของฝ่ายไทยเสร็จสิ้นลง เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (17เม.ย.) ศาลโลกได้สั่งให้ทั้ง 2 ประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชาต้องส่งพิกัดพื้นที่รอบเขาพระวิหารให้กับศาลไว้พิจารณา ในวันที่ 26 เม.ย. นี้

หลังมีหนึ่งในผู้พิพากษาได้ตั้งคำถามกับทั้ง 2ประเทศในเรื่องของพิกัดทางภูมิศาสตร์หรือชี้จุดในแผนที่ ที่คู่ความคิดว่าเป็นพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชาตามคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505

พร้อมกันนี้ ได้สั่งให้ทั้งสองฝ่ายจะต้องส่งข้อสังเกตต่อคำตอบของคู่กรณีภายในวันที่ 3 พ.ค. เวลา 17.00 น. และขอให้คู่ความที่จะขึ้นให้ถ้อยแถลงด้วยวาจาในรอบที่ 2 ในวันที่ 18-19 เม.ย.นี้ในเวลา 15.00 น. (20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ให้ถ้อยแถลงด้วยข้อมูลที่ไม่ซ้ำกับสิ่งที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ และไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาให้หมด2 ชั่วโมง จากนั้นจึงจะปิดการพิจารณา

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 18.00 น. อแลง เปลเล่ต์ ยกประวัติศาสตร์เผยกัมพูชายอมรับไทยคืนปราสาทเขาพระวิหารให้เขมรแล้ว

เขาพระวิหาร

ศ. อแลง เปลเล่ต์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยปารีส อิกซ์ (น็องแตร์) ภาควิชากฎหมาย ชาวฝรั่งเศส หนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมายของฝ่ายไทย แถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก ระบุไทยทำตามคำพิพากษาของศาลโลกมาโดยตลอด และกษัตริย์ “สีหนุ” ทรงยอมรับว่าไทยคืนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชาแล้ว ขณะเดียวกันพระองค์ยังไม่มีการทักท้วงเรื่องลวดหนาม ดังนั้นจึงหมายความว่าทางกัมพูชาได้ยอมรับเรื่องรั้วลวดหนามเหมือนกัน

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 16.09 น. ผู้เชี่ยวชาญย้ำ แผนที่ในภาคผนวก 1 ที่กัมพูชาอ้างนำมาใช้จริงไม่ได้

เขาพระวิหาร

ศ.อแลง แปลเลต์ ที่ปรึกษาของทีมกฎหมายของไทย ได้ขึ้นชี้แจงต่อศาลโลก ระบุ แผนที่ภาคผนวก1 ที่ทางกัมพูชามักนำมาใช้กล่าวอ้างนั้น ไม่ได้มีความชัดเจน และหากนำมาใช้จริงจะเกิดปัญหาเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีอยู่จริงในการพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 จึงทำให้ไม่สามารถนำมาใช้อ้างตีความได้

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 15.55น. ศ.โดนัลด์ เอ็ม แม็คเรย์ ชี้คำร้องกัมพูชามีเบื้องหลังแอบแฝง เหตุศาลเคยปฏิเสธไปแล้วเมื่อปี 2505

เขาพระวิหาร

ศ.โดนัลด์ เอ็ม แม็คเรย์ สมาชิกศาลประจำอนุญาโตตุลาการ และทนายความของรัฐบาลนิวซีแลนด์ 1 ในทีมทนายของไทย ได้ชี้แจงตอนหนึ่งระบุว่า การกัมพูชาพยายามให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษ เป็นคำขอที่มีวาระซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากศาลศาลเคยปฎิเสธไปแล้ว เมื่อปี 2505 และยืนยันว่า ศาลโลกไม่มีอำนาจที่จะตีความในสิ่งที่เคยตัดสินไปแล้ว

คดีเขาพระวิหาร : เวลา 15.28 น. ไทยเริ่มแจงด้วยวาจา เขาพระวิหาร ต่อศาลโลกแล้ว

เขาพระวิหาร, ไทยแจงศาลโลกคดีเขาพระวิหาร

ไทยแจงศาลโลกคดีเขาพระวิหาร

ทีมกฎหมายของไทย ได้ขึ้นแถลงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในคดีปราสาทเขาพระวิหารแล้ว

โดยนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ ได้เริ่มต้นชี้แจงคนแรก เบื้องต้นได้ระบุว่า การที่กัมพูชาขอให้ศาลตัดสินชี้ขาดเขตแดนนั้นถือว่าทำไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ศาลโลกได้ปฏิเสธไปแล้วเมื่อ 50 ปีก่อน

เขาพระวิหาร

เขาพระวิหาร

…………………………………………………………

สรุปรวม 5 คำแถลงของกัมพูชาต่อศาลโลก ในคดีพระวิหาร 15เม.ย.

ก่อนหน้าที่ไทยจะเข้าชี้แจงด้วยวาจาในคดีเขาพระวิหารต่อศาลโลกวันนี้ (17 เม.ย.) ทาง MThai News ได้สรุปถ้อยแถลงด้วยวาจาของตัวแทนกัมพูชาและทีมทนายของกัมพูชาจากกรณีกัมพูชาขอตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาดังนี้

ฮอ นัม ฮง

คดีเขาพระวิหาร : ถ้อยแถลงที่ 1

ฮอ นัมฮง รองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ได้เผยถึงเหตุผลที่กัมพูชาขอให้ศาลตีความคำพิพากษาปี 2505 เนื่องจากเหตุการณ์การรุกรานของฝ่ายไทยในช่วงปี 2551-2552 ภายใต้รัฐบาลชุดที่แล้วของไทย หลังจากคณะกรรมการมรดกโลกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามคำขอของ กพช. และทั้งสองฝ่ายไม่สามารถแก้ไขโดยวิธีทางการทูตได้

ท่าทีของไทยไม่มีความสม่ำเสมอ และแสดงว่าไทยไม่เคยยอมรับคำพิพากษาปี 2505 และพยายามแย้งว่าไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับความหมายของคำพิพากษา ขณะเดียวกับที่พยายามตีความคำพิพากษาไปอีกทางหนึ่ง

ไทยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวและพยายามถ่วงเวลา โดยยังไม่มีการถอนกำลังออกจากเขตปลอดทหารชั่วคราวตามคำสั่งของศาลเมื่อ 18 กรกฎาคม 2555 หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการประชุมหารือกันแล้ว 3 รอบ ทำให้ผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้

ฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นกับท่าทีว่า เขตแดนในบริเวณปราสาทพระวิหารยังไม่มีการปักปัน ทั้งๆ ที่บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปี 2543 เป็นเรื่องของการจัดทำหลักเขตแดน เพราะเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารได้มีการปักปันแล้วตามแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งศาลใช้เป็นพื้นฐานในการพิพากษาเมื่อปี 2505

คำชี้แจงลายลักษณ์อักษรของไทยไม่สมเหตุสมผล และเป็นการพยายามวาดภาพคำพิพากษา 2505 ไปในทางที่สร้างความสับสน ทั้งนี้ คำขอของกัมพูชาเป็นเรื่องของการตีความคำพิพากษา ไม่ใช่เรื่องของการปฏิบัติตามคำพิพากษาและไม่ใช่เรื่องของการปักปันเขตแดน แต่ไทยพยายามเบี่ยงเบนศาลไปอีกทางหนึ่ง

ท่าทีของกัมพูชาเกี่ยวกับคำพิพากษาเดิมคือ กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาทและพื้นที่โดยรอบที่กำหนดโดยแผนที่ภาคผนวกหนึ่งที่ศาลใช้เป็นพื้นฐานคำตัดสิน ซึ่งนำไปสู่พันธกรณีที่ยังมีผลต่อเนื่องที่ไทยต้องปฏิบัติตามในการถอนกำลังออกจากพื้นที่ปราสาทพระวิหาร

คดีปัจจุบันเป็นเรื่องที่กว้างมากกว่าเรื่องของเขตแดนที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความสัมพันธ์อันดีและมั่นคงระหว่างสองประเทศ ซึ่งกัมพูชาหวังว่าศาลจะมีคำตัดสินที่จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง ทั้งนี้ เหตุการณ์ปะทะทางกำลังในช่วงปี 2551-2554 ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวปราสาท

การสูญเสียชีวิตและกระทบความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ศาลไม่ควรนิ่งเฉย

………………………………………………………………………………………..

คดีเขาพระวิหาร : ถ้อยแถลงที่ 2 ฌอง มาร์ค ซอเรล ทนายฝ่ายกัมพูชา
นายซอเรลกล่าวใน 3 ประเด็น ได้แก่

ฌอง มาร์ค ซอเรล

1.กัมพูชามองคดีนี้อย่างไร
กัมพูชาเห็นว่า ศาลมีเขตอำนาจในการตี ความ เนื่องจากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับขอบเขตและ ความหมายของคำพิพากษา นอกจากนี้ แผนที่ ภาคผนวก 1 เป็นเหตุผลเดียวที่ศาลใช้ในการ ตัดสิน และเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ไม่อาจแยกจากคำพิพากษาได้

2.กัมพูชามองข้อโต้แย้งของไทยว่าอย่างไร
กัมพูชาเห็นว่า ในคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรของไทย ไทยใช้ภาษาประชดประชัน โดยนายซอเรลได้สรุปข้อโต้แย้งของฝ่ายไทยตามที่กัมพูชาเข้าใจว่า ไทยเห็นว่าไม่มีข้อพิพาทและคำพิพากษาคดีเดิมมีความชัดเจนอยู่แล้ว

แต่กัมพูชากำลังขอให้ศาลตีความในสิ่งที่ศาลไม่ได้ตัดสินในคดีเดิม โดยกัมพูชาเห็นว่า ข้อโต้แย้งของไทยสับสนและขัดแย้งกันเอง และยุ่งยากโดยไม่จำเป็น

3.โครงสร้างของการให้การทางวาจาของกัมพูชาในวันนี้เป็นอย่างไร
นายซอเรลกล่าวถึงโครงสร้างของการโต้แย้ง ทางวาจาของกัมพูชาในวันนี้ ว่า

1) นายเบอร์แมน (แฟรงคลิน เบอร์แมน ทนายอีกคนฝ่ายกัมพูชา) จะกล่าวเกี่ยวกับเขตอำนาจศาล

2) นายบุนดี (นายบร็อดแมน บุนดี ทนายอีกคนของฝ่ายกัมพูชา) กล่าวว่า ไทยพยายามลดความสำคัญของแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งไม่ถูกต้อง

3) นายซอเรลจะกล่าวว่า แผนที่ภาคผนวก 1 เป็นเหตุผลเดียวที่ศาลใช้ในการตัดสิน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจแยกจากคำพิพากษาได้ (inseparable) จึงผูกพันไทย

คดีเขาพระวิหาร : ถ้อยแถลงที่ 3 แฟรงคลิน เบอร์แมน ทนายฝ่ายกัมพูชา

 แฟรงคลิน เบอร์แมน

1.ข้อต่อสู้ทางข้อเขียนของไทยเป็นการชี้นำว่าศาลในปี 2505 ตัดสินคดีปราสาทพระวิหารผิดพลาด แม้ฝ่ายไทยจะไม่ได้พูดตรงๆ และฝ่ายไทยพยายามใช้กระบวนการพิจารณาในคดีตีความปัจจุบันเป็นโอกาสให้ศาลแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวได้ จึงถือได้ว่าไทยพยายามขอให้ศาลทบทวนคำพิพากษาเดิม

2.แนวคำพิพากษาของศาลได้วางเงื่อนไขเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง (admissibility) ในคดีตีความไว้ 3 ประการ ได้แก่

2.1 ต้องปรากฏข้อพิพาทระหว่างคู่ความ
2.2 ข้อพิพาทดังกล่าวต้องเกี่ยวข้องกับขอบเขตและความหมายของคำพิพากษาเดิม
2.3 คำขอตีความต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อขอการตีความประเด็นที่ศาลได้ตัดสินไปแล้วและมีผลผูกพันคู่ความได้

3.ตามแนวคำพิพากษา ข้อพิพาทไม่จำเป็นต้องปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการหรือในรูปแบบใดเป็นการเฉพาะ และเพียงพอแล้วหากสามารถพิสูจน์ได้ว่า คู่ความมีความเห็นที่แตกต่างกัน

4.ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นที่ต่างกันเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษา โดยกัมพูชาไม่เคยยอมรับว่าไทยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว

5.ต่อข้อโต้แย้งของไทยที่ว่ากัมพูชาเปลี่ยนคำขอให้ตีความในคำให้การฉบับที่สอง (Response) โดยขอเพิ่มให้ศาลตีความวรรคปฏิบัติการที่ 1 ด้วย เป็นสิ่งที่ทำได้ โดยในคดี Avena ศาลได้กล่าวไว้เองว่า ศาลจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า

ปรากฏข้อพิพาทระหว่างคู่ความเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษาหรือไม่ภายหลังจากได้พิจารณาคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรของคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว ดังนั้น ข้อต่อสู้ของไทยในคำอธิบายเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรว่า กัมพูชาเปลี่ยนคำขอให้ตีความในคำให้การฉบับที่สอง (Response) และศาลรับพิจารณาไม่ได้ จึงไม่มีพื้นฐาน

6.กัมพูชาได้แสดงให้เห็นว่ามีข้อพิพาทเกี่ยวกับขอบเขตและความหมายของบทปฏิบัติการ และอะไรคือประเด็นที่ศาลได้ตัดสินไปแล้วและมีผลผูกพันคู่ความ

7.เส้นมติ ครม.ของไทยปี 2505 ไม่มีพื้นฐานใดๆ และเป็นการตัดสินใจที่ไร้เหตุผล และแสดงให้เห็นว่า เป็นการตีความฝ่ายเดียวของไทย นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า การตีความและการปฏิบัติตามคำพิพากษามีความเกี่ยวข้องกัน และคำพิพากษาปี 2505 ขาดความชัดเจน (ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ไทยต่อสู้)

8.กัมพูชามองว่าการตีความคำพิพากษาไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงข้อต่อสู้ของคู่ความที่เสนอต่อศาลในคดีเดิม เนื่องจากคำพิพากษา “มีชีวิตของตนเอง” (a life of its own)

9.แผนที่ภาคผนวก 1 เป็นเหตุผลที่ไม่อาจแยกได้จากบทปฏิบัติการของคำพิพากษา (inseparable) และแม้ศาลจะพิจารณาเหตุผลประการอื่น อาทิ การเสด็จเยือนปราสาทของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และแม้ศาลจะอ้างถึงการเสด็จดังกล่าวว่าเป็น “เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุด”

แต่ก็เป็นการพิจารณาในบริบทที่ว่า ไทยได้ยอมรับเส้นเขตแดนตามที่ปรากฏตามแผนที่ภาคผนวก 1 แล้วหรือไม่ ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาแผนที่ภาคผนวกใน 12 หน้า ในขณะที่ศาลพิจารณาการเสด็จเยือนของสมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ใน 2 วรรค

10.หลักกฎหมายที่ไทยยกต่อสู้ กล่าวคือ ศาลไม่อาจตัดสินเกินคำขอได้ (non ultra petita) ไม่กระทบต่ออำนาจศาลในคดีตีความ ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษ นอกจากนั้น แม้แผนที่ภาคผนวก 1 จะไม่ได้รับการตัดสินอย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับการพิจารณาจากศาล

11.กัมพูชาคัดค้านคำแถลงสรุปของไทยตามที่ปรากฏในคำอธิบายเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อสาม ที่ขอให้ศาลตัดสินว่า ศาลในปี 2505 ไม่ได้ตัดสินว่า เขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นไปตามแผนที่ภาคผนวก 1 เนื่องจากเป็นคำขอที่เกี่ยวข้องกับเส้นแผนที่ทั้งเส้น และเกินขอบเขตคำขอของกัมพูชา

12.การตีความคำพิพากษาไม่มีอายุความ และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยความตกลงของคู่ความภายหลังคำพิพากษา หรือการยอมรับโดยการนิ่งเฉย

………………………………………………………………………………………..

คดีเขาพระวิหาร : ถ้อยแถลงที่ 4 บร็อดแมน บุนดี ทนายฝ่ายกัมพูชา

บร็อดแมน บุนดี

1.กัมพูชาเห็นว่าคู่กรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษาคดีเดิม เมื่อปี 2505 ซึ่งทำให้ศาลมีอำนาจตีความคำพิพากษาดังกล่าว ดังนี้

1.1 กัมพูชาเห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีของไทยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2505 เป็นการ “ตีความ” คำพิพากษาโดยฝ่ายเดียวของประเทศไทย และไม่ได้อธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยจึงเลือกใช้ “วิธีที่สอง” ในการปฏิบัติตามคำพิพากษาและในการล้อมรั้วลวดหนาม ซึ่งท่าทีของไทยเกี่ยวกับเส้นมติ ครม.นี้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยในเวลาต่อมา

1.2 กัมพูชาตอบข้อต่อสู้ของไทยที่ว่ากัมพูชายอมรับการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแล้วและไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคู่กรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของคำพิพากษา

โดยยกตัวอย่างการดำเนินการและเอกสารต่างๆ ในช่วงปี 2505-2510 ที่เป็นการโต้แย้งเส้นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2505 ของไทย อาทิ แถลงข่าวของสมเด็จนโรดม สีหนุ บันทึกการประชุมระหว่างฝ่ายกัมพูชาและรายงานผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ (นาย Gussing และ นาย De Ribbing) คำแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาต่อสหประชาชาติ และบันทึกของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในประเทศไทย

1.3 การดำเนินการของไทยเองสะท้อนว่าไทยมีการตีความคำพิพากษาฝ่ายเดียว โดยชี้ว่า ข้อความในหนังสือที่ไทยส่งถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อปี 2554 ที่กล่าวถึงความเข้าใจเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลโลกแต่ฝ่ายเดียวของกัมพูชา
1.4 ไทยเคยยอมรับการดำเนินการของฝ่ายกัมพูชา อาทิ การที่ชาวกัมพูชาได้เข้าไปตั้งหลักแหล่งในพื้นที่ที่เป็นของกัมพูชาตามแผนที่ภาคผนวกหนึ่งและอยู่นอกเหนือเส้นมติ ครม.ของไทย

ซึ่งไทยไม่ได้ประท้วง และการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปี 2543 ซึ่งเป็นเรื่องของการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ซึ่งสะท้อนว่าเอ็มโอยูดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการปักปันเขตแดน และแสดงว่าไทยสับสนระหว่างการปักปันกับการจัดทำหลักเขตแดน
1.5 ท่าทีไทยเปลี่ยนแปลงไปมาตามกระแสการเมืองภายในของไทย โดยชี้ว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนมีความสงบมาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ความขัดแย้งในกัมพูชายุติลง จนถึงช่วงปี 2549-2550

โดยท่าทีไทยที่เคยเป็นเชิงบวกต่อการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้เปลี่ยนเป็นการคัดค้านในเรื่องเขตพื้นที่รอบปราสาท และยกตัวอย่างกรณีแถลงการณ์ร่วมปี 2551

2.ไทยใช้ข้อต่อสู้อันเกิดจากแผนที่และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลังคดี ซึ่งในทางกฎหมายแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีปัจจุบันเนื่องจากในการตีความ ศาลสามารถใช้พยานหลักฐานเฉพาะที่ได้ปรากฏต่อศาลในคดีเดิมเท่านั้น

2.1 ศาลไม่ได้รับทราบถึงหรือพิจารณาแผนที่ “ภาคผนวก 1″ รุ่นต่างๆ ที่ฝ่ายไทยได้ค้นพบขึ้นเร็วๆ นี้ แผนที่เดียวที่ศาลได้ตัดสินว่าไทยยอมรับคือแผนที่ภาคผนวกหนึ่งที่แนบกับคำฟ้องคดีเมื่อปี 2502

2.2 ไทยได้พยายามอ้างถึงข้อผิดพลาดของแผนที่ภาคผนวกหนึ่งทั้งในคดีเดิมและคดีปัจจุบัน แต่ข้อผิดพลาดเหล่านั้นเกิดขึ้นเนื่องจากมีการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งคู่กรณีสามารถอ้างและเจรจาเกี่ยวกับข้อผิดพลาดเหล่านั้นได้ในการเจรจาปักหลักเขตแดนเท่านั้น

3.ข้อต่อสู้ของไทยที่ให้ศาลย้อนกลับไปพิจารณาหลักฐานทางเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของทั้งสองฝ่ายผลิตขึ้นเพื่อพิสูจน์แนวสันปันน้ำในคดีเดิมเป็นความพยายามที่จะฟื้นคืนชีพให้แก่สันปันน้ำซึ่งเป็นท่าทีของไทยในคดีเดิม และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีตีความในปัจจุบันเนื่องจากศาลในคดีเดิมไม่ได้พิจารณาหลักฐานเหล่านั้น

………………………………………………………………………………………..

คดีเขาพระวิหาร : ถ้อยแถลงที่ 5 ฌอง มาร์ค ซอเรล ทนายฝ่ายกัมพูชา
กัมพูชาแจงศาลโลก, เขาพระวิหาร

1.ศาลมีอำนาจตีความหรือไม่

1.1 ในคดี ChorZow Factory : Permanent Court ตัดสินว่า ศาลจะมีอำนาจตีความก็ต่อเมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับขอบเขตและความหมายของคำพิพากษาเดิม แต่หากมีข้อพิพาทว่า ประเด็นใดเป็นประเด็นที่ศาลตัดสิน ก็เป็นประเด็นที่ตีความได้เช่นกัน กัมพูชาเห็นว่ามีข้อพิพาทดังกล่าว ศาลจึงมีเขตอำนาจ

1.2 กัมพูชาเข้าใจดีว่า ศาลจะสามารถตีความคำพิพากษาได้แต่ไม่สามารถตีความส่วนที่เป็นเหตุผลได้ เว้นแต่ส่วนที่เหตุผลนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจแยกจากคำพิพากษาได้ ซึ่งกัมพูชาเห็นว่าในคดีนี้ แผนที่ภาคผนวก 1 เป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจแยกออกจากคำพิพากษาได้

2.กัมพูชาเห็นว่า แผนที่ภาคผนวก 1 เป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจแยกออกจากคำพิพากษา ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

2.1 กัมพูชาเห็นว่า ศาลต้องทราบว่าเส้นเขตแดนอยู่ที่ไหน จึงจะสามารถตัดสินได้ว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และแม้ไทยจะอ้างว่าคดีเดิมเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารเท่านั้น ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับเขตแดน

แต่ข้อโต้แย้งดังกล่าวเป็นข้อโต้แย้งที่ผิด เพราะก่อนที่ศาลจะตัดสินเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ศาลต้องทราบก่อนว่าเขตแดนอยู่ที่ใด ซึ่งในที่สุด ศาลได้รับรองเส้นเขตแดนระหว่างประเทศที่มีอยู่แล้ว ตามแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งในคำพิพากษาศาล แผนที่เป็นประเด็นหลักที่ศาลพิจารณา โดยได้พูดถึงแผนที่ภาคผนวก 1 ทั้งหมด 20 ครั้ง และพูดถึงคำว่าเขตแดนมากกว่า 120 ครั้ง

2.2 ไทยอ้างว่า มีเหตุผลอื่นๆ อีก นอกจากแผนที่ภาคผนวก 1 ที่ทำให้ศาลตัดสินว่าปราสาทอยู่ในดินแดนของกัมพูชา แต่กัมพูชาเห็นว่า เหตุผลเหล่านั้นเป็นเหตุผลที่ศาลนำมาใช้ในภายหลังเพื่อยืนยันคำสรุปที่ศาลได้ตัดสินแล้วบนพื้นฐานของแผนที่ภาคผนวก 1

2.3 กัมพูชาไม่ได้อ้างว่าเหตุผลเป็นส่วนหนึ่งของคำตัดสินที่มีผลผูกพันของกฎหมาย (res judicata) แต่เหตุผลก็มีน้ำหนักทางกฎหมาย (authority) และเป็นสิ่งที่ทำให้ศาลได้ตัดสินเช่นกัน ซึ่งในคดีนี้กัมพูชาไม่ได้ขอให้ศาลตีความตัวแผนที่ภาคผนวก 1 แต่กัมพูชาเห็นว่า การที่คู่กรณีจะเข้าใจคำพิพากษาว่า เหตุใดศาลจึงตัดสินให้ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนกัมพูชา คู่กรณีทั้งสองจะต้องพิจารณาแผนที่ภาคผนวก 1

2.4 กัมพูชาเห็นว่าเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนกับเส้นเขตแดนมีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีนี้คู่กรณีจำเป็นต้องทราบว่าจะต้องถอนทหารออกจากบริเวณใด

3.กัมพูชาคัดค้านท่าทีไทยที่ระบุไว้ในท่าทีที่เป็นลายลักษณ์อักษรของไทย ดังนี้

3.1 ไทยอ้างว่า ศาลไม่ได้ตัดสินประเด็นเขตแดน และเขตแดนเป็นสิ่งที่ต้องตกลงกันตามเอ็มโอยู 2543 แต่กัมพูชาเห็นว่าเอ็มโอยู 2543 เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการปักหลักแดน นั่นคือ เขตแดนต้องมีอยู่แล้ว โดยเป็นไปตามคำพิพากษา 2505 และแผนที่ภาคผนวก 1

3.2 ไทยอ้างว่า การจะเข้าใจคำพิพากษาเดิมของศาลต้องพิจารณาจากคำให้การของทั้งสองฝ่ายระหว่างปี 2502-2505 อย่างไรก็ดี กัมพูชาเห็นว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไปแล้ว เพราะศาลได้ให้เหตุผลของศาลในคำพิพากษาเมื่อปี 2505 แล้ว
3.3 คำขอของไทยที่ขอศาลตัดสินว่า ศาลในปี 2505 ไม่ได้ตัดสินให้แผนที่ภาคผนวก 1 ทั้งฉบับเป็นเส้นเขตแดนนั้น ศาลไม่สามารถรับฟังได้เนื่องจากคดีเดิมจำกัดพื้นที่พิพาทอยู่ในบริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้น
………………………………………………………………………………………..

คดีเขาพระวิหาร วันที่ 16 เม.ย. สุรพงษ์’ยันไทยหักล้างเขมรปมพระวิหารได้ทุกประเด็น

รมว.ต่างประเทศ ยันไม่หนักใจ ไทยพร้อมหักล้างคำแถลงฝ่ายกัมพูชาทุกประเด็น เผย นายกฯ โทรให้กำลังใจเป็นห่วงกลัวประชาชน เข้าใจผิด สั่ง กต. ชี้แจงรายละเอียดให้ชัด ด้าน พงศ์เทพ ย้ำสู้เขมรศาลโลก ไม่รับตีความ

เมื่อ เวลาประมาณ 22.30 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ทางไกลจากกรุงเฮกมายังกระทรวงต่างประเทศ ภายหลังรับฟังกัมพูชาให้การทางวาจา จากการรับฟังการชี้แจงของกัมพูชา นาน 4 ช.ม. นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คณะที่ปรึกษากฎหมายต่างประเทศของกัมพูชา พยายามอธิบายว่าทำไม กัมพูชา ต้องการให้ศาลโลกตีความ รวมถึงพยายามหักล้างเหตุผลของไทยที่เคยแจ้งต่อศาลโลกเป็นลายลักษณ์อักษรไป ก่อนหน้านี้

โดย กัมพูชา ขอให้ศาลโลกตีความให้ชัดเจนและมีความเห็นให้ถูกต้องตามฝ่ายกัมพูชา ส่วนที่ กัมพูชา พยายามอ้างว่า ไม่เคยได้รับทราบการที่ไทยล้อมรั้วลวดหนามนั้น ที่จริง เราเคยบอกแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชา เคยเห็นมาแล้ว และไม่ได้ปฏิเสธ ซึ่งเราจะชี้ประเด็นนี้ให้ศาลโลกเห็น เพื่อเป็นการแก้ต่างว่า ฝ่ายกัมพูชา มาเห็นแล้ว  อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมของการชี้แจงของกัมพูชานั้น รู้สึกว่าไม่หนักใจใด ๆ เพราะประเด็นต่าง ๆ ที่กัมพูชานำเสนอเป็นไปตามที่ทีมงานคาดหมายไว้หมดแล้ว และฝ่ายไทยพร้อมเสนอข้อหักล้างเช่นกัน ทั้งนี้ ต้องรอฟังและติดตามรายละเอียดคำชี้แจงของไทย ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เวลา 15.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว

ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาหา ตั้งแต่ช่วงพักช่วงแรก หลังจากที่ได้ติดตามการถ่ายทอดการชี้แจงทางวาจา  นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ชื่นชมที่ตนได้ทักทายกับ นายฮอร์ นัมฮง ในห้องพิจารณาคดีตอนช่วงเช้า พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ดูแลปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่แล้ว  โดยขอให้คณะผู้แทนไทย ได้ทำงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม นายกฯ เห็นว่ายังมีบางเรื่องที่คนไทยอาจจะไม่เข้าใจ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงในรายละเอียดและปูพื้นคดี เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ

ด้าน พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เขาพยายามจะหยิบในส่วนที่มีการโต้แย้ง ในส่วนของทางเรา ก็จะหยิบเรื่องที่เขาไม่ได้โต้แย้งมาต่อสู้ อย่างประเด็น เจ้าสีหนุ ขึ้นบนปราสาทพระวิหาร แล้วเห็นเราตีเส้นลวดหนาม แต่ท่านสีหนุ ไม่ได้รับสั่งอะไร แค่บอกว่าตีเส้นกินแดนเข้ากัมพูชาไม่กี่เมตรเอง แล้วเขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรที่เป็นทางการอย่างจริงจัง ในส่วนของไทยเรา ก็เชื่อว่าเรามีน้ำหนัก  ทางการทหารเขาก็พูดขึ้นมานิดหน่อย แต่ไม่ได้มีอะไรมาก เขาอ้างว่า มาสร้างวัดเจดีย์ ตลาดแล้ว เขาอ้างว่าเราประท้วงเขาช้า แต่เราก็ประท้วงไป ซึ่งทีมกฎหมายก็จะว่ากันต่อไป ส่วนเรื่องปะทะ เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้มาก แต่แค่เกริ่นเพื่อนำเข้าสู่ศาลโลกเท่านั้นเอง

ขณะ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฯศึกษาธิการ กล่าวว่า คดีนี้ กัมพูชา ขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษา ในปี 2505 ในส่วนที่ว่าให้ไทยถอนทหารออกจากบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร แต่ไทยและกัมพูชา เห็นต่างกัน อาทิ แผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่ 1:200,000 ที่ กัมพูชาพยายามอ้างว่า ต้องถอนทหารออกไปตามเส้นเขตแดนในแผนที่ดังกล่าว พร้อมอ้างว่าเป็นเหตุผลสำคัญในคำพิพากษา เมื่อปี 2505 แยกออกจากกันไม่ได้ ส่วนในวันที่ 17 เม.ย.นี้ ไทยจะนำเสนอว่า ศาลควรจะรับตีความหรือไม่ อย่างไร และความเห็นต่อเรื่องแผนที่ดังกล่าว ขอให้สบายใจได้

คดีเขาพระวิหาร “ฮอร์ นัมฮง” บอกยอมรับคำตัดสินปี 2505 แต่ขอตีความคำตัดสินอาณาเขตและคำสั่งถอนทหาร หวังลดความขัดแย้ง 2 ประเทศ

19.00น. การ ให้การทางวาจาเพิ่มเติม ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยช่วงแรก คณะผู้พิพากษาได้ชี้แจงถึงรูปแบบการให้การของทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้น นายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศของกัมพูชา ชี้แจงว่า ประเทศไทย มีปัญหาเรื่องการตีความตั้งแต่ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกัน และเกิดการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีประชาชน และ จนท.ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดย นายฮอร์ นัมฮง ย้ำว่า กัมพูชายอมรับคำตัดสินตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ปี 1962 หรือ ปี 2505 ซึ่งจะขอให้ศาลตีความคำตัดสินในเรื่องอาณาเขต รวมถึงคำสั่งการถอนกำลังทหารบริเวณชายแดนด้วย เพื่อหวังว่าจะช่วยให้คลี่คลายความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศขณะที่ ทนายความของฝ่ายกัมพูชา ชี้แจงด้วยว่า ตั้งแต่แรก ทั้ง 2 ประเทศ ยอมรับคำตัดสินของศาลในแผนที่ภาคผนวก 1 แต่ไทยกลับพยายามสร้างความสับสน โดยอ้างแผนที่อีกฉบับขึ้นมา ซึ่งก่อให้เกิดมีการรุกรานพื้นที่ แม้ว่า ทางกัมพูชา ได้ใช้วิธีการเจรจาทางการทูต แต่ไทยกลับพยายามตีความฝ่ายเดียว ซึ่งมีการใช้คำพูดเสียดสีก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ กัมพูชา ยืนยันว่า การขอให้ศาลตีความครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อการปักปันเขตแดน แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและลดความขัดแย้ง ให้ดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสำหรับการติดตามการถ่ายทอดสดการให้ การทางวาจา ที่กระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้มีสื่อมวลชนให้ความสนใจติดตามการถ่ายทอดสดเป็นจำนวนมาก

เริ่มแล้ว! เขมรชี้แจงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร ต่อศาลโลก

15.47 น. ฮอร์ นัมฮง แถลงคดีปราสาทพระวิหารต่อศาลโลกว่าการพิจารณาครั้งนี้จะช่วยเกิด สันติภาพในภูมิภาคนี้-ขอขอบคุณศาลฯที่ให้กัมพูชา-ไทยได้เข้าชี้แจง ก่อนจะจบถ้อยแถลงรอบแรกในเวลาต่อมา

โดยพยายามย้ำว่าสาเหตุที่กัมพูชาต้องนำคดีเขาพระวิหารขึ้นสู่ศาลโลก เป็นเพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ ส่งกำลังทหารรุกรานประเทศกัมพูชา ในพื้นที่รอบๆปราสาทพระวิหาร และการที่กัมพูชาต้องการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น เพราะกัมพูชาต้องการให้ตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2502 เรื่องเขตแดนที่ชัดเจน แต่ไม่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดน

15.30 น. ฮอร์ นัมฮง รองนายกฯ และรมต.ต่างประเทศกัมพูชา เป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชาแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหาร โดยคำร้องของกัมพูชาต่อศาลโลกในคดีนี้คือ ขอให้ศาลตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 NBT ถ่ายทอดสด แปลเป็นภาษาไทย
……………………………………………………………..

กัมพูชา จะเริ่มแถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร ก่อนวันนี้ 15.00-18.00 น. และ 20.00-21.30 น.

วันนี้ (15 เม.ย.) เป็นวันแรกที่ไทย และกัมพูชา จะเข้าชี้แจงถ้อยแถลงด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในคดีปราสาทเขาพระวิหาร เป็นวันแรก

เขาพระวิหาร

โดยกัมพูชาจะได้โอกาสในการชี้แจงก่อน ในเวลา 15.00-18.00 น. และ 20.00-21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนไทยจะให้ถ้อยแถลงต่อศาลโลกในวันที่ 17 เมษายนนี้ ซึ่งตัวแทนประเทศไทยในการต่อสู้คดีต่างยืนยันว่า ข้อมูลของไทยสู้ได้แน่นอน

สำหรับช่องทางการรับชมถอยแถลงด้วยวาจาดังกล่าว ทางกระทรวงต่างประเทศได้จัดช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนได้รับชมทั้งภาพ และเสียงได้ทาง www.phraviharn.org และการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง11 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.5, AM 891 รวมถึงสถานีวิทยุสราญรมย์ที่ AM1575

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึง http://www.icj-cij.org/homepage และ http://webtv.un.org ซึ่งเป็นของศาลโลก และขององค์การสหประชาชาติตามลำดับ

Mthai News

เขมรไม่จบปมพระวิหาร ไทยจัดทัพใหญ่ชน 15 – 19 เมษาฯ
เขาพระวิหาร
แนวหน้าชุดกำลังรบทั้งไทยและกัมพูชาของ 2 ประเทศ ต่างจับตากันแบบวินาทีไม่คลาดสายตา หลังทั้ง 2 ฝ่ายประชิดชายแดน

เขมรหวังคนไทยหยุดอ้างสิทธิ์พื้นที่พิพาท

รองนายกฯ กัมพูชา พร้อมขึ้นชี้แจงต่อศาลโลก คดีพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหาร พร้อมหวัง คนไทยหยุดอ้างพื้นที่ที่เป็นปัญหาดังกล่าว

………………………………………………………………………………………………………………
ศึกนอกเริ่มประชิด ศึกในยังวก แก้รธน. เขมรยกทัพบุกศาลโลกจ่อขย่ำไทย ชิงพระวิหารก่อนชัดปลายปี

จับตากลางเดือนแห่งความสุขคนไทยในช่วงสงกรานต์ ระหว่าง 15-19 เมษายน ที่อาจไม่มีสุข กับความคืบหน้าในการต่อสู้คดีเขาพระวิหาร ก่อนจะชัดเจนจริงในปลายปีนี้

MThai News

ตามติดการชี้แจงทางวาจาสู้คดีเขาพระวิหารต่อศาลโลก ที่นี่ . . .

 คดีเขาพระวิหาร

………………………………………………………………………………………………………………

innnews
 : , ,
อ่านแล้ว : 6785 ครั้ง
ติดต่อทีมข่าว : news@mthai.com
ข่าวด่วนถึงมือคุณ MThai SMS News ทันทุกเหตุการณ์ ไม่พลาดทุกข่าวร้อน
สนใจรับข่าว AIS กด *482590800 แล้วโทรออก True และ DTAC กด *4825908 แล้วโทรออก
ติดตาม ! ข่าวด่วน ข่าวดัง กระแสข่าวฮิต บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น

ล่าสุด! ระบบ Comment สามารถใส่ #hashtag ได้แล้วนะจ๊ะ

:

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร
  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ตัวปราสาทมันเป็นของเขมรอยู่แล้ว แต่พื้นที่รอบนอกถ้ายึดตามสัญญาที่ไทยทำกับฝรั่งเศสมันเป็นของเขมรทั้งหมด ถ้าไทยไม่โง่ตั้งแต่ตอนทำสัญญาครั้งนั้น ปัญหาก็จะไม่เกิดตามมาแบบนี้ ขึ้นศาลครั้งนี้เปอร์เซ็นต์ชนะ เขมร90% ไทย10% แต่ถ้าคิดแบบเสมอ ถ้าไทยมีหลักฐานมากพอที่จะยันเขมรได้ก็เป็นไปได้มากพอควร ไทย60% เขมร40% ดังนั้นเราไม่มีทางชนะและได้ตัวปราสาทแน่นอน สรุปต้องมาเจรจาและพัฒนาร่วมกันอยู่ดี กรณีนี้ศาลจะต้องไม่ตีความนะ ไทยถึงจะไม่เสียประโยชน์

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    โอนให้มันเลย…สัตย์ เมื่อไม่มีทีท่าจะเอาชนะเขมร แถมยังมีรัฐมนตรีไทยเลือดเขมรบางตัว ยังไปเข้าข้างเขาอีก

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ในอดีตไทยเอง เป็นผู้ขอร้องให้ฝรั่งเศสเป็นผู้เขียนแผนที่ให้ แล้วฝรังเศสก็เขียนแผนที่ขึ้นมาฉบับหนึ่งสำเร็จ โดยขีดเอาเขาวิหาร และพื้นที่ทับซ้อน เข้าไปในเขตแดนเขมร ทำให้ไทยดีใจมากที่ได้แผนที่เป็นของตัวเอง และไทยก็ไม่เคยคัดค้าน แถมยังพิมพ์แผนที่ 500 กว่าแผนแจกจ่ายให้รู้โดยทั่วกันด้ว
    โดย : kokocun (#3061315) /> —————————- /> นี่ควายต่อจริง เค้ามัดมือชกเราไอ้ควาย

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    คราวนี้แหละ พวกชาวบ้านที่อยู่แถวชายแดนได้ย้ายออกจากที่เดิม เพราะจะกลายเป็นที่เขมรแล้ว ..

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    เขมรจะอ้างความเป็นประเทศเล็กที่ด้อยกว่าไทยในทุกทาง และเคยถูกไทยรุกรานในอดีต แต่เลี่ยงที่พูดถึงที่ไทยได้เคบช่วยเหลือในช่วงสงครามกลางเมืองที่เขมรฆ่ากันเอง และหลังจากนั้นตลอดมา นี่แหละเขมร

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    หมาแม้วงัย อิอิที่ยกให้เขมร อิอิถ้างั้นมันไม่หนีหรอก

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    สุดยอดยุค ทักษิณ
    อีสานยกให้ เขมร
    ภาคใต้ยกให้ มาเลเซีย
    ต่อไป พม่า ลาว ขอมั่ง
    แล้วประเทศไทยจะเหลือ

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    แล้วเมิงเป็นใคร

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ในอดีตไทยเอง เป็นผู้ขอร้องให้ฝรั่งเศสเป็นผู้เขียนแผนที่ให้ แล้วฝรังเศสก็เขียนแผนที่ขึ้นมาฉบับหนึ่งสำเร็จ โดยขีดเอาเขาวิหาร และพื้นที่ทับซ้อน เข้าไปในเขตแดนเขมร ทำให้ไทยดีใจมากที่ได้แผนที่เป็นของตัวเอง และไทยก็ไม่เคยคัดค้าน แถมยังพิมพ์แผนที่ 500 กว่าแผนแจกจ่ายให้รู้โดยทั่วกันด้วย พอสู้คดีเขาวิหารเมือปี 2505 ศาลโลกจึงให้ไทยเป็นคนแพ้ เพราะยึดเอาตามแผนที่ฝรังเศส ที่ไทยขอร้องให้ฝรังเศสเขียนให้ แต่พวกพรรค ปชป. ทำคดีแพ้ไม่กล้าพูดความจริง กลัวคะแนนพรรคเสีย ไม่กล้าแสดงความรับผิดชอบ เลยหลอกคนไทยมาตลอดมา ว่าแผนดินใต้ปราสาทเขาวิหารยังเป็นของไทย ที่ทับซ้อนยังเป็นของไทย บริเวณรอบปราสาทเขาวิหารยังเป็นของไทย แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย หลอกคนไทยทั้งนั้น เพราะไม่กล้ารับความจริง กับสิ่งที่พรรคตัวเองทำผิดพลาด เหมือนซุกปัญหาเอาไว้ใต้พรม

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    นี่ละคนไทย โทษกันไปโทษกัน ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด
    ไม่แปลกใจที่มีแต่reps ที่คิดว่าตัวเองเก่ง และรู้เรื่องดีกว่าคนอื่นๆ

    อันที่จริง ยกให้เค้าไปมันก็ไม่เห็นเป็นไรทั้งหมดนั้นละ
    พื้นที่ และเขาพระวิหาร ถ้ามันน่ารำคาญมากนัก

    บอมมันทิ้งไปเลย และเปิดสงครามกันไป

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    หมาตัวไหนถอนตัวเองออกจากมรดกโลก
    หมาตัวไหน ยกเลิก MOU 47
    หมาตัวไหนบอกว่าแผนดินใต้ปราสาทเขาวิหารยังเป็นของไทย
    หมาตัวไหนดีแต่ปาก

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    คนไทยถูกพรรค ปชป. หลอกมานานแล้ว ไม่ยอมรับความจริง เพราะในอดีต เราเป็นคนไม่สนใจเรืองเขาวิหารเอง ไม่เคยเรียกร้องสิทธิ์ในเขตแดนเอง

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    นายสะดึกและสโตกสามแปด ถ้าคนอยากได้ที่ของเมิงหรือของๆเมิง เมิงคงกราบเท้าแล้วถวายให้โดยดีละซิ

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ไทยเป็นคนขอร้องให้ฝรั่งเศสเขียนแผนที่ให้ แล้วฝรังเศสก็เขียนแผนที่ รวมเอาเขาวิหารเป็นของเขมร แล้วไทยก็ไม่เคย กล่าวถึง สนใจ เขาวิหารเลย พึงจะมาสนใจเอาต้อนเสียเขาวิหาร

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    มึงยังจะทะเลาะกันอีกหรอวะ นี่เรากำลังจะเสียดินแดนนะครับ เสียดินแดนหนะพวกมึงฟังแล้วรู้สึกอะไรไหม แผ่นดินไทยเป็นของคนไทยทุกคน มันอยากได้พระวิหารก็เอาไปแต่ดินแดนเป็นของไทยให้มันยกออกไปเลย แต่ดูแล้วยังไงไทยก็แพ้คดี เราเสียดินแดนไปเรื่อยๆแล้วนะครับนี่หละคือผลมาจากความอ่อนแอของประเทศเราเอง เมื่อเราอ่อนแอประเทศเพื่อนบ้านที่ล้อมเราไว้พร้อมที่จะเชือดคอเราได้ตลอดเวลา และถ้าเรายังไม่สามัคคีกันอีก ประเทศก็ไม่พัฒนาก็จะมีอะไรแบบนี้วนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ อย่ารู้สึกตัวตอนสายไปเลยครับคนไทย เงินทองมากมายก็ไม่มีอะไรเทียบเท่าการอยู่ในแผ่นดินของตัวเองหรอกครับ

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ผมไม่รู้ยังไง แต่เขาพระวิหารมันอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว คนไทยจำต้องย้ายหมู่บ้านออก

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ถ้าหน้าเหลี่ยมยังอยู่ คงยกให้เขมรไปแล้ว เพราะผลประโยชน์ในภายภาคหน้ามีอีกเยอะที่หน้าเหลี่ยมจะไปกอบโกยจากเขมร..

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    กริพเพ้น พึ่งมาอีก 3 ลำ เหลืออีก 3 ลำถ้าจำไม่ผิด
    ครบฝูกบิน รอบนี้เราไม่ตามก็ได้ใช่ม่ะเพราะเราออกจาก
    กลุ่มอะไรนั้นแหละ ถ้าฟังไม่ผิดน่ะต้องขอบคุณเสื้อเหลือง

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ผมไม่เข้าใจเลยว่าพวกคุณจะเถียงกันทำไมว่าใครผิดใครถูก น่าเสียดายจริงๆ ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ มีที่ท่องเทียวที่สวยงาม มีอาหารกินกันอย่างเพียงพอจนต้องส่งออกถึงกับพูดได้ว่าเป็นครัวของโลกได้ แต่เสียอย่างเดียวที่คนไทยไม่มีคือ ความสามัคคี สิ่งเดียวและสิ่งสำคัญที่สุด ที่คนไทยไม่มี

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ให้ เกาหลีเหนือ ตั้งพิกัด ยิงนิวเคลียร์ ถล่ม เลย

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    “ฮอร์ นัมฮง” ……..โดยพยายามย้ำว่าสาเหตุที่กัมพูชาต้องนำคดีเขาพระวิหารขึ้นสู่ศาลโลก เป็นเพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ ส่งกำลังทหารรุกรานประเทศกัมพูชา

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ตามที่ติดตามดูข่าว อาณาเขตที่ไทยนำแสดงน่าจะถูกต้อง เป็นสากลมากกว่า

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    เห็นควายแดงแต่งเพลงสดุดีฮุนเซน.. ไอ้พวกควาย

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ผมว่าไทยต้องเคลื่อนกำลังไปกดดันที่ปราสาทด้วยถึงจะดูมีน้ำหนัก เอากริฟเฟนบินรอเลย

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    เมื่อไหร่ที่แพ้ก็ขอให้ใช้กริฟเพ่นอย่างเป็นประโยชน์ด้วยนะครับ ไอ้เขมรไอ้ขี้ข้าฝรั่งเศสที่เราเสียเขาพระวิหารทุกวันนี้ก็เพราะฝรั่งเศสลำเอียง

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    กูเบื่อการเมือง…ทำการบ้านดีกว่า..

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร
  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    ตอนนพดล เป็น รมว ตปท ในคืนนั้นเช้ามา สรยุทอ่านข่าว นพดลเซ็นสัญญายก พท ทับซ้อนให้เขมรเรย ลองไปหาในยุทุปสิ

  • เกาะติด :ไทย-กัมพูชา แถลงด้วยวาจา คดีเขาพระวิหาร

    หลังจากคดีคั้งนั้นแล้ว
    ประเทศไทยประกาศอย่างชัดแจ้งว่าไม่รับอำนาจศาลโลกทุกอย่างก็จบ
    แต่นี่ประเทศไทยแส่ไปหาเรื่องรับอำนาจศาลโลก
    หากประเทศไทยมีอันต้องสูญเสียดินแดนไปแม้เท่าตารางนิ้วเดียว
    นายอภิสิทธ์และนายชวนต้องรับผิดชอบ

MThai Buster

MThai Buster (รีรัน) ประจำวันที่  1 ส.ค.

About Me

สนใจโฆษณา ติดต่อ 02-502-0700 ต่อ 7622 sme.ad@mono.co.th